เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ตั้ง ปลัดคมนาคม เป็น ‘ประธานบอร์ด รฟม.’
Politics ครม.ตั้ง ปลัดคมนาคม เป็น ‘ประธานบอร์ด รฟม.’
มช. ปั้น “PockaJoo” ถุงซึมซับปัสสาวะผู้ป่วยชาย แก้เพนพ้อยท์ผู้ป่วยติดเตียง เร่งต่อยอดเชิงพาณิชย์
การศึกษา มช. ปั้น “PockaJoo” ถุงซึมซับปัสสาวะผู้ป่วยชาย แก้เพนพ้อยท์ผู้ป่วยติดเตียง เร่งต่อยอดเชิงพาณิชย์
ครม.ปรับใหญ่ ‘กม.ภาษีป้าย’ เก็บตามเดือนที่ติดตั้ง เพิ่มเพดานอัตรากรณีรุกที่สาธารณะเป็น 2 เท่า
Politics ครม.ปรับใหญ่ ‘กม.ภาษีป้าย’ เก็บตามเดือนที่ติดตั้ง เพิ่มเพดานอัตรากรณีรุกที่สาธารณะเป็น 2 เท่า
ครม. ให้ ‘การรถไฟฯ’ กู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน บรรเทาการขาดสภาพคล่อง
Politics ครม. ให้ ‘การรถไฟฯ’ กู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน บรรเทาการขาดสภาพคล่อง
ยุโรปป่วน ใครแฮกตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัยโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่อีกแล้ว
World ยุโรปป่วน ใครแฮกตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัยโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่อีกแล้ว
นายกฯสั่ง ครม. เตรียมข้อมูลแจง ‘ศึกซักฟอก’ 7-11 ธ.ค.นี้
Politics นายกฯสั่ง ครม. เตรียมข้อมูลแจง ‘ศึกซักฟอก’ 7-11 ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม’ ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี รับสังคมสูงวัย
เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% เดินสายโรดโชว์ญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ เปิด 3 เหตุผลขึ้น ‘ภาษีรถอีวีนำเข้า’ เป็น 35% เดินสายโรดโชว์ญี่ปุ่น 17 พ.ย.นี้
ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
Economic ครม.ไฟเขียว งบ 5.8 พันล้าน ชดเชยมาตรการ ‘ค่ารถไฟฟ้า 17-45 บาท’ ตั้งแต่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.70
‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
Politics ‘ครม.สัญจร อุดร’ ดันอีสานตอนบน เป็นฐานผลิตอาหารโลก เล็ง ‘บึงกาฬ’ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ดูทั้งหมด

มุมคิด “แม่ทัพลอรีอัล” กล้าที่จะฝันใหญ่-สนใจนวัตกรรม

01 มี.ค. 2562 | 08:29น.

นับจากที่ “อินเนส คาลไดรา” เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อเดือนกันยายน 2561 เธอประกาศภารกิจที่จะมุ่งพัฒนาความเป็นเลิศให้กับองค์กรทั้งหมด 4 ด้านด้วยกันคือ

หนึ่ง การมุ่งเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง

สอง การขับเคลื่อนดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

สาม การพัฒนาและดูแลบุคลากร

สี่ การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม 

โดยภารกิจทั้ง 4 ด้านขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการดำเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ทุกประการ แต่กระนั้น เมื่อมาดูคำกล่าวของ “ปิแอร์ อีฟ อาร์เซล” รองประธานกรรมการลอรีอัล ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ครั้งหนึ่งเคยพูดถึง “อินเนส คาลไดรา” เมื่อคราวที่เธอเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ ว่า…ผลงานของเธอในยุโรปได้พิสูจน์ถึงความสามารถเป็นอย่างดี

“โดยเฉพาะด้านการจัดการบุคลากร เพราะเธอดำเนินงานตามแนวทางจิตวิญญาณของลอรีอัลอย่างครบถ้วน ด้วยการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง พร้อมช่วยสนับสนุนให้ทีมของเธอสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าเธอจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับประเทศไทยอย่างราบรื่น และเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ”

ทั้งนี้เพราะตลอดชีวิตการทำงานของ “อินเนส คาลไดรา” ที่ลอรีอัล กรุ๊ป เธอไม่เพียงเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกอายุที่น้อยที่สุดในการดำรงตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศโปรตุเกส (บ้านเกิด) ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้บริหารที่ลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศฝรั่งเศส เพื่อดูแลฝ่ายพัฒนาการตลาดระหว่างประเทศ

จากนั้นเธอจึงย้ายกลับโปรตุเกสอีกครั้งเพื่อดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดภูมิภาคยุโรป

ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคในประเทศสเปน จนกระทั่งย้ายมาประจำการยังลอรีอัล (ประเทศไทย)

“อินเนส คาลไดรา” ยอมรับว่าตลาดในประเทศไทยใหญ่กว่าโปรตุเกสและสเปนมาก ทั้งยังมีความสลับซับซ้อน และมีช่องทางในการขายมากกว่าด้วย สำคัญไปกว่านั้นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของประเทศไทยมีหลายแบรนด์ ทั้งในส่วนของโลคอลแบรนด์และอินเตอร์แบรนด์

“เพียงแต่เราไม่ได้มองว่าตรงนี้เป็นอุปสรรค ตรงกันข้ามกลับมองเป็นโอกาสทางธุรกิจมากกว่า เพราะเชื่อว่าทุกแบรนด์ของลอรีอัลล้วนเป็นสินค้าคุณภาพ ตรงนี้จึงทำให้เราเชื่อมั่นว่าอีกไม่นานเราจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่การจะไปถึงตรงนั้นได้ ต้องทำให้คนเติบโตก่อน ธุรกิจถึงจะเติบโตตาม และทำอย่างไรถึงจะให้พนักงานมีส่วนร่วม มีความกระตือรือร้น และทำงานอย่างมีความสุข”

“เพราะต้องยอมรับว่าตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะช่วง 3 ปีผ่านมา เราจะเห็นเลยว่าตลาดอีคอมเมิร์ซ หรือโซเชียลคอมเมิร์ซมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดังนั้น การที่เราจะขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในเร็ว ๆ นี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะทางด้านดิจิทัล”

“ด้วยเหตุนี้ ทิศทางของการพัฒนาบุคลากรจึงผสมผสานระหว่างการให้ความรู้ทางด้านดิจิทัล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อเข้าไปสู่ตลาดออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเราเรียกว่า beauty tech เพราะเห็นแล้วว่าช่องทางการขายแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอแล้ว เนื่องจากมีช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น เราจะต้องมองโอกาสตรงนี้ให้ออก เพราะจากเดิมทีมดิจิทัลของเราในปี 2015 มีพนักงานเพียง 5 คนเท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันเรามีทีมดิจิทัลมากกว่า 50 คน”

“อินเนส คาลไดรา” บอกว่าในปี 2018 ผ่านมาเราทำการอบรม และพัฒนาทีมดิจิทัลไปแล้วกว่า 5,000 ชั่วโมง และทีมดิจิทัลทุกคนจะนำองค์ความรู้ในเรื่องของ beauty tech ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence-AI) หรือความเป็นจริงเสมือน (augmented reality-AR) ไปแบ่งปันความรู้ให้กับทุก ๆ กลุ่มธุรกิจของเราด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการเรียนรู้ความสำเร็จร่วมกัน การปรับปรุงร่วมกัน เพื่อให้พนักงานทุกกลุ่มธุรกิจก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“เพราะ beauty tech แสดงผลเสมือนจริงให้ผู้บริโภคเห็นทันทีว่าหากใช้ผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลชนิดต่าง ๆ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร เพราะเราเชื่อว่าการมีผลิตภัณฑ์ที่ดี และมีเทคโนโลยีที่ดีจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเรื่องของความงามได้ดียิ่งขึ้น เพราะอย่าลืมว่าผู้บริโภคในปัจจุบันเขาใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีเหมือนกัน เขาอยากรู้อะไรก็เสิร์ชหาข้อมูล เราต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อที่เขาจะได้รับความสะดวกสบาย และตัดสินใจง่าย เพื่อมาซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา”

“ฉะนั้น ต่อไปในอนาคตพนักงานในกลุ่มดิจิทัลจะเปิดรับเพิ่มมากขึ้น แต่จะต้องอยู่บนหลักการทำงานของลอรีอัล กรุ๊ปที่จะต้องมีความหลากหลายในแง่ของโปรไฟล์ เพศ เพราะปัจจุบันเรามีพนักงานประจำประมาณ 600 คน และพนักงานตามสัญญาจ้างอีก 1,300 กว่าคน”

ผลเช่นนี้ เมื่อถามว่าคนที่ “ใช่” ของลอรีอัลเป็นอย่างไร “อินเนส คาลไดรา” จึงบอกว่า…เรามองว่าทุกคนมีความแตกต่าง เราจึงต้องยอมรับ และเคารพในเรื่องของความแตกต่าง และความหลากหลายด้วย

“ดังนั้น อย่างแรกเลยคือต้องมีความเป็นเจ้าของกิจการ พูดง่าย ๆ คือต้องทำงานให้เหมือนกับลอรีอัลเป็นกิจการของเราเอง อย่างที่สองคือจะต้องเป็นคนรักในเรื่องของนวัตกรรม เพราะผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ฉะนั้น พนักงานของเราจึงต้องกล้าตัดสินใจ และต้องทำงานเป็นทีม เพราะลอรีอัลเป็นเครือข่าย การที่เราจะประสบความสำเร็จได้จะต้องทำงานเป็นทีม”

“ซึ่งเหมือนกับดิฉันเอง แม้จะทำงานมาหลายประเทศ แต่เมื่อมาอยู่ประเทศไทย เราต้องพยายามเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับพนักงานคนไทยด้วยกัน ซึ่งเราอาจโชคดีที่พนักงานลอรีอัล ประเทศไทยเป็นคนมีน้ำใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังเป็นคนเปิดใจ และยอมรับในความเปลี่ยนแปลงเพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แต่ถ้าถามว่าตลอด 6 เดือนที่อยู่ที่นี่เพียงพอหรือยัง ก็ต้องบอกว่ายัง เพราะมีอะไรอีกมากมายที่จะต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับพนักงานของเรา”

คงเหมือนกับกิจกรรม “feedback” ที่ “อินเนส คาลไดรา” นำมาใช้กับโปรเจ็กต์ “simplicity” หรือ “ความเรียบง่าย” เพราะเธอคิดว่า…การที่เราจะไปถึงเป้าหมายในการเป็นเบอร์ 1 ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงามเราจะต้องให้พนักงานแสดงความคิดเห็นออกมา

“พูดง่าย ๆ ว่าเราพยายามหล่อหลอมพฤติกรรมการทำงานของพนักงานเพื่อให้เขาแสดงออก โดยพฤติกรรมนั้นจะล้อไปกับความเชื่อของบริษัทด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือการดูแลสังคมต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เราต้องฟังก่อน ดังนั้น การให้ feedback คือการให้พวกเขาพูด เพื่อที่เขาจะได้บอกว่าทำอย่างไรถึงจะมีความสุข ทำอย่างไรเขาจะเรียนรู้อะไรมากขึ้น”

“จากนั้นจึงค่อยนำมาปรับเปลี่ยนในเรื่องนโยบายทางด้านบุคลากรของเรา เพื่อจะได้ตรงกับความต้องการของเขา ซึ่งในส่วนของผู้บริหารทุกคนก็มีการประเมินผล 360 องศาเช่นกัน ทั้งนั้นเพื่ออยากทราบว่าพนักงานมองเราอย่างไร และเรามีส่วนที่จะปรับปรุง และพัฒนาในเรื่องของผู้นำอย่างไรบ้าง ฉะนั้น ในเรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องโดยอ้อมกับการวาง career path ไปโดยปริยาย”

“เพราะการให้ feedback เป็นพื้นฐานในการสร้างอาชีพ และการเติบโตในอาชีพอย่างโปร่งใส ทั้งยังเป็นความกล้าอย่างหนึ่งด้วย ถามว่าง่ายไหม ไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องจำเป็นมาก ถ้าเราจะต้องหารือกันแบบตรงไปตรงมาในอนาคตการทำงานของพนักงานคนใดคนหนึ่ง เพราะ feedback เป็นบทเริ่มต้นของการสนทนาที่จะปรับสไตล์การทำงานเข้าหากัน เพื่อหาเทรนนิ่งที่เหมาะสมกับสิ่งที่เขาต้องการ หรือหาโอกาสที่พนักงานคนนั้น ๆ อยากได้ เพื่อพวกเขาจะได้เติบโตต่อไปในอนาคต”

ผลเช่นนี้ จึงทำให้อดที่จะถาม “อินเนส คาลไดรา” ไม่ได้ว่า…เธอมีสไตล์การบริหารอย่างไร ?

“ดิฉันมีความสมดุลในการบริหารงานว่าถ้าเป็นผู้นำจะต้องมีวิชั่นให้กับพนักงาน และทำอย่างไรให้พนักงานมีกำลังใจ พวกคุณจะต้องฝันใหญ่ ต้องกล้าที่จะทำ และในส่วนของตัวดิฉันเองก็จะต้องบาลานซ์ในส่วนนี้ด้วย แต่อีกส่วนหนึ่งดิฉันเป็นผู้นำที่ลงมือทำด้วย ไม่ว่าจะออกไปตลาดเอง หรือถ้ามีปัญหาอะไรเราก็จะร่วมรับผิดชอบในส่วนนั้น ๆ ด้วย ขณะเดียวกัน ถ้าพนักงานประสบความสำเร็จ เราก็จะเฉลิมฉลองความสำเร็จไปพร้อม ๆ กับทีมงาน”

อันเป็นคำตอบของ “แม่ทัพลอรีอัล” คนปัจจุบันที่ชื่อ “อินเนส คาลไดรา”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลอรีอัล อินเนส คาลไดรา