Skip to content

“อยุธยา” เร่งปรับผังเมืองรวม เชื่อมเมืองที่อยู่อาศัย-อุตฯ-เกษตร-ท่องเที่ยว

26 ต.ค. 2561 | 09:03น.
“อยุธยา” เร่งปรับผังเมืองรวม เชื่อมเมืองที่อยู่อาศัย-อุตฯ-เกษตร-ท่องเที่ยว

จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ขานรับด้วยการจัดเสวนา “ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา” เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นเจ้าภาพใหญ่ ร่วมกับหลายหน่วยงาน ในฐานะจังหวัดที่มีจีดีพีสูงสุดใน 5 อันดับของประเทศ และมีภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด

“ประเสริฐ โฆษิตพิรุณ” อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยามักได้รับงบประมาณสนับสนุนเรื่องอุตสาหกรรมเป็นอันดับท้ายของประเทศ แต่ในยุทธศาสตร์ของจังหวัดมีหลักส่งเสริมอยู่ 4 ข้อด้วยกัน

1.เสริมสร้างอุตสาหกรรมให้เติบโตเข้มแข็ง 2.พัฒนาปัจจัยต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการลงทุน 3.ส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4.พัฒนาองค์กรที่สามารถสร้างรายได้ให้จังหวัด โดยต้องยืนอยู่บนข้อกฎหมายที่ถูกต้อง ซึ่งทางจังหวัดมีหน้าที่หลักในการสนับสนุน ประสานงานให้ผู้ประกอบการและชุมชนอยู่ร่วมกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิด และทำการเปลี่ยนแปลง

“ประพนธ์ ศิลปรัศมี” แรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า สำหรับภาคอุตสาหกรรมนอกจากยุทธศาสตร์ 4 ข้อของจังหวัดแล้ว การประเมินสถานการณ์ของตลาดแรงงานในอาเซียนมีผลเช่นกัน

ในเรื่องการเตรียมทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญยังต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำได้ทันที ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีแรงงานจากประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนามอยู่มาก รวมประมาณ 37,804 คน กระจายตัวไปตามสถานประกอบการ 6 พันกว่าราย ใน 16 อำเภอของจังหวัด ขึ้นทะเบียนแล้วราว 3 หมื่นคน สอดคล้องกับการพัฒนา EEC ได้ ส่วนแรงงานคนไทยยังคงมีอยู่น้อย

“จากข้อมูลสำนักงานจัดหางานของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเห็นว่า แรงงานคนไทยในสายอาชีพหรือสายอาชีวะมีอยู่ไม่ถึง 10% ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องพัฒนาทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เช่นเดียวกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาลที่จะต้องเร่งรัดการสร้างทักษะแรงงาน พัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ ทำเป็นลักษณะของประชารัฐ ร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เราเดินขาเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน”

ด้าน “สักรินทร์ อินทรสถิตย์” โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พูดถึงภาพรวมของผังเมืองในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของจังหวัดว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น 1 ใน 15 จังหวัดที่ต้องรีบแก้กฎหมายและรอการพัฒนา ซึ่งทางโยธาธิการและผังเมืองอยู่ระหว่างการว่าจ้างศึกษาให้ปรับปรุงผังเมือง รวมไปถึงจัดตั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 ด้วยทิศทางในอนาคตรถไฟฟ้าความเร็วสูงจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกลายเป็นเมืองที่อยู่อาศัย เมืองอุตสาหกรรม อยู่ร่วมกันกับเกษตร และสามารถท่องเที่ยวได้

ทั้งนี้ การปรับปรุงผังเมืองต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ การขอทำโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งไม่สามารถทำได้ โรงแรมที่พักเช่นเดียวกัน หากผิดกฎต้องทำการรื้อถอน และที่สำคัญคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ด้วยเป็นแหล่งรับน้ำจากแม่น้ำถึง 4 สาย

ฉะนั้น นอกจากผังชุมชน ผังที่อยู่อาศัย ผังพื้นที่พิเศษ หรือการเกษตร ยังมีผังลุ่มน้ำเพิ่มขึ้นมาด้วย มีการศึกษาทำคลองบางบาล บางไทร เพื่อให้เกิดการระบายน้ำให้ดีที่สุด เพราะอุตสาหกรรมต้องมีการพัฒนา แต่จะมากหรือน้อยและเป็นไปอย่างไรจะต้องมาร่วมฟังความคิดเห็นกันต่อไป

“สมหวัง ถุงสุวรรณ” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า พระนครศรีอยุธยามีจุดแข็งที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นในประเทศไทย คือ เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการค้าการลงทุนมานานตั้งแต่เป็นราชธานีในประวัติศาสตร์ แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องอุทกภัย แต่มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้วางงบประมาณเกือบ 5 แสนล้านบาท

เพื่อจัดการบริหารพื้นที่ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดี เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรม ถึงกระนั้นยังมีเรื่องแรงงานซึ่งยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เพราะระบบการศึกษาของประเทศไทย เด็กเลือกเรียนสายอาชีวะเพียง 30% เรียนสายสามัญกว่า 70% ซึ่งจะต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่

“ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ในภาคเกษตรกว่า 80% แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยอีก 10% ที่เหลือคือภาคอุตสาหกรรม หากให้ดีต้องพัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน เราควรมาให้ถูกทาง เพื่อก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 เราเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ภาคอุตสาหกรรมคาดหวังว่า โรงงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรต้องเข้ามาทำงานร่วมกัน มองเรื่องเกษตรอุตสาหกรรม”

อย่างไรก็ตาม “อธิษฐ์ พุ่มเข็ม” รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมและผังเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ยุทธศาสตร์ชาติบนความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของรัฐบาล ในมุมมองเอกชนเห็นชัดเจนว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรม จากยุทธศาสตร์จังหวัด 3 ด้าน คือ เกษตร ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมใน 16 อำเภอ แบ่งเป็น อุตสาหกรรมในนิคม 30% นอกนิคมอุตสาหกรรมอีก 70% จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะเดินไปตามยุทธศาสตร์ชาติได้ต้องมั่นคง และอยู่บนความมั่งคั่ง เพื่อไปสู่ความยั่งยืนต่อไป