ผงซักฟอก 1.9 หมื่นล้านเดือด แบรนด์ใหม่ท้าชนเจ้าตลาด
ตลาดผงซักฟอก 19,000 ล้าน หดตัว ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจ-แข่งขันสูง แบรนด์ใหญ่อัดโปรโมชั่นลดกระหน่ำ แอปและป๊อก เดินหน้าพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ ผงซักฟอกกันแดดรายแรกของโลกพร้อมชูจุดขายออนไลน์ ถูกกว่าห้าง-ฟรีค่าจัดส่ง มัดใจผู้บริโภค
นายโชคชัย เอี่ยมฤทธิไกล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญโชติเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงซักฟอกแบรนด์แอปและป๊อก เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดผงซักฟอกในปี 2561 มีมูลค่า 19,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 3% เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดน้อยลง และมีอัตราการซื้อสินค้าลดลง เปลี่ยนพฤติกรรมการซักผ้าปริมาณเยอะมากขึ้น ประกอบกับการแข่งขันสูง ทั้งแบรนด์ใหญ่-แบรนด์เล็ก เร่งนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาสร้างจุดขาย พร้อมอัดโปรโมชั่นที่นำมาจัดรายการส่งเสริมการขายมีตั้งแต่ซื้อ 1 แถม 1 และมีของแถมตามจุดขายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
โดยตลาดผงซักฟอกจะคล้าย ๆ กับตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงแต่มีผู้ประกอบการแค่ 3-4 รายเท่านั้น และบริษัทถือว่าเป็นผู้ประกอบการไทยรายแรกที่ทำตลาด เพื่อกระตุ้นตลาดและให้ผู้บริโภคมีทางเลือกใหม่มากขึ้น
เช่นเดียวกับการหากลยุทธ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด โดยบริษัทดำเนินธุรกิจทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ บีทูบี จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าองค์กร เช่น โรงแรม โรงพยาบาล อีกทั้งยังทำโออีเอ็ม รับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี ซีเจ และกลุ่มบีทูซี จำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ได้แก่ แบรนด์แอป ผงซักฟอกกันแดดรายแรกของโลก ด้วยการนำโมเลกุลนาโนไทเทเนียมไดออกไซด์ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับครีมไวเทนนิ่งที่ช่วยสะท้อนรังสียูวี พร้อมส่วนผสมของกลิ่นน้ำหอมฟีโรโมนจากประเทศฝรั่งเศส ภายใต้สโลแกน “ยิ่งซัก ยิ่งสวย” โดยสินค้าจะอยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยม เจาะผู้บริโภคตลาดบน และแบรนด์ป๊อก เจาะผู้บริโภคตลาดแมส โดยแต่ละแบรนด์จะส่งนวัตกรรมใหม่ ๆ และสร้างจุดแข็งที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังขายตรงให้ 400 โรงงานทั่วประเทศ และมีตัวแทนจำหน่าย 48 รายทั่วประเทศ ตลอดจนช่องทางจัดจำหน่าย www.thaidetergent.lnwshop.com ชูจุดขาย อาทิ จำหน่ายในราคาถูกกว่าซื้อในห้าง ฟรีค่าจัดส่ง เลือกชำระได้หลายช่องทาง และจ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่มีชาร์จเพิ่ม
ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทในปีที่ผ่านมา มียอดขายประมาณ 120 ล้านบาท โดยสัดส่วนยอดขายมาจากกลุ่มธุรกิจบีทูบี 20% โออีเอ็ม 50% และบีทูซี 30% มียอดขายลดลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามราคาที่แข่งขันกันรุนแรง โดยปี 2562 จะเน้นการรักษาระดับการเติบโตไว้เท่าเดิม และเน้นการดำเนินธุรกิจให้มีผลกำไร ด้วยการใช้งบประมาณการทำตลาดเท่าเดิมประมาณ 30 ล้านบาท แต่จะเน้นประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้มากขึ้น
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทยังคงเน้นการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศจะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ กลุ่มสินค้าทำความสะอาด ให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
นายโชคชัยกล่าวต่อว่า ก่อนที่จะผลิตสินค้าใหม่ออกมาทำตลาด จะมีการทำวิจัยโดยนำสินค้าตัวอย่างไปแจกให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ทั่วประเทศ เพื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภค แล้วนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
ขณะที่ตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันรับจ้างผลิตให้ประเทศแถบซีแอลเอ็มวี ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และเกาหลีเหลือ แอฟริกาใต้ โดยจับมือกับพาร์ตเนอร์หรือผู้ที่สนใจลงทุนมาทำธุรกิจร่วมกัน โดยมองว่าตลาดต่างประเทศเป็นโอกาสสร้างการเติบโตได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้มียอดขายประมาณ 140 ล้านบาท ปัจจุบันจำหน่ายสินค้า 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือน สบู่ล้างมือ กระดาษทิสชู่ ถุงขยะ ถุงมือ โดยเชื่อมั่นว่าการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง