เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
Real Estate ‘วิทยุ-หลังสวน’ ย่านมหาเศรษฐี ‘ตระกูลใหญ่’ ผุดโปรเจ็กต์แสนล้าน
เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
Biz Movement เสก โลโซ x เนเน่ คอนเสิร์ตข้ามรุ่น @ราชมังฯ
หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
Finance หลบภัยหุ้น Domestic Play ผสานหุ้นเด่นรับ Golden Week-งานระดับโลก
เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
Interview เจาะลึก ‘แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน’ คิวแน่นข้ามปี มองฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด ผ่านมิติ ‘เศรษฐกิจ-จิตวิทยา’
‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
Real Estate ‘ตลาดอสังหาฯ’ 4 จังหวัดอืดคอนโดเพชรบุรีขายหมด 19 ปี
ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
Politics ฝ่ายค้าน เปิดศึกไม่ไว้วางใจขุดปมทุจริต เขย่าระบอบน้ำเงิน
“อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
Finance “อานันท์ ปันยารชุน” ย้อนรอย 35 ปี เจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น
“อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
Politics “อนุทิน” มั่นใจ ศึกซักฟอก ลั่น “สาธุ” กล้าธรรม ยกมือหนุน เชื่อรัฐมนตรีทุกคนแจงได้
“นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
Politics “นายกฯ” ยอมรับทำหนังสือถาม เลขา กสทช. เหตุเรียกประชุม ค้านคำสั่งศาลปกครอง
ตลท.ปรับใหญ่ 8 กฎเทรดหุ้น! คุมชอร์ตเซล-ปลดล็อก HFT เริ่ม 16 พ.ย.นี้
Finance ตลท.ปรับใหญ่ 8 กฎเทรดหุ้น! คุมชอร์ตเซล-ปลดล็อก HFT เริ่ม 16 พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

BOI หนีหลุดเป้าเจ็ดแสนล้าน ออกโกลด์แพ็กเกจกระตุ้นลงทุน

26 พ.ย. 2561 | 08:43น.

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รายงานตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมฯในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2561) ปรากฏว่ามีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมฯทั้งหมด 1,125 โครงการ เงินลงทุนรวม 377,054 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 (มกราคม-กันยายน 2560 จำนวนโครงการ 1,021 โครงการ) ขณะที่เงินลงทุนใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 373,908 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,146 ล้านบาท

แต่มูลค่าเงินลงทุนจากคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าว กลับสร้างความกังวลให้กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงเดือนกว่า ๆ ก็จะสิ้นสุดปี 2561 แล้ว ในขณะที่ เป้าหมายส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ถูกตั้งไว้ที่ 720,000 ล้านบาท หรือเท่ากับยังห่างเป้าอยู่ถึง 342,946 ล้านบาท ดังนั้น การที่จะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวหมายความว่า ในอีก 3 เดือนสุดท้ายของไตรมาสนี้จะต้องมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามาเฉลี่ยเดือนละ 114,315 ล้านบาท “ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก”

 

หวั่นไปไม่ถึง 720,000 ล.

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เองดูเหมือนจะทราบดีถึงความยากลำบากที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น “เรายังพยายามที่จะให้ได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ 720,000 ล้านบาท หากจะไม่ถึงเป้าอย่างน้อยเราก็ได้อุตสาหกรรมที่ต้องการและเห็นนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ” แต่ก็ยังมีความหวังว่าในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีจะเป็นช่วงที่หลาย ๆ บริษัทยื่นโครงการเข้ามาขอรับการส่งเสริมฯ อย่างช่วงเดือนธันวาคม 2560 ก็มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามากว่า 200,000 ล้านบาท “เราหวังให้เป็นเช่นนั้นจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนหลาย ๆ มาตรการจะหมดอายุลงในช่วงปลายปี 2561 อาทิ มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า” น.ส.ดวงใจกล่าว

ทั้งนี้ เป้าหมายส่งเสริมการลงทุนปี 2561 ถูกกำหนดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยคิดจากพื้นฐานที่ว่าเป้าหมายส่งเสริมการลงทุนปี 2560 BOI สามารถทำยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน ณ สิ้นปี 2560 ได้ถึง 641,978 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22% จำนวนทั้งหมด 1,456 โครงการ หรือ “สูงกว่า” เป้าหมายที่ตั้งไว้ 600,000 ล้านบาทหลังปรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนหลายตัวโดยเฉพาะในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 388 โครงการ มูลค่า 296,889 ล้านบาท

ดังนั้น การกำหนดตัวเลขเป้าหมายขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2561 ไว้ที่มูลค่า 720,000 ล้านบาท หรือขยายตัว 12% (จากเป้า 600,000 ล้านบาทของปี 2560) “จึงอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้โดย BOI จะเน้นไปที่โครงการ S-curve จะมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ออกมาเพิ่มเติม และโครงการด้านเกษตรและท่องเที่ยวตามที่รัฐบาลมอบหมาย”

ลงทุนกระจุกตัว EEC

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาย้อนกลับไปถึงตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2561) จะพบว่ามีมูลค่า 284,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เท่ากับในอีก 3 เดือนต่อมามีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนคิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นแค่ 92,454 ล้านบาทเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุน “ชะลอ” ตัวลงหลังผ่านพ้นช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 และหากจะพิจารณาเฉพาะคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปรากฏว่าช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 มีขอคำส่งเสริมการลงทุนเข้ามาคิดเป็นมูลค่า 183,230 ล้านบาท หรือขยายตัวสูงถึง 122% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560

แต่ในอีก 3 เดือนต่อมาในพื้นที่ EEC กลับมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนคิดเป็นมูลค่า 230,554 ล้านบาท (มกราคม-กันยายน 2561) หรือมีการลงทุนเพิ่มขึ้นแค่ 47,324 ล้านบาทเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ในช่วงครึ่งปีหลัง “น่าจะต้องเพิ่มขึ้น” จากปัจจัยบวกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในอุตสาหกรรม S-curve ตลอดจนการบังคับใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่เชื่อกันว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนใน EEC ได้

นอกจากนี้ ยังพบความ “ไม่สมดุล” ระหว่างการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง) กับพื้นที่นอกเขต EEC ทั้งประเทศ จากตัวเลข 9 เดือนแรกแสดงให้เห็นว่า แม้การลงทุนในพื้นที่ EEC จะไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ แต่เงินลงทุนตามคำขอกลับ “กระจุกตัว” อยู่แค่ 3 จังหวัด กล่าวคือ 230,554 ล้านบาทเท่ากับอีก 74 จังหวัดที่เหลือทั่วประเทศมีเงินลงทุนเข้ามาแค่ 146,500 ล้านบาทเท่านั้น

กระตุ้นลงทุนโค้งสุดท้าย

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏข้างต้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่นายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะต้องสั่งการให้ BOI เร่งออก “มาตรการพิเศษ” หรือ “Gold Package” เข้ามาเพื่อ “กระตุ้น” การลงทุนจากต่างประเทศ ด้านหนึ่งตั้งความหวังไว้ว่า มาตรการพิเศษครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ได้ ถึงแม้จะไม่ถึงเป้า 720,000 ล้านบาท “แต่ให้ใกล้เคียงที่สุดก็ยังดี”

อีกด้านหนึ่งก็ยังหวังไว้ว่า มาตรการพิเศษซึ่งจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้”ใกล้เคียง” กับโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC จะช่วยเร่งการลงทุนให้เกิดขึ้นในอีก 74 จังหวัดที่เหลือได้ ซึ่งดีกว่าจะปล่อยให้เกิดการกระจุกตัวของเงินลงทุนเฉพาะพื้นที่ EEC แบบที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งยังถือเป็นการอุดช่องโหว่จากความ “ล้มเหลว” ในนโยบายดึงดูดการลงทุนจากเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ตาก, สระแก้ว, ตราด, สงขลา, มุกดาหาร, หนองคาย, นราธิวาส, เชียงราย, นครพนม และกาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วย “ความเงียบ” อยู่ในขณะนี้

…………………………

ใครได้ประโยชน์ จาก Gold Package

มาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นการลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมฯภายในปี 2562 หรือ Gold Package จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ไปจนถึงสิ้นปี 2562 โดย BOI จะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ได้แก่ การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เป็นเวลา 3 ปี โดยต้องเป็นโครงการที่มีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ในทุกประเภทกิจการ (ยกเว้นกิจการที่ไม่มีสถานที่ตั้งประกอบการ เช่น กิจการขนส่งทางอากาศ-กิจการขนส่งทางเรือ) ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 8 ปี ตั้งสถานประกอบการได้ในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด “ยกเว้น” กรุงเทพมหานคร และโครงการนั้น ๆ จะต้องมีการดำเนินการตามกำหนดเวลาทุกขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแล้วจะพบว่า มีประเภทกิจการเพียง 2 กลุ่มที่แบ่งตามสิทธิประโยชน์พื้นฐานตามประเภทกิจการ (activity-based incentives) เท่านั้น คือ กลุ่ม A2 (ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี) โครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ กิจการที่ใช้เทคโนโลยีสูง กิจการด้านสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญที่มีการลงทุนในประเทศน้อยหรือยังไม่มี กับกลุ่ม A3 (ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี) กิจการที่ใช้เทคโนโลยีสูงที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศโดยมีฐานการผลิตอยู่บ้างแล้วที่สามารถใช้ประโยชน์จาก Gold Package ได้มากที่สุด ในขณะที่กลุ่ม A1 ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยไม่จำกัดวงเงินอยู่แล้ว