บล.บัวหลวง รายงานภาวะรอบด้านตลาดหุ้น 14 ก.พ. 2562
ภาพตลาดและแนวโน้ม
น้ำขึ้นให้รีบ “ดัก”: หุ้นเรือ…กำลังจะลาๆ ลอย
เมื่อวานดัชนีฯฟื้นตัวตามคาด วันนี้มีโอกาสที่หุ้นไทยจะกลับมาปิดเหนือ 1,660 จุด…หนุนโดยหุ้นนำตลาดอย่าง…หุ้นพลังงาน, เดินเรือ, โรงกลั่น, ปิโตรฯ ส่วนธนาคารที่อยู่ในช่วงรอปันผลจะช่วยค้าดัชนี
สัปดาห์นี้ คาดดัชนีฯหุ้นไทยมีโอกาสพักสั้นๆ จันทร์-พุธ และถ้ายังไม่หลุด 1,639 +/- 5 จุด หุ้นไทยจะ
กลับมา ผงาดเหนือ 1,660 จุด ได้อีกครั้ง
What to watch:
(+) MS ออกรายงาน “The transformation of China’s Capital flows”: เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ถึงปี
2030 จีนจะเปิดประเทศให้ต่างชาติทยอย เข้าลงทุนได้มากขึ้น ผ่านนโยบายปฏิรูป “เพิ่มการขาดดุลบัญชี
เดินสะพัด อย่างค่อยเป็นค่อยไป และหันไปเพิ่มการดึงเงินลงทุนต่างประเทศเข้ามาทดแทน” (โดยจีน
เตรียมความพร้อมมาตั้งแต่การเชื่อมตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงเมื่อปี 2014)
1) MS คาดปี 2020 จะมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นและตลาดการเงินอื่นๆ ของจีน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ โดย
น้ำหนักตลาดหุ้นจีนใน MSCI มีแนวโน้มจะเพิ่มได้อีกถึง 4 เท่า (จาก 5% เป็น 20%)
2) คาดเงินจากกองทุนทั่วโลกจะไหลเข้าตลาดหุ้นจีนในปีนี้ ราว US$ 7 หมื่น-1.25 แสนล้าน ส่วนตลาด
พันธบัตรจีน คาดเงินไหลเข้า US$ 8 หมื่น-1 แสนล้าน เทียบกับปี 2015-18 เงินไหลเข้าตลาดพันธบัตร เพียง US$ 3.5 หมื่นล้าน โดยเฉลี่ย
3) การพึ่งพิงเศรษฐกิจจีนของตลาดในภูมิภาคนี้จะมีเพิ่มขึ้น และจะได้อานิสงส์บวกจากการปฏิรูปครั้งนี้
ขณะที่ค่าเงินหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินหลัก ที่ใหญ่กว่า เงินเยน และปอนด์
MS คงคาแนะนำ เพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนและ ซื้อหุ้น HKEX (ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งจะได้ประโยชน์โดยตรง) และ แนะซื้อเงินหยวนขายดอลล์ / เราคาด อานิสงส์จากการปฏิรูปตลาดเงินของจีน จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น รวมถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ที่มีความเชื่อมโยงกับจีน
(+) หุ้นเรือ โดยเฉพาะ เรือแทงก์ บวกแรง หนุนกลุ่มเรือในตลาดหุ้นสหรัฐขึ้น จากความเป็นไปได้ที่ผลการ
เจรจาการค้าสหรัฐฯ มีสัญาณที่ดีขึ้น (ล่าสุด ปธน.ทรัมป์ อาจขยายระยะเวลา ในการเจรจาแก้ไขปัญหา
ความตึงเครียด) และ ระยะเวลาในการปล่อยให้ 8 ประเทศ สามารถนาเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ จะหมดอายุ
ลง เดือน พ.ค.นี้ หากสหรัฐฯไม่ต่อ คาดการกลับมาคว่าบาตรเต็มรูปแบบอีกครั้ง จะส่งผลให้อุปทานน้ำมัน
หายไปราว 5 แสน- 1 ล้านบาริ์เรล /วัน (ส่งผลให้กลุ่มโรงกลั่นเร่งสต๊อกน้ำมันและแก๊สไว้บนเรือ)
โดย Tankers +4.3%, LPG carriers +2.2%, LNG carriers +2.1%, containerships +1.9%, LNG
liquefaction +1.0% แต่ dry bulk +0.8%, container liners +0.3% บวกน้อยกว่ากลุ่ม เพราะไม่ค่อย
เกี่ยวกับ LNG business
โดยค่าระวางเรือ VLCCs +13% w-w, +132% y-y และ MS คาดว่าความต้องการ LNG ในปี 2019-2025
จะเติบโตเฉลี่ยถึง 6.5%
MS Upgrade หุ้นเรือแทงก์ ขึ้นเป็น Overweight และเราแนะนำ หุ้นที่เชื่อมโยงเรือแทงก์ ได้แก่ PRM (Oil
tanker) และ SGP (LPG carriers 25 ลา / สำหรับ SGP คาดงบ 4Q18 ที่ไม่ดีจากขาดทุนสต๊อกแก๊ส
สะท้อนไปในราคาหุ้นนานแล้ว และงบ 1Q19 คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวก หลังส่วนต่างราคาแก็ส 2
เดือนที่ผ่านมา กลับมาบวกแล้ว US$25/ตัน จาก 4Q18 ติดลบ -US$187.5/ตัน)
(+) การเจาจาการค้าสหรัฐฯ-จีน รีเสริชต่างชาติ เช่น NSL (Nomura group) เริ่มให้น้ำหนักเชิงบวก ต่อผล
เจรจาการค้ารอบนี้ โดยให้น้ำหนักถึง 55% ว่าการขยายระยะเวลาจะประกาศในสัปดาห์หน้า หลังจบการ
เจรจา (รอบ 3) สุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถ้าขยายเวลาออกไปจริง แสดงว่า มีสัญญาณการเจรจาที่ลงตัว แบ่งเป็น 2
กรณี (1) ยกเลิกภาษีที่กำหนดกันไปในช่วงก่อนหน้านี้ และ (2) ยกเลิกเฉพาะภาษีใหม่ คงภาษีเดิม ไว้
มองว่าไม่ว่าจะออกกรณีไหนเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโลกทั้งสิ้น / ส่วนกรณีที่เจรจากันไม่ลงตัว และ
กำหนดกาแพงภาษีตามเดิมนั้น โบรกต่างชาติให้น้ำหนักเพียง 10% และให้น้ำหนัก 35% เจรจา
การค้าลงตัวพร้อมทั้งประกาศผลการเจรจาทันเส้นตาย 1 มี.ค.นี้
(+) หุ้นพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรฯ เรือแทงก์ เรือแก๊ส : โกลด์แมน แซค ออกรายงานคาดราคาน้ำมันดิบจะ
ขึ้นแตะ US$67.5/bbl ในไตรมาส 2 นี้ / ด้านซาอุฯ ประกาศปรับลดกาลังการผลิตลงสู่ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อ
วัน ในเดือน มี.ค. (ลดลง 5 แสนบาร์เรล/วัน)
หุ้นแนะนำ
PRM เก็งกำไรทางเทคนิค แนวรับ 5.8 ต้าน 6.3/6.5 บ. Stop loss 5.5
SGP เก็งกำไรทางเทคนิค แนวรับ 10 ต้าน 10.5/11 Stop loss 9.8
PSL เก็งกำไรทางเทคนิค แนวรับ 8.4 ต้าน 9/9.5 Stop loss 8