เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
ดูทั้งหมด

ตลาดหุ้นอยู่ในโหมด ‘โลภ’ ‘เสียงเตือน’จากโกลด์แมนแซคส์

08 มิ.ย. 2569 | 11:01น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

นาทีนี้เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่ สำหรับความนิยมลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งกลายเป็นหุ้นที่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักของตลาดหุ้นไปแล้ว หลังจากผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้ออกมาแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริษัทผลิตชิปเอไออย่าง Nvidia ที่กลายเป็นชื่อติดหูนักลงทุนไปแล้ว

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดหุ้นชั้นนำของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา จึงได้เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างไม่หยุดหย่อน แม้ว่าจะมีปัญหาต่าง ๆ ภายในประเทศที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล โดยล่าสุดก็คือสงครามอิหร่าน ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง เงินเฟ้อขยับขึ้นมาก

ความคลั่งไคล้ในหุ้นเอไอทำให้เกิดเสียงเตือนเป็นระยะว่า ระวังจะเกิดภาวะ “ฟองสบู่แตก” ของหุ้นเอไอ แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับหุ้นเทคโนโลยีในปี 2000 ที่เรียกว่าฟองสบู่ “ดอตคอม” (หุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ต) แต่ดูเหมือนจะไม่สะเทือนหูนักลงทุนเลย

“เดวิด โซโลมอน” ซีอีโอของโกลด์แมนแซคส์ ระบุว่า นักลงทุนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเข้าสู่โหมด “โลภ” ดังนั้นบริษัทเอไอจึงมีการระดมทุนด้วยการนำหุ้นออกขายอย่างคึกคัก มีทั้งบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นแก่สาธารณะครั้งแรก (ไอพีโอ) เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น และมีทั้งบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้วและออกหุ้นเพิ่มเพื่อระดมทุนก้อนใหม่

ดังนั้นการที่บริษัทเอไอ อย่าง OpenAI, Anthropic และ SpaceX เตรียมจะไอพีโอ จึงไม่มีปัญหาเรื่องความต้องการซื้อจากนักลงทุน

“มีสภาพคล่องเหลือเฟือในระบบ ตราบเท่าที่โลกยังคงมีมุมมองบวก เราอยู่ในห้วงเวลาที่ความโลภอยู่เหนือความกลัวอย่างแท้จริง”

ความเห็นของโซโลมอนเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นของสหรัฐกำลังทดสอบคลื่นแห่งการระดมทุนของบริษัทเอไอยักษ์ใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อ OpenAI, Anthropic และ SpaceX เตรียมระดมทุนมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ ยังไม่รวมบริษัทอื่น ๆ อีกที่ต้องการระดมทุนจำนวนมากเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน จนเกิดคำถามว่าตลาดจะสามารถ “ดูดซับ” ความต้องการระดมทุนนี้ได้หรือไม่

ในฐานะที่โกลด์แมนแซคส์มีบทบาทสำคัญในการช่วยบริษัทเหล่านี้ระดมทุน โซโลมอนระบุว่า เรื่องความสามารถในการดูดซับไม่น่าห่วง เพราะตัวอย่างจากบริษัท Alphabet ที่หลังจากประกาศระดมทุนเพิ่มอีก 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ปรากฏว่าหุ้นทำผลงานได้ดี เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดยังคงเปิดกว้างสำหรับเอไอ

ซีอีโอของโกลด์แมนแซคส์ยอมรับว่าคลื่นการระดมทุนครั้งนี้มีขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ต้องไม่ลืมว่าความมั่งคั่งและสภาพคล่องของตลาดที่สูงเป็นประวัติการณ์ก็ได้ช่วยสนับสนุนการระดมทุนดังกล่าว นอกจากนี้กำไรที่เกิดจากบริษัทเอไออาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางบวก เพราะลูกจ้างและนักลงทุนจะนำกำไรที่ได้ไปจ่ายภาษีให้กับรัฐและลงทุนในบริษัทใหม่ ๆ

โซโลมอนทิ้งท้ายว่า “ความโลภ” อาจกลายเป็น “ความกลัว” อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนั้นเสมอไป ความคึกคักตื่นเต้นในธุรกิจเอไอสามารถเกิดขึ้นต่อไปอีกพักใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงว่าในตอนนี้เราอยู่ใน “ช่วงต้น” ของวัฏจักรมากกว่าจะเป็นช่วงท้าย

ทางด้าน ไมเคิล ฮาร์ตเน็ตต์ นักกลยุทธ์ลงทุนของแบงก์ ออฟ อเมริกา เตือนนักลงทุนว่า ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ของสหรัฐกำลังมีลักษณะเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2000 เมื่อฟองสบู่ดอตคอมแตก โดยจะเห็นว่าดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในวันทำการสุดท้ายของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 7,580 จุด แต่มีเพียงหุ้น 20 ตัวเท่านั้นที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ และส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเอไอ เหมือนกันเป๊ะกับเดือนมีนาคมปี 2000 ที่มีหุ้นเพียง 20 ตัวทำราคาสูงสุดใหม่

ฮาร์เน็ตต์ ซึ่งเป็นนักกลยุทธ์ที่มีผู้ติดตามมากคนหนึ่ง ชี้ว่าในตอนนี้การเก็งกำไรยังไม่มีท่าทีจะจบ แต่ปรากฏการณ์ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นสัญญาณสุดท้ายว่าตลาดหุ้นใกล้จะไปถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ตนเชื่อว่าถ้าธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยมันจะเป็นจุดสิ้นสุดของความบูมทันที

มาซาโยชิ ซัน ซีอีโอของซอฟต์แบงก์ บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยภายหลังประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเอไอมูลค่า 7.5 หมื่นล้านยูโร ในฝรั่งเศสว่า นี่คือการ “ปฏิวัติ” เทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุด เป็นประสบการณ์ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ คล้าย ๆ กับยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต มันใหญ่กว่าช่วง “ดอตคอม” มากกว่า 10 เท่า บางที 50 เท่าด้วยซ้ำไป ตอนฟองสบู่ดอตคอมแตกเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดก็จริง แต่มันพิสูจน์ว่าเป็นแค่การ “สะดุด” เล็ก ๆ เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตที่ใหญ่กว่าในระยะยาว

การลงทุนดังกล่าวถือเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเอไอใหญ่ที่สุดในยุโรปของซอฟต์แบงก์ ทำให้ราคาหุ้นของซอฟต์แบงก์ในตลาดหุ้นโตเกียวพุ่งขึ้นถึง 14% นอกจากนี้บริษัทกำลังขยายการลงทุนสหรัฐอเมริกาเช่นกัน โดยปีที่แล้วร่วมทุนกับ OpenAI ในโครงการ “สตาร์เกต” เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอไอ ดังนั้นบริษัทจึงมี “แรงส่ง” ที่จะทำให้ฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางของยุโรปด้านเอไอ

ความบูมของเอไอส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเดินหน้าอย่างร้อนแรง ทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ดัชนีสำคัญอย่างนิกเคอิ 225 เพิ่มขึ้นกว่า 80% ในรอบ 1 ปี จากที่เคยอยู่ในระดับ 37,000 จุด พุ่งขึ้นมาทะลุ 68,000 จุด ในวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าจะไปได้ต่อถึง 70,000-72,000 จุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Nvidia ตลาดหุ้น ฟองสบู่