บางกอกแอร์ แคเทอริ่ง รุกหนักธุรกิจ “อาหาร” ครบวงจร
สัมภาษณ์
ไม่เพียงแค่จะเดินหน้าขยายฐานธุรกิจด้านการบินและสนามบินเท่านั้น กลุ่มบริษัท “การบินบางกอก” หรือBA ผู้บริหารสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส” ยังคงวางแผนขยายฐานธุรกิจเกี่ยวเนื่องมาอย่างต่อเนื่อง
โดยธุรกิจที่เห็นภาพการขยายฐานอย่างชัดเจนในขณะนี้ คือ ครัวการบินกรุงเทพ หรือ Bangkok Air Catering ซึ่งจากเดิมทีเดียวจะโฟกัสในธุรกิจแคเทอริ่ง ผลิตอาหารป้อนให้กับสายการบินต่าง ๆ เป็นหลัก แต่ปัจจุบันได้ขยายฐานธุรกิจอย่างโดดเด่น ทั้งในส่วนของธุรกิจแคเทอริ่ง และธุรกิจ “ร้านอาหาร”
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “อมร รัศมีแสงเพชร” ผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด หรือ Bangkok Air Catering (BAC) ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจ ไว้ดังนี้
จ่อเปิดครัวการบิน “เชียงใหม่”
“อมร” บอกว่า ครัวการบินกรุงเทพ หรือบางกอกแอร์แคเทอริ่ง เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอาหารขึ้นเครื่องบินให้กับสายการบินต่าง ๆ มากว่า 10 ปี โดยปัจจุบันได้ผลิตอาหารให้บริการแก่ผู้โดยสารในเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และผู้โดยสารของสายการบินอื่น ๆ รวมอีกกว่า 20 สาย เช่น เตอร์กิชแอร์ไลน์, เอมิเรตส์แอร์เวย์, โอมานแอร์, แอลอัลอิสราเอลแอร์ไลน์, เคนยาแอร์เวย์, เอธิโอเปียแอร์ไลน์ ฯลฯ
โดยนอกจากครัวการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ยังได้เปิดให้บริการครัวการบินกรุงเทพ สาขาสนามบินภูเก็ต ไปเมื่อปลายปี 2560 ปัจจุบันมีลูกค้าสายการบิน 12 ราย และล่าสุดยังมีแผนเปิดครัวการบิน สาขาสนามบินเชียงใหม่ ในช่วงประมาณกลางปีนี้อีก 1 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเปิดบริการได้ในช่วงกลางปีนี้
เพิ่ม “ร้านอาหาร” แบรนด์ใหม่
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านอาหาร คือ บริษัท กูร์เมท์ พรีโม่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการผลิตและแปรรูปอาหารเพื่อจัดจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ “กูร์เมท์ พรีโม่” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการจัดเลี้ยงและบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม
“อมร” บอกว่า บางกอกแอร์แคเทอริ่ง เปิดให้บริการมา 14 ปี แต่เพิ่งมาขยายธุรกิจอย่างชัดเจนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งการขยายสาขาของครัวการบิน รวมถึงการขยายธุรกิจสู่ร้านอาหาร จำนวน 3-4 แห่งที่เปิดให้บริการไปแล้ว
ปัจจุบัน “บางกอกแอร์ แคเทอริ่ง” เปิดให้บริการร้านอาหาร Brasserie 9 ซึ่งเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม บนถนนสาทร ร้านอาหาร Al Saray ซึ่งเป็นร้านอาหารเลบานอนและอินเดีย บนถนนสีลม และบริเวณโรงพยาบาลกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย และล่าสุดกำลังเตรียมร้านอาหารไทยตำรับชาววัง ภายใต้แบรนด์ “เรือนนพเก้า” เพิ่มอีก 1 แห่งในเดือนกันยายนนี้
ชูโมเดล “พาร์ตเนอร์”
ไม่เพียงเท่านี้ ในส่วนของ “กูร์เมท์ พรีโม่” ยังใช้นโยบายการทำงานในรูปแบบพาร์ตเนอร์ เพื่อช่วยผู้ประกอบการ เช่น เจ้าของภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรมต่าง ๆ รวมถึงร้านกาแฟที่เปิดใหม่ มีพื้นที่ครัวจำกัด ก็สามารถมาใช้บริการได้
“โมเดลการทำงานของเราจะเป็นการช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้และกำไร รวมถึงคุมมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการได้ เช่น ใครที่ต้องการเปิดร้านอาหาร หากใช้วัตถุดิบจากเรา หรือจ้างเราผลิต จะทำให้สามารถควบคุมรสชาติอาหารที่เป็นมาตรฐานเดียวกันได้ทั้งหมด รวมทั้งยังสามารถลดพื้นที่ครัวเพื่อวางที่นั่งรองรับลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการและการบริหารต้นทุนทำได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการทั้งที่เป็นร้านอาหาร โรงแรม และร้านกาแฟ เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก”
เร่งรายได้ “กูร์เมท์ พรีโม่”
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของรายได้รวมนั้นปัจจุบันรายได้หลัก หรือกว่า 80% ของบริษัท ยังคงมาจากธุรกิจเคเทอริ่ง
ทั้งนี้ เนื่องจาก “กูร์เมท์ พรีโม่” นั้นเพิ่งเปิดตัวมาได้ปีเศษ ๆ เท่านั้น ซึ่งหากสามารถขยายธุรกิจได้ตามแผนก็น่าจะทำให้รายได้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากธุรกิจในส่วนของแคเทอริ่งเองก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพราะปัจจุบันศักยภาพในการรองรับสายการบินของสนามบินแห่งนี้ค่อนข้างเต็มแล้ว
นั่นหมายความว่า โอกาสในการเพิ่มลูกค้าสายการบินเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เนี่องจากสายการบินใหม่ ๆ ไม่มีสลอตเวลาให้เครื่องทำการขึ้น-ลง
การเติบโตของธุรกิจด้านแคเทอริ่งจึงจำเป็นต้องรอเวลา เช่น รอประมูลที่สนามบินดอนเมือง (ปัจจุบันทำงานร่วมกับพันธมิตร) และอู่ตะเภา ซึ่งในส่วนของอู่ตะเภานั้น ทางกลุ่มบางกอกแอร์เวย์สได้ยื่นข้อเสนอไปแล้ว ส่วนจะลงทุนแค่ไหนนั้นยังตอบยาก เพราะต้องประเมินการลงทุนตามแผนของรัฐบาลว่าจะขยายฐานสนามบินอู่ตะเภาอย่างไร มีเครื่องบินให้บริการมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
แต่การขยายฐานเข้าสู่ธุรกิจอาหารนั้นเป็นแนวทางที่สามารถทำได้เลย ไม่มีเรื่องของสัมปทานมาเกี่ยวข้อง จึงถือเป็น “โอกาส” ทางการตลาดอีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสำหรับธุรกิจแคเทอริ่งนั้นถือว่าเป็นเซ็กเมนต์ที่มีการแข่งขันสูงมาก แต่ก็ยังถือว่ามีความโชคดี เนื่องจากแคเทอริ่งของสายการบินถูกกำหนดด้วยสัมปทานของบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ทำให้รายใหม่ ๆ เข้ามาสู่ธุรกิจค่อนข้างยาก