เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
ดูทั้งหมด

ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 แข็งแกร่ง เติบโต 5.1%

08 มี.ค. 2568 | 12:57น.

ลอรีอัล กรุ๊ป เผยผลงานปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจเติบโตสูงกว่าตลาดลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

นายนิโคลา ฮิโรนิมุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวถึงตัวเลขผลประกอบการดังกล่าวว่า “เรามีการเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน

ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน

“นอกจากนี้ เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง เราได้ซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน Galderma บริษัทเวชภัณฑ์โรคผิวหนังจากสวิตเซอร์แลนด์เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและชีววิทยาของผิว และใน Amouage แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์ในกลุ่มอาหรับ สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นและไกลขึ้นในการพิชิตพื้นที่ความงามใหม่ๆ ทางภูมิศาสตร์ ประชากร และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมความงามที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผู้บริโภคในอนาคต”

“ในปี 2568 เรายังมองแนวโน้มของตลาดความงามโลกในทางที่ดี และมั่นใจในความสามารถของเราที่จะเติบโตแซงหน้าตลาด และบรรลุการเติบโตของยอดขายและกำไรอีกครั้งหนึ่ง เราคาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากแผนกระตุ้นความงามของเรา ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น และการสนับสนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่อง”

จากการสรุปผลการดำเนินงานตามแผนก พบว่าแผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 5.3%1 แซงหน้าตลาดผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ ด้วยแรงหนุนจากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และกลยุทธ์ออมนิแชนเนลที่ประสบความสำเร็จ พร้อมการเติบโตที่โดดเด่นทั้งในอีคอมเมิร์ซและช่องทางจำหน่ายแบบคัดสรร

เคเรสตาส (Kérastase) ยังคงรักษาการเติบโตในระดับสองหลักอย่างแข็งแกร่ง กลายเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของแผนก ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล (L’Oréal Professionnel)  ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แผนกยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนโดยเริ่มต้นจากการผลักดันบรรจุภัณฑ์แบบเติม

แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต 5.4%

การเติบโตมีความสมดุลทั้งด้านมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน โดยแผนกยังคงสานต่อกลยุทธ์ในการยกระดับการเข้าถึงผู้บริโภคและการพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม แบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง

โดยที่ ลอรีอัล ปารีส ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะในโซนยุโรปและตลาดเกิดใหม่ ที่ยอดเยี่ยมพอที่จะชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวลงในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งทั้งสองตลาดได้รับผลกระทบในทางลบจากภาวะการเติบโตของตลาดที่อ่อนตัวลง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคึกคักเป็นพิเศษ นำโดยลอรีอัล ปารีส ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วเป็นอันดับสอง

เครื่องสำอางได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวมาสคาร่าพาโนรามา ของลอรีอัล ปารีส ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่นแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์รุ่นเทดดี้ โดย เมย์เบลลีน นิวยอร์ก

แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงมีการเติบโตที่ระดับ 2.7%

ในปี 2567 แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดความงามลักชัวรี่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเติบโตแข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลในแต่ละภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น หากไม่นับรวมเอเชียเหนือ แผนกนี้เติบโตอย่างน่าประทับใจในอัตราเลขสองหลัก โดยมีอเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการเติบโตที่ใหญ่ที่สุด จนก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดความงามชั้นสูงได้เป็นครั้งแรก

แผนกยังคงเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มน้ำหอม การเติบโตต่อเนื่องเป็นผลจากความสำเร็จระดับโลกทั้งในกลุ่มน้ำหอมผู้หญิง พาราด๊อกซ์  โดยพราด้า, บอร์น อิน โรมา โดย วาเลนติโน่, ลิเบรอ  โดย อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  และน้ำหอมผู้ชาย สตรองเกอร์ วิธ ยู โดย อาร์มานี่ , วอนเต็ด โดยอัซซาโร่, โปโล 67  โดย ราล์ฟ ลอเรน, มายเซลฟ์ โดย อีฟส์ แซงต์ โลรองต์

การเติบโตของเครื่องสำอางเร่งตัวขึ้นด้วยแรงหนุนจากความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ ทั้งในตลาดตะวันตกและจีน ขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  เลิฟชายน์  และ ทูช เอคลาต์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เอสอป , ทาคามิ  และ ยูธ ทู เดอะ พีเพิล ได้ดำเนินกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโตอย่างโดดเด่นที่ระดับ 9.8%

แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางมียอดขายทะลุ 7 พันล้านยูโรเป็นครั้งแรก โดยเติบโตแซงหน้าตลาดเวชสำอางโลก ซึ่งยังคงคึกคักแม้จะมีการชะลอตัวลงบ้าง แผนกเติบโตในทุกภูมิภาค โดยมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค SAPMENA และยุโรป ทั้งยังมีผลประกอบการที่เหนือกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญในเอเชียเหนือ และเติบโตนำหน้าตลาดในอเมริกาเหนือ

ในส่วนของแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์ มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของแผนกธุรกิจนี้มากที่สุด โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากจากยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มารับไม้ต่อจาก เซราวี  ด้วยแรงหนุนจากความสำเร็จอย่างมากของ เมลา บีทรี  ทำให้ ลา โรช-โพเซย์ กลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกในทุกช่องทาง

แม้ว่าจะมีผลประกอบการในระดับทรงตัวในสหรัฐอเมริกา แต่ เซราวี ก็ทำยอดขายก็ได้ทะลุ 2 พันล้านยูโร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการขยายตลาดต่างประเทศด้วยผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน SAPMENA จีน และบราซิล ซึ่งเซราวีเป็นผู้บุกเบิกตลาดของแผนก

สรุปตามภูมิภาค

ยุโรป เติบโต 8.2 %1 อเมริกาเหนือ เติบโต 5.5% เอเชียเหนือ หดตัว 3.2% ลาตินอเมริกา เติบโต 11.0% ภูมิภาค SAPMENA-SSA เติบโต 12.3%

ด้านลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทยยังสามารถครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดความงาม โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยมีแบรนด์ การ์นิเย่ ยังคงเป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับหนึ่งของประเทศ และมีลอรีอัล ปารีส และ เซราวี อยู่ในท๊อป 5 ในส่วนเมคอัพ มีเมย์เบลลีน นิวยอร์ค ยึดตำแหน่งแบรนด์เมคอัพอันดับหนึ่ง ในส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีเคเรสตาสครองอันดับ 1 ในตลาดพรีเมียม

นอกจากนั้น ลอรีอัล ประเทศไทย ยังมีการปรับให้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์เข้มแข็งขึ้น โดยนำแบรนด์ 3CE แบรนด์เมคอัพเกาหลีอันดับ 1 ของโลก มาภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2568 เพื่อปลุกตลาดเมคอัพ เช่นเดียวกับแผนกความงามชั้นสูงที่จะมีการนำแบรนด์เอสอปมาอยู่ภายใต้การดูแลช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 นี้ และแบรนด์ต่างๆ ได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่น่าสนใจมาให้ผู้บริโภคชาวไทยเผื่อผลักดันตลาดในทุกๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์

ผลงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาค SAPMENA ประกาศความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในสถานประกอบการ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ (SAPMENA) รวมทั้งประเทศไทยในสิ้นปี 2566 ครอบคลุมโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า สำนักงาน และศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทั้งหมดภายในภูมิภาค ก่อนกำหนดในปี 2028 นอกจากนี้ลอรีอัลยังได้รับรางวัลแพลตตินัมจาก EcoVadis ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม 1% ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลอรีอัล ลอรีอัล กรุ๊ป