คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในเชิงบวก จับตาเรื่อง Brexit การเลือกตั้งของไทย
ปัจจัยต่างประเทศหนุนตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ทั้งการเจรจาการค้าของสหรัฐฯกับจีนที่คืบหน้า และราคาน้ำมันที่มีปัจจัยบวกหนุน แต่ต้องจับตาการโหวตข้อตกลง BRExit ในวันที่ 15 ม.ค. นี้ และเรื่องกำหนดการเลือกตั้งของไทย KTBST แนะ ลงทุนในกรอบสั้นรอตลาดเป็นขาขึ้น หุ้นเด่น CPALL, CPN, TOP, PTTEP
ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ (14-18 ม.ค.) มีแนวโน้มในเชิงบวกหลังปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญๆ มีทิศทางที่ดี ทั้งเรื่องการเจรจาการค้าสหรัฐฯกับจีนที่มีความคืบหน้า รอดูเพียงว่าตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าของจีนจากสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นตามที่ตกลงกันหรือไม่ โดยผู้นำสหรัฐฯจะเจรจากับประเทศจีนด้วยตนเองในงาน World Economic Forum ปลายเดือนนี้ (30-31 ม.ค.) และทางจีนก็กำหนดให้ นาย Liu He เป็นตัวแทนไปเจรจากับสหรัฐฯด้วยเช่นกัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบมีปัจจัยบวกจากการที่ประเทศซาอุดิอาระเบียจะปรับลดการผลิตน้ำมันในเดือนม.ค.ลง 8 แสนบาร์เรลต่อวัน และจะปรับลดเดือนก.พ.ลงอีก 1 แสนบาร์เรลต่อวันหนุนราคาน้ำมันให้ขยับขึ้น และผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ถือเป็นผลบวกต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ทั้ง น้ำมัน ,ทองคำ,โลหะพื้นฐานต่างๆ และยังส่งผลบวกมาถึงตลาดหุ้นส่วนใหญ่ที่มีน้ำหนักการลงทุนหลักอยู่ของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ตลาดมีปัจจัยกังวลคือ ประเด็นเรื่องอังกฤษจะมีการโหวตข้อตกลง BRExit ในวันที่ 15 ม.ค. ซึ่งจะเป็นการลงคะแนนใหม่หลังเลื่อนมาจากปลายปีก่อนโดยหากสภาฯไม่เห็นชอบ หรือผ่านร่างสัญญานี้ทันวันที่ 29 มี.ค. 2019 จะเป็นผลให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่มีข้อตกลงใดๆ และจะเป็นผลในทางลบกับอังกฤษเอง รวมไปถึงความกังวลในเรื่องค่าเงินกับเศรษฐกิจของอังกฤษและสหภาพยุโรป
ส่วนปัจจัยในประเทศ ตอนนี้มีเพียงปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังติดตามรอ นั่นคือกำหนดวันเลือกตั้ง หลังจากที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ประเมินว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งน่าจะประกาศภายใน 26 ม.ค.นี้ และกำหนดการเลือกตั้งน่าจะประกาศหลังจากนั้นไม่เกิน 5 วัน โดยมีแนวโน้มสูงที่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในเดือน มี.ค. หากเป็นเช่นนั้นจริงจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นที่กำลังรอเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตามประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจมาก คือ พรรคใดจะมีโอกาสเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นโดยตรง
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ KTBST มองว่า ด้วยปัจจัยต่างประทศที่มีน้ำหนักในทางบวก แต่ปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศที่ยังดูคลุมเครือ หากดัชนีฯกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,600 จุดได้จะส่งผลบวกด้านจิตวิทยา โดยสัปดาห์นี้ ยังให้น้ำหนักกับหุ้น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมี และหุ้นที่ถูกคาดว่ากำไรไตรมาส 4 จะออกมาดี แนะนำให้ลงทุนในกรอบสั้นๆไปก่อนจนกว่าทิศทางตลาดจะมีความชัดเจนในทางบวกมากขึ้น ประเมินดัชนีฯ ในสัปดาห์นี้แกว่งในกรอบ 1,584-1,620 จุด ส่วนหุ้นที่น่าสนใจสัปดาห์นี้ประกอบด้วย CPALL, CPN, TOP, PTTEP, ANAN, COM7, BDMS, SVI