UMI คาดรายได้ปีนี้โต 7% รุกเพิ่มยอดขายดีลเลอร์-โครงการอสังหาฯ เล็งนำเข้ากระเบื้องตปท.เพิ่มเป็น 30%
UMI ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 7% รุกเพิ่มยอดขายกลุ่มดีลเลอร์-ตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์ ด้าน “ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์” ย้ำไม่แข่งราคา เน้นคุณภาพ ดีไซน์ลวดลาย เจาะลูกค้ากลุ่มกลางบน วางแผน 3 ปี (2562-2564) นำเข้ากระเบื้องจากต่างประเทศเพิ่มจากอินเดีย- เวียดนาม-จีนเป็น 30% มูลค่า 500 ล้านบาท คาดภาพรวมอุตสาหกรรมกระเบื้องปีนี้ขยายตัวได้ 3-4%
นางสาวปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.สหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI) เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโต 7% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,417 ล้านบาท โดยมีแผนจะขยายตลาดสินค้ารูปแบบใหม่ และเพิ่มยอดขายกลุ่มดีลเลอร์และตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีการขยายตัวที่ดี แม้เศรษฐกิจไทยจะยังไม่ค่อยดี แต่ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมกระเบื้องน่าจะขยายตัวได้ 3-4% เนื่องจากธุรกิจกระเบื้องไม่ได้มีรายได้จากโปเจคใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจรีโนเวทที่จะทำให้มีรายได้เข้ามาเพิ่มด้วย
“ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ยอดขายของเราตกไปค่อนข้างเยอะ จากสภาวะเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงการแข่งขันตัดราคา ทำให้เราขาดทุนไปมาก โดยปี 61 ขาดทุนที่ 77 ล้านบาท โดยเฉพาะยอดขายจากดีลเลอร์ที่ลดลงไป”
อย่างไรก็ดีนโยบายของบริษัทยังคงเน้นสินค้าที่มีคุณภาพ ดีไซน์ลวดลาย และนวัตกรรมใหม่ๆ มากกว่าการลงไปแข่งขันด้านราคา เพราะยังมีกลุ่มตลาดกลางถึงบน ที่สนใจดูสินค้าจากราคาเป็นหลัก ทำให้ยอดขายของบริษัทจะเติบโตได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมเฉลี่ยประมาณ 75% จากกำลังการผลิตทั้งหมด 27-28 ล้านตารางเมตรต่อปี มาจาก UMI จำนวน 20 ล้านตารางเมตร และบริษัทลูก ที.ที.เซรามิค (TTC) อีก 7 ล้านตารางเมตร
โดยในระยะ 3 ปี (2562-2564) บริษัทตั้งเป้าพลิกกลับมามีกำไรได้ เมื่อเดินเครื่องจักรของ TTC ครบ 3 เครื่อง จากปัจจุบันที่ใช้อยู่ 2 เครื่อง ซึ่งทำให้มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น และการเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีแผนนำเข้ากระเบื้องจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศอินเดีย เวียดนาม และจีน เป็น 30% คิดเป็นเงินมูลค่า 500 ล้านบาท จากปัจจุบันนี้ที่มีสัดส่วนเพียง 12-13%
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากช่องทางโมเดิร์นเทรด 50% อาทิ โฮมโปร, บุญถาวร และอีก 50% มาจากดีลเลอร์ ซึ่งจะรวมโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เกือบ 20% ที่มีการสั่งซื้อสินค้ากับบริษัท เช่น Golden Land, Sana, land and houses เป็นต้น
นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการส่งออกกระเบื้องเป็น 10% จากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 7% หลักๆ จะเน้นกลุ่มประเทศกัมพูชา, ลาว, เมียนมา และเวียดนาม โดยในปี 61 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในลาว อย่างไรก็ดีบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเข้าร่วมทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัท เช่น การตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปปลายปีนี้ เบื้องต้นบริษัทจะใช้เงินลงทุนจากออกหุ้นกู้ โดยในช่วงกลางเดือน ก.ค.62 นี้ จะมีหุ้นกู้ครบกำหนด 347 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ใหม่อีก 500 ล้านบาท โดยจะไว้ชำระหุ้นกู้ชุดเดิม และส่วนที่เหลือจะนำมาลงทุนในโครงการใหม่