300 คลังกลางจำนำอ่วม เร่ง อคส.จ่ายค่าฝากเก็บ-
300 คลังกลาง สุดทนทวงหนี้-หนังสือแอล/จี รับฝากเก็บข้าว คก.จำนำค้างสะสม 10 ปี หวั่นกระทบสภาพคล่องซ้ำ ด้านโรงสีชี้ปลายฤดูราคาข้าวอ่อนตัวลงตันละ 1,000 บาท
แหล่งข่าวผู้ประกอบการคลังสินค้า เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) พร้อมด้วยนางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส. ได้ประชุมผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ให้เช่าฝากเก็บข้าวสาร (คลังกลาง) ตามโครงการรับจำนำซึ่งเป็นคู่สัญญากับ อคส.มาตั้งแต่ปี 2551/2552 ถึงปัจจุบัน รวม 300 ราย เพื่อหารือเรื่องหนี้ค้างที่ อคส.จะต้องจ่ายให้กับคลังกลางทั้งหมด และกรณีหลังจากที่ได้นำข้าวไปประมูลขายและรับมอบข้าวไปแล้ว แต่ อคส.ยังไม่ได้คืนหลักทรัพย์ค้ำประกัน (L/G)
“ในการประชุมยังไม่มีข้อสรุป ทางผู้บริหารบอกว่าหากจะได้คืนต้องไปฟ้องร้องตามกระบวนการทางกฎหมายเพราะข้าวจำนวนนี้ถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบชุด ม.ล.ปนัดดา และถูกแจ้งความดำเนินคดี แม้ว่าจะขายไปแล้วก็็จะไม่คืนL/Gจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งต่างจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่ไม่มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกับ อคส. สามารถเบิกแอล/จีคืนได้ แม้คดีไม่จบ”
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า หากไม่ได้ข้อสรุปประเด็นดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนไม่สามารถรับซื้อข้าวจากฤดูกาลล่าสุด ปี 2561/2562 เข้าไปเก็บได้ เนื่องจากปัญหาของโครงการทำให้ไม่สามารถจะขอสินเชื่อได้ สถาบันการเงินเห็นท่าไม่ดีก็ไม่ปล่อยกู้ ซึ่งในการออกแอล/จีแต่ละครั้ง โรงสีจะต้องจ่ายเงินค้ำประกันแอล/จี 2-3% ต่อปี แต่ในกรณีที่ถูกยึดต้องจ่ายเงินค้ำประกันแอล/จีเพิ่มขึ้น 7.5%
สำหรับหนี้ค้างที่ อคส.จะต้องจ่ายให้คลังกลาง ประกอบด้วย ค่าฝากเก็บ อัตรากระสอบละ 2 บาท/เดือน ค่ารมยา กระสอบละ 75 สตางค์/ครั้ง ค่ากรรมกร กระสอบละ 3 บาท/ครั้ง และค่าตรวจสอบคุณภาพข้าว กระสอบละ 1.50 บาท/ครั้ง ส่วนค่า L/G นั้น ผู้ประกอบการต้องวางค้ำให้กับ อคส.ปีละ 2%
นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส. เปิดเผยว่า อคส.ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2562 เพื่อนำมาจ่ายค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า 3,463 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยจ่ายให้กับผู้ประกอบการในรอบค้างจ่ายตั้งแต่เดือน ต.ค. 2559-ก.ย. 2560 สำหรับผู้ประกอบการคลังสินค้าที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว ตั้งแต่ปีการผลิต 2551/2552 ถึงปีการผลิต 2556/2557 ทุกราย ในสัดส่วนเท่าเทียมกัน หลังจากมีการตรวจสอบเอกสารถูกต้องตรงกัน ตามที่ประธานกรรมการ อคส.แจ้งกับทางผู้ประกอบการไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะเสนอของบประมาณปี 2563 เพื่อนำมาชำระงวดค้างปี 2561 ต่อไป
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า มีสมาชิกโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวมีมากพอสมควร ซึ่งภาครัฐก็ควรเร่งดำเนินการจ่ายค่ารับฝาก เพราะผู้ที่เข้าร่วมโครงการจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจต่อไป และโครงการนี้ยืดเยื้อมานานพอสมควรแล้ว อาจกระทบกับธุรกิจโรงสีจำนวนหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบต่อระดับราคาข้าวเปลือกในท้องตลาดไม่มากนัก แต่เหตุที่ราคาข้าวอ่อนตัวตันละ 1,000 บาท ลงเพราะเป็นช่วงปลายฤดูแล้ว
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
