ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังจีดีพีสหรัฐดีกว่าคาด
ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/10) ที่ 33.05/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (26/10) ที่ 33.09/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประทเศ (จีดีพี) ครั้งที่ 1 ประจำไตรมาส 3 ที่ระดับ 3.5% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.4% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 2 ใน 3 ของตัวเลขจีดีพีเพิ่มขึ้น 4% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2557 แต่การใช้จ่ายในภาคธุรกิจลดลง 7.9% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2559 อย่างไรก็ตามดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (พีซีอี) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น 1.6% ในไตรมาส 3 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.2% นอกจากนี้แล้วของสหรัฐที่มีการเปิดเผยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (26/10) โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ลดลงสู่ระดับ 98.6 ในเดือนตลุาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 99.0 และต่ำกว่าเดือนกันยายนที่ระดับ 100.1 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.05-33.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (29/10) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1388/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (26/10) ที่ 1.1351/1353 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากที่นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในประเทศอิตาลีที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการธนาคารว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนชาวอิตาลีทุกคนต้องร่วมมือกันช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศ โดยรองนายกรัฐมนตรีอิตาลีได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การที่มีชาวอิตาลีแสดงความเห็นในเชิงลบ ทำให้บรรยากาศและสถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศอิตาลีแย่ลง ในขณะเดียวกันหนึ่งในวุฒิสมาชิกจากฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลอิตาลีได้ระบุว่า ความเห็นของนายมาริโอ้ ดรากี เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม โดยมองว่าในฐานะประธาน ECB ไม่ควรระบุว่ามีความเสี่ยงเกิดขึ้นจากปัญหาในประเทศอิตาลี แต่ควรทำหน้าที่จัุดการกับความเสี่ยงดังกล่าวมากกว่า ทั้งนี้ นายมาริโอ้ ดรากี ประธาน ECB กล่าวปกป้องความเป็นกลางของ ECB ว่า ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางขึ้นอยู่กับความเป็นอิสระ และธนาคารกลางไม่ควรถูกครอบงำโดยปัจจัยด้านการคลังหรือการเมือง อีกทั้งควรมีอิสระในการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถบรรลุถึงเป้าหมายของธนาคารกลาง ดังนั้นกฎหมายต่าง ๆ ควรทำหน้าที่ปกป้องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1365-1.1407 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1385/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับค่าเงินเยนวันนี้ (22/10) เปิดตลาดที่ระดับ 111.96/98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (26/10) ที่ 11.94/96 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการค้าเสรี พร้อมกับประกาศความพร้อมในการผลักดันระบบการค้าพฟุภาคี และยังได้กล่าวถึงความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนว่า “มาตรการคุมเข้มทางการค้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศใด” โดยถ้อยแถลงของนายอาเบะมีขึ้นในที่ประชุมเอเชีย-ยุโรป (ASEM) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยมีผู้นำกว่า 50 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้นำจากกลุ่มประเทศอาเซียน และสหภาพยุโรป (EU) และได้ส่งสัญญาณความพร้อมที่จะร่วมมือกับจีนในการริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานข้ามแพรมแดนตามโครงการ “One Belt, One Road” สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.78-112.15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 112.15/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลของสหรัฐ (29/10) ดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมัน (30/10) ผลิตภัณฑ์มวลรวมยุโรป (30/10) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (30/10) ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (31/10) ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (31/10) การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ โดยภาคเอกชน (31/10) ดัชนีการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ ดดย ISM (1/11) การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ (2/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.3/-2.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.5/1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ