“โรบอตเทรด” ฮอต แนวโน้มซื้อขายหุ้นออนไลน์พุ่ง
กระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีผู้คน (disruptive technology) ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันมากขึ้น
ไม่เพียงแค่การซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ในแวดวงการเงินก็เปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่า “ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านหุ่นยนต์” หรือ “โรบอตเทรด” (robot trade) นอกจากจะสะดวกสบายเพราะไม่จำเป็นต้องยกหูโทรศัพท์หามาร์เก็ตติ้งแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าอีกด้วย
โดย “ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ฉายภาพว่า การเทรดผ่านหุ่นยนต์แบ่งได้ 2 ประเภท คือ ประเภทที่ให้หุ่นยนต์เลือกหุ้นและซื้อขายหุ้นให้นักลงทุน 100% ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนอีกประเภท คือ นักลงทุนระบุรูปแบบหรือเกณฑ์ของหลักทรัพย์ที่ต้องการซื้อขาย และให้หุ่นยนต์ทำการซื้อขายระหว่างวัน
ซึ่ง บล.ทิสโก้ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “Tisco Guru Plus” เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่ผ่านมา โดยแอปนี้สามารถคัดกรองหุ้นตามเงื่อนไขที่ลูกค้าระบุ และมีหุ่นยนต์ซื้อขายระหว่างวัน ซึ่งผลตอบรับต่อบริการค่อนข้างดี ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีปริมาณการซื้อขาย (volume) ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 65% (มียอดการโหลดแอปประมาณ 5,000 ราย) และอีก 35% เป็นการซื้อขายผ่านมาร์เก็ตติ้ง โดยเชื่อว่าอนาคตคนจะใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น และคาดว่าปริมาณการซื้อขายผ่าน Tisco Guru Plus จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 65% แน่นอน เนื่องจากมีความสะดวกสบายมากกว่าการเทรดผ่านคน
ส่วนการใช้ AI เทรดหุ้น 100% บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และเชื่อว่าจะสามารถนำมาใช้ได้ในปี 2562 นี้
“เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาดิสรัปต์ (disrupt) ธุรกิจโบรกเกอร์ กลับเข้ามาช่วยให้มาร์เก็ตติ้งสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงานด้วย บล.ทิสโก้มีมาร์เก็ตติ้งราว 100 คนเท่านั้น ในอดีตไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายแก่ลูกค้าได้ แต่เมื่อได้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้มาร์เก็ตติ้งทำงานได้รวดเร็วขึ้น จึงมีเวลานำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ แม้เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นจะส่งผลกระทบให้มีการแข่งขันด้านค่าธรรมเนียม แต่ บล.ทิสโก้เน้นการแข่งขันให้บริการที่คุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่เก็บแทน”
ขณะที่ “นุสรา รุ่นเจริญ” กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัส เล่าว่า บริษัทได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “Finansia HERO” ไปตั้งแต่ มี.ค. 2561 ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนค่อนข้างดี โดยแอปดังกล่าวสามารถขึ้นเป็นอันดับ 2 ในการเทรดผ่านช่องทางออนไลน์ และมีบัญชีที่ซื้อขายสม่ำเสมอ (active) ราว 500 บัญชี ส่งผลให้ปัจจุบัน บล.ฟินันเซียฯ มีสัดส่วนการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 50% และซื้อขายผ่านมาร์เก็ตติ้ง 50%
“มาร์เก็ตติ้งยังมีความสำคัญในการแนะนำการลงทุนแก่นักลงทุน แม้แต่ด่านแรกของการใช้บริการเทรดออนไลน์ มาร์เก็ตติ้งก็ยังเป็นผู้แนะนำการใช้โปรแกรม ดังนั้น บริษัทมีแนวทางว่าจะต้อง “ทำคู่กัน” หรือพัฒนาทั้งสองด้านไปพร้อมกัน ทั้งมาร์เก็ตติ้งที่แม้มีแนวโน้มชะลอการรับเพิ่ม แต่บริษัทก็ไม่ได้ปิดกั้น และยินดีรับผู้มีความสามารถมาร่วมงาน ส่วนเทรนด์การเทรดผ่านออนไลน์ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องพัฒนาช่องทางออนไลน์ต่อเพื่อรองรับเทรนด์ใหม่ในอนาคต”
ฟาก “วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) บอกว่า บริษัทให้บริการระบบซื้อขายหลักทรัพย์อัจฉริยะ “KTBST SMART ALGO” ที่ซื้อขายหลักทรัพย์อัตโนมัติตามแนวทางที่นักลงทุนเลือกผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม บริการนี้แตกต่างจากเจ้าอื่น ๆ เพราะเปิดให้บริการเฉพาะเจาะจงแก่นักลงทุนที่มีความรู้เกี่ยวกับการลงทุน และนักลงทุนรายใหญ่ ไม่ได้เปิดให้บริการเป็นการทั่วไป รวมถึงมีการแบ่งทีมมาร์เก็ตติ้งที่มีความรู้ และความเข้าใจโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนบริการ
“ลูกค้าที่ใช้บริการเป็นลูกค้าที่มีความรู้ด้านการลงทุนอยู่แล้ว และถูกใจกลยุทธ์ที่ KTBST SMART ALGO เสนอ ส่วนบทบาทของมาร์เก็ตติ้ง คือ การแนะนำกลยุทธ์ และการมอนิเตอร์ ซึ่งจะแตกต่างไปจากธุรกิจโบรกเกอร์ปกติ มาร์เก็ตติ้งที่ทำหน้าที่ต้องเข้าใจบริการ และสามารถให้บริการที่เฉพาะเจาะจงแก่ผู้ลงทุนที่เฉพาะเจาะจงได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการให้บริการแบบเฉพาะเจาะจง ปริมาณการซื้อขายผ่านระบบดังกล่าวจึงยังมีเพียง 1-2% เมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายทั้งหมดของบริษัท”
ทั้งนี้ ปัจจุบัน บล.เคทีบี มีมาร์เก็ตติ้งราว 350 คนต่อลูกค้า 7,000 ราย และมีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมในตลาด และมีการปรับขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงไม่มีนโยบายลดค่าธรรมเนียมเพื่อแข่งขัน และไม่เน้นจับลูกค้ารายใหญ่ที่ในตลาดมีการลดค่าธรรมเนียมเมื่อเทรดหุ้นในปริมาณมาก แต่เน้นจับลูกค้าขนาดกลาง
แม้ภาพที่ออกมาจะสะท้อนว่า “มาร์เก็ตติ้ง” ยังคงมีความสำคัญกับธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์อยู่ในปัจจุบัน ทว่าก็ต้องติดตามทิศทางในอนาคตที่นับวันหุ่นยนต์จะมีบทบาทมากขึ้นทุกที
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat ![]()
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!
