เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ส่องอสังหาริมทรัพย์ 2019 ปีแห่งการปรับตัว-GDP หนุนโต 5%-

07 ธ.ค. 2561 | 07:00น.

เก็บตกจากเวทีสัมมนาแห่งปี “ส่องอสังหาฯ 2019 Living for The Future” จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจร่วมกับพันธมิตร บริษัท แกรนด์โฮม จำกัด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ถึงแม้ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ รายกลาง รายเล็ก ให้สัมภาษณ์สอดคล้องกันว่า แนวโน้มปี 2562 เป็นปีที่ไม่สดใสสำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุนนำให้ภาพรวมตลาดยังสามารถเติบโตได้อยู่ เพียงแต่อาจเป็นการเติบโตในอัตราที่ลดลง ประเมินอยู่ที่โต 5% บวกลบ ซึ่งเป็นมุมมองของผู้บริหารค่ายศุภาลัยกับเสนา ดีเวลลอปเม้นท์

ต้องชัวร์ก่อนจะซื้อที่ดิน

“อ.ยุ้ย-รศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์การทำธุรกิจปี 2562 ในส่วนของเสนาฯ จะต้องทำหลายองค์ประกอบ จุดเน้นคือ “เน้น selective ในเรื่องทำเล-ชัวร์เรื่องดีมานด์-รู้ซัพพลายก่อนเริ่มก่อสร้าง”

โดยมองว่าคัมภีร์พัฒนาที่ดินปัจจุบันที่บอกต่อกันมาว่า “ทำเล ทำเล ทำเล” นั้นไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในยุคนี้อีกต่อไปแล้ว หากแต่ต้องเพิ่ม features ตัวโปรดักต์ เพื่อเป็นตัวเร่งการตัดสินใจของลูกค้า

“หลายคนมักพูดว่าโลเกชั่นที่ดีคือทุกสิ่ง ตัวอย่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีรถไฟฟ้าวิ่งบริการแล้ว ไปไหนก็สะดวก คอนโดมิเนียมอยู่ติดถนนใหญ่ แต่ขายไม่ออกเต็มเลย เสนาฯก็เป็นด้วย เพราะดีมานด์-ซัพพลายไม่ไปด้วย
กัน”

ภาวะแข่งขันสูงจากเพื่อนในวงการ ไม่ว่าบิ๊กแบรนด์ ยักษ์ใหญ่ต่างธุรกิจที่เข้ามาลงทุนอสังหาฯ ไปจนถึง new comer กลยุทธ์ที่ต้องปรับตัวขนานใหญ่ จึงต้องรวมถึงกระบวนการตั้งแต่ได้ที่ดินมาจนถึงออกแบบ ขออนุญาตและเปิดสำนักงานขายต้องทำให้เร็วขึ้น ปกติใช้เวลาเฉลี่ย 8 เดือน …วันนี้ยังเร็วไม่พอ

  พลิกเป็นโอกาส-ช็อปของถูก

“อสังหาฯเป็นธุรกิจที่เกิดไซเคิลง่าย เป็นธุรกิจที่ซัพพลายตอบสนองช้า สมมติเราตั้งใจเปิดคอนโดฯวันนี้ แต่ใช้เวลาเตรียมการ 8 เดือน ถ้าบางโซนต้องทำ EIA (รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม) กว่าจะผ่าน ยังไม่ได้เปิดขาย แต่ปรากฏว่าเพื่อนมาเต็มเลย เราก็ไม่ได้รู้เรื่องทุกอย่าง เราซื้อที่แล้ว อันนี้ก็เกิดเอฟเฟ็กต์ในเรื่องดีมานด์ ซัพพลายได้ เป็นสิ่งที่ต้องบอกตัวเองอยู่เสมอว่า เราควรเรียนรู้วิธีการที่ได้ข้อมูลที่เร็วขึ้น มากขึ้น เพื่อตัดสินดีมานด์และซัพพลายในทำเลได้”

มุมมองที่น่าสนใจเป็นเรื่องการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส “ดร.ยุ้ย” มองว่า ปีหน้าสำหรับทุกท่านที่อยู่ในซัพพลายเชน จริง ๆ เวลาที่มันไม่ค่อยดี เป็นเวลาของถูก ในช่วงเวลาที่คนคิดว่าดี ทั้งหมดเป็นเวลาของแพง ถ้าเกิดนักลงทุนหรือดีเวลอปเปอร์ซื้อที่ดินในช่วงที่บรรยากาศคลุมเครือ ดูหมือนไม่ค่อยดี มีโอกาสเป็นเวลาจับจ่ายใช้สอยหรือได้ดีลราคาต่ำลง แลนด์แบงก์ราคาถูกลง หรืออย่างน้อยก็ไม่ขึ้นราคาสูงเกินไป

“ดังนั้น คิดว่าภายใต้ภาวะที่ดูเหมือนมีข้อลบมากกว่าข้อบวก จะเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนซื้อที่เก็บไว้ และซื้อของราคาถูกได้”

โดยสรุป ผู้บริหารค่ายเสนาฯระบุกลยุทธ์การแข่งขันปี”62 เป็นปีที่ต้องลงทุนรวดเร็ว และ selective ให้มากขึ้น

ดอกเบี้ยขาขึ้นมีผลจิ๊บ ๆ

“ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เริ่มต้นด้วยการแชร์มุมมองตลาดคอนโดฯร้อนแรงจากการทะลักเข้ามาของกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ โฟกัสให้ตรงจุดพบว่า สัดส่วน 90% เป็นลูกค้าจีน เมื่อลองหักยอดขายลูกค้าจีนออกไป สิ่งที่ค้นพบคือยอดขายคอนโดฯแทบไม่ได้เติบโตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2559-2560)

ในขณะที่ปีหน้าต้องเผชิญกับมาตรการแบงก์ชาติบังคับเพิ่มเงินดาวน์ ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ต้นทุนราคาที่ดินทำเลในเมืองปรับเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดอยู่ที่ปีละ 15-20-25% เทียบกับทำเลชานเมืองสำหรับทำแนวราบ ขึ้นเฉลี่ยปีละ 4-5%

ประเด็นที่มองต่างมุม คือ แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น “ไตรเตชะ” นำเสนอสถิติ 13 ปี (2548-2560) เพื่อหาความสัมพันธ์ของยอดขายกับอัตราดอกเบี้ยพบว่า อัตราดอกเบี้ย MRR ซึ่งเป็นดอกเบี้ยผ่อนบ้านของผู้กู้รายย่อย มีผลน้อยมากต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

กล่าวคือช่วงดอกเบี้ยต่ำในปี 2548 อยู่ที่ 6% กว่ายอดขายก็ไม่ได้ขายดีผิดสังเกต ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นในปี 2555-2556 การซื้อโครงการก็ทะลักเพราะเพิ่งหลุดพ้นจากปีน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 และในปี 2553 ยอดขายสูงจนสวนกลางกับอัตราดอกเบี้ยอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลเพราะเป็นปีที่รัฐบาลมีการประกาศลงทุนสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่จำนวนมาก

“realestate outlook ปีหน้าบอกยาก มีตัวเดียวที่ผมเห็นว่าเป็นปัจจัยบวก คือ รถไฟฟ้าสายใหม่ที่กำลังสร้าง กับตลาดทาวน์เฮาส์ในแนวรถไฟฟ้าสายใหม่”

หวั่นแนวราบเหนื่อย

ประเด็นที่เอ็มดี ศุภาลัยเป็นห่วงคือ มาตรการสกัดฟองสบู่ของแบงก์ชาติ มีการควบคุมที่อยู่อาศัยแนวราบ (บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์) เทียบเท่าคอนโดฯ ในขณะที่พฤติกรรมการซื้อแนวราบเป็นลูกค้าเรียลดีมานด์ แตกต่างกับสินค้าคอนโดฯที่มีลูกค้าซื้อเก็งกำไร

“จะมีกลยุทธ์อะไรของบ้านแนวราบมารองรับมาตรการแบงก์ชาติ ปรับตัวรองรับไม่ได้ เดิมให้ดาวน์ซื้อบ้าน 5% มาตรการใหม่บังคับเพิ่มเป็น 20% เคยดาวน์ล้านละ 5 หมื่น เพิ่มเป็นดาวน์ล้านละ 2 แสนบาท ผมยกตัวอย่างบ้านราคา 5 ล้าน ผู้ซื้อต้องมีรายได้เดือนละ 6-8 หมื่นบาท ถ้าดาวน์ 20% เท่ากับต้องมีเงินดาวน์ 1 ล้าน ใช้เวลาสร้างอย่างมาก 6-8 เดือน เฉลี่ยเดือนละ 1 แสนกว่าบาท เป็นไปไม่ได้ที่ลูกค้าจะจ่ายดาวน์สูงขนาดนี้”

แนวโน้มทำให้มาตรการสกัดฟองสบู่ของแบงก์ชาติ อาจกลายเป็นการสกัดความอยู่รอดของผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก ที่สายป่านไม่ยาว ซึ่งปกติเสียเปรียบรายใหญ่อยู่แล้ว ทั้งด้านเงินทุนแลนด์แบงก์ ฯลฯ และอาจต้องหดตัวลงหรือหายไปจากตลาด

“สิ่งที่ผมแชร์มุมมองปีหน้าอาจยากลำบาก แต่มาตรการ LTV ของแบงก์ชาติกระทบกับส่วนแบ่งตลาดที่เป็นส่วนน้อย 10% กว่า กลยุทธ์ของศุภาลัยจึงมองว่าไม่เป็นปัญหากับการเติบโตยอดขายกับรายได้ แต่มองเป็นโอกาส เพราะเราโฟกัสอยู่กับลูกค้าบ้านหลังแรกเป็นหลัก ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของตลาด”

มิกซ์ยูสฉ่ำ 4 ล้านตารางเมตร

ถึงคิวของมิกซ์ยูสโปรเจ็กต์ “ธนพล ศิริธนชัย” ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ เปิดประเด็นด้วยดาต้าเบสแนวโน้มทำเลถนนพระราม 4 อยู่ระหว่างลงทุนโครงการมิกซ์ยูสกว่า 4 ล้านตารางเมตร

จุดสังเกตเป็นการลงทุนมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ วัน แบ็งคอก 1.25 แสนล้านบาท, เดอะปาร์ก 2 หมื่นล้านบาท, สามย่านมิตรทาวน์ 8,500 ล้านบาท, เดอะฟอเรสเทียส์ 9 หมื่นล้านบาท, วิสซ์ดอม 101 3.5 หมื่นล้านบาท, สินธร หลังสวน 2.6 หมื่นล้านบาท, ไอคอนสยาม 5.4 หมื่นล้านบาท, ดุสิต+เซ็นทรัล 3.7 หมื่นล้านบาท ฯลฯ

“มิกซ์ยูสคือโครงการที่มีส่วนประกอบของอาคารที่มีความแตกต่างกันมาอยู่รวมกัน เช่น ที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน, ค้าปลีก, โรงแรม, พิพิธภัณฑ์ หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยส่วนใดส่วนหนึ่งต้องไม่เกิน 60% เพราะพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยถ้ารวมกันอย่างลงตัวจะได้ประโยชน์ใช้สอยสูงสุด”

เทรนด์ที่กดดันให้หันมาลงทุนมิกซ์ยูสมากขึ้น มาจาก 3 L 1.land price-ราคาที่ดินแพงใจกลางเมือง ผู้ซื้อก็เริ่มไม่คุ้ม ผู้ขายก็เริ่มเสียดาย จึงออกมาในรูปแบบการเช่าทำมิกซ์ยูสมากขึ้น 2.land right-กรรมสิทธิ์ที่ดิน ทำเลในเมืองเริ่มหายาก ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นที่ดินรัฐ เช่น จุฬาลงกรณ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ฯลฯ ให้เช่าระยะยาว 30-60 ปี

3.land size-ขนาดของที่ดิน ในอดีตพัฒนาบนพื้นที่ 2-5 ไร่ แต่วันนี้ 20-50-100 ไร่ ล่าสุดบริเวณท่าเรือที่เตรียมประมูลที่ดิน 260 ไร่ ทำให้ผลักดันเกิดการพัฒนามิกซ์ยูส เป็นเทรนด์ของมหานครต่าง ๆ ในโลกนี้ที่เกิดขึ้น

รองรับผู้บริโภคเจน Y

จุดโฟกัสของมิกซ์ยูสดูเหมือนปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นเจน Y (เกิดปี 1980-2000 หรือปี 2523-2543) หรือยุคมิลเลนเนียม สถิติทั่วโลกประชากร 7,000 ล้านคน แบ่งเจน Y 2,000 ล้านคน, ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก 3.2 พันล้านคน เป็นกลุ่มเจน Y ครึ่งหนึ่ง, ฝังตัวอยู่ในการใช้ LINE ถึง 75%

เทรนด์เด่น คือ เป็นกลุ่มคนทำงานหลักภายในปี 2563 และภายในปี 2571 จะเป็นกลุ่มคนทำงานหลักสัดส่วน 75% ซึ่งหมายถึงเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของโลก

“เจน Y หรือคนมิลเลนเนียล ไลฟ์สไตล์ประเมินสัดส่วน 75% บอกว่า คนรุ่นใหม่ต้องการทำงานอิสระ เลือกทำงานเวลาไหนก็ได้ ที่ไหนก็ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ work life balance”

สูตรการทำมิกซ์ยูสให้สำเร็จ ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอย่างอื่นมากกว่าตัวโปรดักต์ โดยเทรนด์เมืองนอกทั่วโลกไม่ว่าโตเกียว นิวยอร์ก ให้ความสำคัญ 3Cs placemaking 1.communal ต้องมี public space ซึ่งนักพัฒนารุ่นใหม่คำนึงถึงชุมชน เช่น ไอคอนสยามที่เพิ่งเปิดตัวบริเวณด้านหน้าเป็นหมื่นตารางเมตร จัดไว้ให้คนได้เดินเล่น พักผ่อน ทำกิจกรรม, โครงการ One Bangkok มี 50 ไร่ที่เปิดเป็น public space

“ในสิงคโปร์ เขามีกฎด้วยซ้ำไปในการออกแบบว่าในหนึ่งอาคาร 1 ดีเวลอปเมนต์ ควรมีที่สำหรับชุมชนสามารถมาใช้ทำกิจกรรมจัดคอมมิวนิตี้เซอร์วิส หรือใช้ประโยชน์เพื่อทางราชการได้ ให้เอกชนมีบทบาทส่งเสริมในเรื่องนี้”

2.conserve ต้องมีการลงทุนเรื่องสิ่งแวดล้อม บริหารตึกอาคารยังไงให้มีความยั่งยืน ลดการใช้พลังงาน ดูแล public space less maintenance 3.cultural ยากที่สุด การใส่วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์เข้าไปในการดีไซน์โครงการ

QH โตด้วยคุณภาพ

“ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มปีหน้าก็คงกังวลเรื่องมาตรการแบงก์ชาติ และภาพรวมเศรษฐกิจด้วย

“เราก็มองว่า…อาจกระทบกับเรานิดหน่อย ไม่ได้รุนแรงอะไร แต่สุดท้ายผู้บริโภคต้องปรับตัว ปริมาณของบ้านเกิน 10 ล้านจะโดน LTV สูงขึ้น แต่ลูกค้าเป็นคนมีตังค์ระดับหนึ่ง ไม่ใช่คนจน ผมก็ไม่ได้กังวลมาก และผมมองว่าช่วยให้เราดูลูกค้าได้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่ลูกค้ามาจองบ้าน สุดท้าย (สินเชื่อ) ไม่ผ่าน เสียเวลาไป 1 เดือน”

แผนธุรกิจปี 2562 วางแผนเปิดตัวใหม่ 12 โครงการ ต้อง growth เทียบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายลดแต่กำไรเพิ่ม

ทั้งนี้ โครงสร้างรายได้ของคิวเฮ้าส์ แบ่งตามประเภทสินค้าพบว่า ก่อนปี 2549 รายได้ตลาดบ้านหรู 100%, ช่วงปี 2549-2552 เริ่มทำทาวน์เฮาส์มีสัดส่วน 5% และช่วงปี 2553-ปัจจุบันที่เริ่มมีการทำคอนโดฯมากขึ้น สัดส่วน 25% โดยบ้านเดี่ยวยังเป็นรายได้หลัก 50% ทาวน์เฮาส์ 25%

หากแบ่งตามเซ็กเมนต์พบว่า ก่อนปี 2549 รายได้หลักมาจากตลาดบน, ช่วงปี 2549-2552 เริ่มเกลี่ยลงมาตลาดระดับกลาง สัดส่วน 45% ตลาดบน 55% และปี 2553-ปัจจุบัน โครงสร้างรายได้มาจากตลาดบน 30% ตลาดกลาง 40% กับเกลี่ยลงมาเซ็กเมนต์ตลาดล่าง 30%

แสดงให้เห็น S-curves ของคิวเฮ้าส์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด “…คิวเฮ้าส์ทำเพื่ออะไร เราทำเพื่อบ้านที่มีคุณภาพ คือคำว่าควอลิตี้เฮ้าส์”

ดีไซน์อนาคตสไตล์ชัชชาติ

“ดร.ชัชชาติ” มี 5 แนวคิดมาฝาก 1.ต้องถามตัวเองว่าเรายังมีความหมายอยู่ไหม ? (Are you still relevant ?) ในอนาคตมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2573 คนไทยจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีถึง 6 ล้านคน และพอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังทำนายว่า เทคโนโลยีทำให้จีดีพีโตขึ้น แต่กระจุกตัวเฉพาะคนที่อยู่ด้านบน ซึ่งเป็นผู้ครอบครองเทคโนโลยี

2.เราเข้าใจอนาคตมากแค่ไหน รูปแบบธุรกิจมีคู่แข่งมากขึ้น เพราะมีธุรกิจอื่น ๆ ที่อาจจะมา disrupt มาแข่งขันด้วย ในส่วนอสังหาริมทรัพย์ เราต้องรับมือกับพลังของผู้บริโภคที่พร้อมจะร้องเรียนได้ตลอดเวลา ดังนั้น เราต้องทำของที่มีคุณภาพ

“พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว จงหลงรักวิธีการไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ อย่างคิวเฮ้าส์แต่เดิมเราทำบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดฯ เราไปตามที่ผู้บริโภคต้องการ ขณะเดียวกัน เราก็ไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่อสังหาฯ เช่น โฮมโปร และ LH Bank เราต้องเข้าใจความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วย”

3.รู้จักรูปแบบใหม่ทางธุรกิจ หลายคนรู้สึกว่าเราถูกเทคโนโลยี disrupt จนธุรกิจล่มสลาย แต่มองว่ารูปแบบธุรกิจ (business model) ต่างหากที่ดิสรัปต์ธุรกิจเรา ดังนั้น อย่ากังวลเทคโนโลยีมากแต่ให้กลับมาดูโมเดลทางธุรกิจของตัวเองก่อน

4.คิดแบบ design thinking ถือเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบอนาคต หลักคิดง่าย ๆ คือ การสร้างนวัตกรรมโดยเอาคนคือลูกค้าและพนักงานเป็นศูนย์กลาง มี 5 ขั้นตอน คือ เข้าใจผู้ใช้ (empathize), ระบุโจทย์ (define), หาคำตอบ (ideate), ทำแบบจำลอง (prototype) และทดสอบ (test)

และ 5.เข้าใจถึงจิตใจของผู้อื่น การเข้าใจจิตใจคนอื่นจะทำให้เราสงบลง และอยู่ร่วมกันได้มากขึ้น และถ้าเราไม่เข้าใจคนอื่นก็จะออกแบบอนาคตได้ยาก

แสนสิริ Quality of Life

“นพปฎล พหลโยธิน” ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อนาคตธุรกิจอสังหาฯมองเห็นแนวทางได้ 2 อย่าง คือ เทคโนโลยีกับโกลบอลไลเซชั่น

ในด้าน “เทคโนโลยี” สิ่งแรกที่เห็นชัดเจนนึกถึงสมาร์ทโฟน ประชากรไทย 69 ล้านคน อาศัยอยู่ในตัวเมืองเกิน 50% ใช้อินเทอร์เน็ต 4 ใน 5 คน ใช้โมบายเฉลี่ย 80% ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อคน 10 ชั่วโมงต่อวัน พฤติกรรมทุกอย่างของคนในยุคปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน

ส่วน “โกลบอลไลเซชั่น” สถิติมากกว่า 50% ของประชากรอาศัยอยู่ในเมือง มองภาพในกรุงเทพฯ พื้นที่โซนสิ่งก่อสร้างที่อยู่อาศัยมีการขยายตัวใหญ่ขึ้น แนวโน้มในเรื่องความต้องการหรือดีมานด์ไม่เคยลดลง ไม่ว่าจะผ่านไป 5-10 ปี แต่พื้นที่ในการปลูกสร้างเริ่มน้อยลง ฉะนั้น ไซซิ่งลดลงตามไปด้วย ห้องชุดเคยมี 45-50 ตารางเมตร เหลือเพียง 20-26 ตารางเมตร

สิ่งสำคัญคือเมื่อพื้นที่ลดลง จะทำอย่างไรให้คุณภาพการอยู่อาศัยไม่ลดลง

ในฐานะต้นแบบสิ่งที่แสนสิริใส่ให้กับโครงการมีมากมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการคัดทำเลอยู่ใกล้หรือติดสถานีรถไฟฟ้า, การสร้างคอมมิวนิตี้มอลล์ภายในโครงการ พัฒนามิกซ์ยูสเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน มีรถรับส่ง บริการสปา พัฒนาไปสู่คอนเซ็ปต์ของ products provider ร่วมลงทุนกับสตาร์ตอัพเกิดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การให้บริการในบ้านและคอนโดฯ

ตัวอย่างเด่นชัด “แสนดี” หุ่นยนต์ที่นำไปใช้กับรูมเซอร์วิส ส่งพัสดุถึงหน้าประตู เปิดลิฟต์ได้, ในด้านบริการหลังการขายมีช่องทางสื่อสารผ่านแสนสิริโฮมเซอร์วิสแอป ล่าสุดเทรนด์คือ wellness living สำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ รองรับเทรนด์ซีเนียร์ลิฟวิ่ง ฯลฯ

“Quality of Life ไม่ได้จบที่สร้างบ้านที่ดีที่สุด สวยที่สุด ใช้วัสดุดีที่สุด แต่คือการดูแลตั้งแต่คนรอบตัว และคนที่จะเข้ามา ทุกช่วงเวลา”

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code