SET ปิดลบสวนภูมิภาคเป็นวันที่ 2 โบรกฯ ชี้นลท.ขายลดความเสี่ยง-รอหน้าตารัฐบาลใหม่
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมหุ้นไทยวันที่ 18 มี.ค.62 ปิดตลาดที่ดัชนี 1,617.57 จุด ลดลง 8 จุด หรือลดลง 0.49% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 38,474.06 ล้านบาท ซึ่งดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงสวนตลาดหุ้นภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.62 จากแรงกดดันปัจจัยการเมืองในประเทศ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียต่างปรับขึ้นและปิดบวกเก็งผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 มี.ค.62 นี้ โดยคาดว่า Fed จะมีการปรับโทนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายลง
ส่วนการเลือกตั้งในประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนขายลดความเสี่ยงออกมาก่อน เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณความชัดเจนของหลังการเลือกตั้ง เช่น ผลการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลใหม่ ว่าจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อการประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.62) คาดว่าดัชนีจะยังเคลื่อนไหวไม่หลุดแนวรับ 1,600 จุด และให้แนวต้านดัชนีไว้ที่ 1,630 จุด โดยคาดว่าตลาดจะยังคงแกว่งไซด์เวย์ (sideway) และอาจเห็นแรงขายทำกำไรได้บ้าง ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องติดตามผลการเลือกตั้งไทยต่อไป รวมถึงทิศทางรัฐบาลผสม โดยมองว่าสภาล่างควรได้เสียงข้างมากมากกว่า 250 เสียงจึงจะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ หรือเป็นรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพได้
ด้านกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ เน้น “ตั้งรับ” โดยแนะนำกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะปรับลดลง (Downside) ค่อนข้างต่ำ ได้แก่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ซึ่งซื้อขายที่ P/E ไม่สูงมาก รวมทั้ง บมจ. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และ บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ซึ่งราคาหุ้นมีการย่อตัวลงมา เป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม อีกทั้งมองว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาน่าจะสนับสนุนเรื่องของการบริโภคและปากท้องประชาชนเช่นกัน และสุดท้าย บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) ที่มูลค่า (Valuation) ในไตรมาส 1/62 ค่อนข้างดี สามารถเป็นอีกตัวที่ซื้อตั้งรับได้