เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
Economic ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ก.ค.) ขยับขึ้น 3.7% อยู่ที่ 60,758 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
ดูทั้งหมด

1 ทศวรรษ ยุบพรรคมรดกทักษิณ ปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ตามหลอน ทษช.

27 ก.พ. 2562 | 11:16น.

รายงานพิเศษ

 

นักเลือกตั้งในพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยังอารมณ์ค้าง กับอนาคตที่พรรคอาจไปไม่ถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.

แม้ทีมยุทธศาสตร์หาเสียง ที่มี “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เป็นประธาน วางคิวหาเสียงแน่นเอี้ยดไปถึงวันเลือกตั้ง และยังมีกำหนดปราศรัยใหญ่ที่กรุงเทพฯ ณ ลานคนเมือง 1 มี.ค. ทับรอยพรรคพี่-เพื่อไทย

แต่ชะตากรรมของ ทษช. กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ใกล้ครบกำหนดวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณา “กรรม การเมือง” ที่เสนอชื่อ “มิบังควร” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค

กับข้อหาหนักที่อัตราโทษร้ายแรงถึงขั้น “ยุบพรรค” เพราะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 (2)

แถมยังกวาดเอา 14 กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ต้องยุติบทบาททางการเมืองตลอดชีพ เพราะกฎหมายในมาตราเดียวกันกำหนดให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กก.บห.พรรคที่ถูกยุบ บวกกับมาตรา 235 วรรค 4 ของรัฐธรรมนูญ ยังระบุซ้ำไปอีกว่า บุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้ถูกเพิกถอนสิทธิตลอดไป

หากยุบพรรค เท่ากับปิดประตู 14 ชีวิต กก.บห.พรรคหวนคืนการเมืองโดยปริยาย

 8 ประเด็นยืนยันความบริสุทธิ์

ซึ่งทีมกฎหมาย ทษช. ยก 8 ข้อต่อสู้ยุบพรรค ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ข้อ 1.การดำเนินกิจการของพรรค เป็นไปตามประกาศอุดมการณ์ นโยบายในการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ข้อ 2.ทำตามประสงค์ของผู้ที่ได้รับเสนอชื่อ ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติเป็นข้อห้ามมิให้ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรี

ข้อ 3.พรรคเข้าใจโดยสุจริตว่าการเสนอชื่อ ไม่ใช่เป็นการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ข้อ 4.เมื่อมีพระราชโองการวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 23.00 น. พรรคจึงได้แถลงโดยทันทีในวันรุ่งขึ้น เพื่อน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ด้วยความจงรักภักดี

ข้อ 5.การกระทำตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมาตรา 89 ประกอบมาตรา 87 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 13 และมาตรา 14 ให้ถือว่าการเสนอชื่อบุคคลใดที่มิได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายดังกล่าวให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น จึงไม่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ข้อ 6.พรรคเห็นว่า คำว่า “ปฏิปักษ์” ให้ความหมายว่า ฝ่ายตรงกันข้าม ข้าศึก ศัตรู แต่การกระทำของผู้ถูกร้อง ได้กระทำการเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 7.กกต.ไม่มีอำนาจหน้าที่นำพระราชโองการมาขยายความกล่าวหาพรรคว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เป็นการขยายความของพระราชโองการที่เป็นโทษ เป็นเรื่องที่มิบังควร และไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง

ข้อ 8.มติในการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ของ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรค ไม่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก กกต.จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย และมีพฤติกรรมไม่สุจริต ซึ่งพรรคมีหลักฐานนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ และพรรคจะใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินการที่พรรคไม่ได้รับความเป็นธรรมต่อไป

สดศรี โผล่เป็นพยาน

ขณะที่การว่าความในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ มี 2 ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ที่อยู่ในทีมกฎหมายเป็นผู้ว่าความ คือ “นรวิชญ์ หล้าแหล่ง” ซึ่งเคยว่าความในคดีจำนำข้าว และเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หลายคดี และ “สุรชัย ชินชัย” หนึ่งในทีมกฎหมายต่อสู้ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2550 โดยมีพยานรวม 19 ปาก 1 ใน 19 ปากที่อยู่ในบัญชี คือ “สดศรี สัตยธรรม” อดีต กกต.

2 ประเด็น ขอความเห็นใจศาล

อย่างไรก็ตาม นอกจาก 8 ประเด็นโต้แย้งคำขอของ กกต.ให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบ ทษช. ยังมีประเด็นที่ฝ่ายกฎหมายให้น้ำหนักในการต่อสู้การยุบพรรค คือ มาตรา 14 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ทั้งนี้ 1.ต้องมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อ

2.ผู้ได้รับการเสนอชื่อต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นรัฐมนตรี ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และไม่เคยทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้งคราวนั้น

การเสนอชื่อบุคคลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่มิได้เป็นไปตามทั้ง 2 ข้อ ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น

รวมถึงการตั้งประเด็น โดยใช้มาตรา 5 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น ไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ซึ่งฝ่าย ทษช.ขอความเห็นใจจากศาลว่า ในกรณีดังกล่าว มาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญ มีเรื่องการเสนอชื่อ
นายกฯในบัญชีพรรค รองรับไว้อยู่ จึงไม่น่าเข้าข่าย มาตรา 5 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงไม่ควรยุบพรรค

1 ทศวรรษยุบพรรคทักษิณ

ทว่า… ในทศวรรษเศษ เกิดเหตุยุบพรรคสำคัญ ๆ ที่พลิกโฉมการเมืองมาแล้ว 2 ครั้ง และทั้ง 2 ครั้ง เกิดขึ้นกับพรรคที่มี “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นศูนย์กลางอำนาจ

ครั้งแรกยุบพรรคไทยรักไทย ปี 2550 โดยถูกกล่าวหาว่า การกระทำของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รวมถึง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รองหัวหน้าพรรคในขณะนั้น และพวก ได้ว่าจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็ก ประกอบด้วย พรรคพัฒนาชาติไทย พรรคแผ่นดินไทย ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อหนีเกณฑ์ 20% โดยการปลอมแปลงเอกสาร หลักฐานข้อมูลสมาชิกพรรคที่เป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 (1) ที่ระบุว่า เป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ (2) เป็นการกระทำอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 66 (1) และ (3) ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง หรือไม่

หลังจากใช้เวลาซักพยานหลักฐาน 4 เดือนเต็ม รวมพยานทั้งฝ่ายอัยการในฐานะผู้ร้อง และพยานฝ่าย 5 พรรคการเมือง ในฐานะผู้ถูกร้อง 119 ปาก ที่สุดแล้ว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อ 30 พ.ค. 2550

ไม่จรรโลงประชาธิปไตย

คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตอนหนึ่งระบุว่า “พรรคไทยรักไทยมิได้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่มุ่งพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้คนในชาติมีความสุขถ้วนหน้า ดังที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ต่อประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่มุ่งประสงค์เพียงดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศจนยากที่จะหาอุดมการณ์อันแท้จริงของพรรคให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนโดยรวมว่า เมื่อเป็นรัฐบาล มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะดำเนินการปกครองโดยสุจริต ไม่ประพฤติมิชอบ หรือบริหารราชการแผ่นดิน โดยแอบแฝงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง พฤติการณ์ของพรรคไทยรักไทยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พรรคไทยรักไทยไม่อาจดำรงความเป็นพรรคการเมืองที่จะสร้างสรรค์และจรรโลงความชอบธรรมทางการเมืองแก่ระบอบการปกครองของประเทศโดยรวมได้อีกต่อไป จึงมีเหตุอันสมควรยุบพรรคไทยรักไทย”

ช่วงปลายปี 2551 พรรคพลังประชาชน อันเป็นนอมินีภาค 2 ของพรรคไทยรักไทย กลับต้องเผชิญการยุบพรรคอีกระลอก จากการที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 50 ให้ใบแดง นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากการทุจริตเลือกตั้ง เข้าข่ายกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 237 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 94 (1) (2) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 111 ซึ่งมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ก่อนที่ต่อมา กกต.จะยื่นให้อัยการสูงสุดส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคพลังประชาชน ซึ่งขณะนั้น “ชัยเกษม นิติสิริ” ทำหน้าที่เป็นอัยการสูงสุด (ปัจจุบันเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดต
นายกฯของเพื่อไทย) ลงนามอนุมัติ เมื่อ 10 ต.ค. 2551

จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญนัดกำหนดประเด็นข้อพิพาทในคดี 26 พ.ย. 2551 เพียง 48 ชั่วโมงให้หลัง 28 พ.ย. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่ได้ยื่นต่อศาลเพียงพอ คดีสามารถวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องสืบพยานอีกต่อไป จึงมีคำสั่งงดสืบพยาน และกำหนดให้คู่ความทุกฝ่ายแถลงการณ์ปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 2 ธ.ค. 2551

และในวันที่ 2 ธ.ค. 2551 ก็คือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมกับพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย

ข้อกล่าวหายุบพรรคเครือข่ายทักษิณ ทั้งไทยรักไทย-พลังประชาชน มาจนถึง ไทยรักษาชาติ หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาที่ใกล้เคียงกัน เป็นปฏิปักษ์การปกครอง และการได้มาซึ่งอำนาจ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)