เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
Economic เกษตรฯ ชู “ข้าวคาร์บอนต่ำ” รับมือโลกร้อน ดึงกลไกการเงิน-ตลาดเอกชน หนุนรายได้เกษตรกร
อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
Politics อนุทิน คุย รองนายกฯรัสเซีย ดัน Thai-EAEU FTA ร่วมมือเกษตร-พลังงาน-เทคโนโลยี
“Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
Biz Movement “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2026”ชูความสำเร็จ-ผนึกพลังดีไซเนอร์ไทย
สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเทพฯ บวงสรวงพระราชรถ และพระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระพันปีหลวง
เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
Finance เมืองไทยประกันชีวิต รุกตลาดสายมู! ส่ง 8 แพ็กตามคำทำนาย เจาะวัยทำงาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 550 บาท รูปพรรณขายออก 66,750 บาท
พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ พระราชทานรางวัล นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ชิงแชมป์เอเชีย
เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
Finance เปิด 12 หลักการ Bangkok Blueprint สกัดภัยการเงิน-ไซเบอร์
หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
Business หัตถการยุคใหม่มาแรง หนุน THE KLINIQUE GROUP เติบโตเด่น
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
Biz Movement การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯ มอบหนังสือแก่เยาวชน ผ่านโครงการอ่านผลิบาน
ดูทั้งหมด

“บล.กสิกรฯ”แนะ 3 กลุ่มหุ้นเด่นหลังเลือกตั้ง เชื่อหุ้นไทยผันผวนรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่

27 มี.ค. 2562 | 08:13น.
“บล.กสิกรไทย” เผยภาพรวมตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มผันผวนระหว่างช่วงรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มองแนวรับ 1,600 จุด “เอาอยู่” คาดฟันด์โฟลว์ไหลกลับหลังผลเลือกตั้งชัดเจน แนะลงทุนหุ้นค้าปลีก–รับเหมา–ท่องเที่ยว

นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) ก่อนการเลือกตั้งในอดีต ไม่มีความสัมพันธ์และรูปแบบที่ชัดเจน แต่โดยเฉลี่ยจะติดลบเล็กน้อยระหว่าง -0.1% ถึง -1.4% ในช่วง 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง ในทางกลับกัน ผลตอบแทนเฉลี่ยหลังการเลือกตั้งในอดีตเป็นบวกทั้งค่าเฉลี่ย 3 ปี และ 5 ปี อยู่ที่ 3.1% และ 3.3% ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนหลังการเลือกตั้ง

ขณะที่มองว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ 1 เดือน SET Index จะยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกเช่นกัน แต่อาจไม่ถึง 3% อย่างการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า SET Index ได้ผ่านจุดต่ำสุดที่ 1,575 จุด ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในช่วง 1 – 2 เดือนข้างหน้า หรือช่วงที่รอจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไว้ที่บริเวณแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้านที่ 1,675 จุด

โดยมองว่าภาคเศรษฐกิจที่จะได้รับประโยชน์หลังการเลือกตั้ง ได้แก่

  1. กลุ่มผู้มีรายได้ขั้นต่ำ ภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจต่างจังหวัด โดยมีโอกาสเห็นนโยบายการปรับขึ้นค่าแรง (ปัจจุบันอยู่ในกรอบ 308-330 บาท/วัน) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ และเศรษฐกิจต่างจังหวัดที่ซบเซา ซึ่งหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวคือกลุ่มพาณิชย์ โดยบล.กสิกรฯ ชอบ CPALL และ BJC มากที่สุดในกลุ่ม
  2. กลุ่มที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยมองว่าการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานจะยังมีอย่างต่อเนื่อง และอาจมีการเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในต่างจังหวัด ซึ่งกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์คือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเลือกหุ้น STEC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ เนื่องจากโอกาสที่จะมีการดำเนินงานสูง มีประวัติการดำเนินงานแข็งแรง และมีความสามารถพร้อมรับงานขนาดใหญ่
  3. กลุ่มการท่องเที่ยว โดยมองว่าการท่องเที่ยวจะยังเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งหุ้น AOT เป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและรายได้จากการประมูลพื้นที่ Duty Free แม้การประมูลอาจเลื่อนออกไปบ้าง

ด้าน Fund Flow (เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ) นายภาสกร อธิบายว่า ปกติ Fund Flow มีการเข้า/ออกตลาดหุ้นไทยมาโดยตลอด โดยตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา Fund Flow มีแนวโน้มไหลเข้าในตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) มากกว่าไหลเข้าในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Countries) และเชื่อว่าหลังผลการเลือกตั้งไทยชัดเจน Fund Flow พร้อมที่จะไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังมองภาพการเมืองไทยในทางบวกมากขึ้น หลังมีการเลือกตั้งและกำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่บล.กสิกรฯ แนะนำลงทุน ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี โดยเลือก SCC เป็นท็อปพิค (Top Pick) ของกลุ่ม เนื่องจากภาพรวมธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างดีขึ้น ต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มลดลง และภาพรวมกำไรจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (packaging) แข็งแรง โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ที่กำไรของกลุ่มเติบโตในอัตราเฉลี่ย (CAGR) 22% ในช่วงปี 2558 – 2561 ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ BGRIM เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง (ทั้งก๊าซและถ่านหิน) และค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการขยายตัวของกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 BGRIM มีการศึกษาที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 500 – 1,000 MW ซึ่งยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการกำไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บลจ.กสิกรไทย หุ้นไทย