สื่อตปท.รายงานข่าวพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมพระราชประวัติ ร.10
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศทั่วทุกสำนัก อาทิ เอเอฟพี เอพี รอยเตอร์ บีบีซี และซีเอ็นเอ็น ตลอดจนเว็บไซต์ข่าวต่างๆ ในโลกออนไลน์ ต่างนำเสนอรายงานข่าวและภาพข่าวการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดขึ้นตามโบราณราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติ เผยแพร่ออกไปทั่วโลก โดยให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอันสำคัญว่าจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคมนี้ อันประกอบด้วย พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครทางสถลมารค และพระราชพิธีเสด็จออกสีหบัญชร รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ตลอดจนพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทั่วโลกได้รับทราบ

โดยบีบีซีรายงานว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นงานพระราชพิธีอันสำคัญครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่งของประเทศไทยและมีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี ท่ามกลางการเฝ้ารอชมด้วยใจจดจ่อของประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ ที่ส่วนใหญ่ยังถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของตนเองอีกด้วยที่จะได้เห็นการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณีเป็นครั้งแรก นอกจากบีบีซีจะรายงานหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่าจะมีขั้นตอนพิธีการอย่างไรบ้างแล้ว ยังได้นำเสนอพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยังได้ระบุถึงพระปรีชาสามารถด้านการทหารของพระองค์ด้วยการทรงขับเครื่องบินขับไล่ด้วย

ด้านเอพีรายงานว่าประชาชนชาวไทยทั่วประเทศได้ร่วมกันเป็นประจักษ์พยานในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี เอพียังอ้างการให้ความเห็นของข้าราชการรายหนึ่งที่มีต่อพระราชพิธีอันสำคัญครั้งนี้ว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศชาติและยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ ขณะที่เอเอฟพีรายงานภาพบรรยากาศที่ประชาชนชาวไทยจำนวนมากต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความจงรักภักดี มาร่วมเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเถลิงถวัลย์ราชเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี โดยยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนใจมาร่วมเฝ้ารอชมพระราชพิธีอันสำคัญนี้ร่วมกับประชาชนคนไทยที่มาเฝ้ารอรับเสด็จเต็มสองฟากถนน

ที่มา:มติชนออนไลน์