Skip to content

หุ้นไทยปิดลบ ร่วงหนักกว่า 34.64 จุด โบรกฯ เผยดัชนีวันนี้ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดในรอบปี

25 ธ.ค. 2561 | 19:05น.
หุ้นไทยปิดลบ ร่วงหนักกว่า 34.64 จุด โบรกฯ เผยดัชนีวันนี้ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดในรอบปี
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 ดัชนีปิดลบที่ 1,556.65 จุด ลดลง 34.64 จุด หรือลดลง 2.18% และมีมูลค่าการซื้อขายรวมเพียง 33,018.22 ล้านบาท

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงกว่า 34.64 จุด และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทยอยปรับลดลง ซึ่งเป็นการปรับลดลงรอบใหม่ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.61 โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเดิมที่เพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้น ได้แก่ ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และธนาคารกลางของแต่ละประเทศประกาศปรับลดคาดการณ์จีดีพีลง ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวล

ทั้งนี้ สิถิติที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับลดลงค่อนข้างหนัก 2 ครั้งใหญ่ คือ ช่วงเม.ย.-ปลายเดือนมิ.ย.61 และรอบนี้ที่มีการปรับลดลงตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีรอบย่อยที่ปรับลดลงมาในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ -500 จุด ส่วนดัชนีสูงสุดในปีนี้อยู่ในเดือนก.พ. ที่ 1,852 จุด และมีจุดต่ำสุดของดัชนีในวันนี้ที่ 1,555.00 จุด รวมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดหุ้นไทยปรับลดลงราว 13% ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นอื่นๆ ที่ปรับลดลงราว 13-15%

ส่วนปัจจัยสำคัญที่ฉุดให้ตลาดปรับลดลงค่อนข้างหนัก เริ่มจากที่ธนาคารของแต่ละประเทศมีการใช้นโยบายการเงินที่เข้มข้นขึ้น และนอกเหนือจากการปรับลดคาดการณ์จีดีพีลง ยังมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกด้วย ในส่วนของประเทศไทยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในปีถัดไป จึงเกิดแรงขายหุ้นซึ่งเทขายค่อนข้างแรงในรอบนี้ และยังเป็นการขายต่อเนื่องออกมาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างยาว

นอกจากนี้ ระหว่างทางยังมีประเด็นกดดันอื่นเสริมเข้ามา จากกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณาขับ นายเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed ให้ออกจากตำแหน่ง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกผู้บริหารบริษัทใหญ่ 6 รายเข้าพูดคุย เป็นสัญญาณที่นักลงทุนมองว่ารัฐบาลมีความกังวลกับภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ ส่งผลให้คืนวันที่ 24 ธ.ค.61 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง และปิดลบกว่า 600 จุด

ส่วนแนวโน้มในอนาคต จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย ประเมินการปรับลดลง (Downside) ที่กรอบเคลื่อนไหวของดัชนีที่แนวรับสำคัญ 1,550 จุด และแนวต้าน 1,584 จุด และให้แนวรับถัดมากรณีที่นักลงทุนเกิดแพนิคที่แนวรับ 1,524 จุด โดยคำนวณจาก Forward P/E ที่ 14 เท่า และประเมินบนสมมติฐานที่ข้อพิพาททางการค้าฯ และการเมืองของไทยไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดในตอนนี้ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรดังกล่าวอาจต้องประเมินภาพรวมของตลาดหุ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนอย่างเม็ดเงินจากกองทุน LTF คาดว่าจะไม่ช่วยหนุนตลาดมากนัก หลังมีการทยอยซื้อไปบ้างแล้วในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลดลงมาในเดือนตุลาคม รวมทั้งการทำราคาปิดสิ้นงวดบัญชี (Window Dressing) หรือ “January Effect” อาจไม่ช่วยหนุนตลาดหุ้น เนื่องจากปริมาณการซื้อขายหุ้น (Volume) ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่าในอดีตมาก เกินกว่าที่เม็ดเงินจากบางส่วนจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดทั้งหมดได้

ด้านภาพรวมของตลาดหุ้นในต้นปีหน้าคาดว่าจะยังมีความผันผวนอยู่ โดยประเมินว่าแนวโน้มที่ตลาดจะสดใสอยู่ที่ 60% จากราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาค่อนข้างมาก จึงน่าจะมีโอกาสดีดกลับขึ้นไปในปีหน้า และในช่วงสิ้นปีแรงซื้อต่ำจากที่เป็นช่วงปิดงบประมาณ โดยคาดว่าอาจมีการซื้อหุ้นกลับเข้ามาในพอร์ตอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคม 2562 ส่วนอีก 40% คาดว่าตลาดอาจไม่สดใส โดยปีหน้ามี 2 ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และความคืบหน้าในเรื่องการเลือกตั้ง จำเป็นปัจจัยชี้นำตลาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น นักลงทุน หุ้น