เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 ก.ย. 69) สูตรธรรมดา ขึ้นยกแผง 0.85 บาท ดีเซลแตะ 40.69 บาท
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 ก.ย. 69) สูตรธรรมดา ขึ้นยกแผง 0.85 บาท ดีเซลแตะ 40.69 บาท
เจาะลึกเทรนด์ “มูเตลูฮ่องกง” ยุค 9 ชู “เจ้าแม่จิ่วเทียน” เสริมกลยุทธ์ธุรกิจ-การเงิน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
Biz Movement เจาะลึกเทรนด์ “มูเตลูฮ่องกง” ยุค 9 ชู “เจ้าแม่จิ่วเทียน” เสริมกลยุทธ์ธุรกิจ-การเงิน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ
กกต. เปิดรายชื่อ 77 ราย ผู้ถูกยื่นศาลฎีกา คดีฮั้ว สว.
Politics กกต. เปิดรายชื่อ 77 ราย ผู้ถูกยื่นศาลฎีกา คดีฮั้ว สว.
‘เซมิคอนดักเตอร์’ รับทรัพย์จาก AI ฉ่ำ ๆ คาดรายได้ทั่วโลกปี’69 แตะ 53 ล้านล้านบาท
Tech ‘เซมิคอนดักเตอร์’ รับทรัพย์จาก AI ฉ่ำ ๆ คาดรายได้ทั่วโลกปี’69 แตะ 53 ล้านล้านบาท
คำต่อคำ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. เหตุใดยกคำร้อง 21 ภูมิใจไทย
Politics คำต่อคำ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. เหตุใดยกคำร้อง 21 ภูมิใจไทย
หุ้นไทยปิดตลาด (14 ก.ย.) ดิ่งหลุด 1,600 จุด DELTA ฉุดแรง
Finance หุ้นไทยปิดตลาด (14 ก.ย.) ดิ่งหลุด 1,600 จุด DELTA ฉุดแรง
เปิดโปรลับ ซื้อรถอีวี Toyota bZ4X ดอกเบี้ย0% ผ่อนนาน 84 เดือน
EV เปิดโปรลับ ซื้อรถอีวี Toyota bZ4X ดอกเบี้ย0% ผ่อนนาน 84 เดือน
GWM ขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV นาน 10 ปี 220,00 กม. จ่ายเพิ่มแค่ 6,500 บาท
EV GWM ขยายการรับประกันแบตเตอรี่ ORA5 EV นาน 10 ปี 220,00 กม. จ่ายเพิ่มแค่ 6,500 บาท
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 68,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 68,400 บาท
ปลัดคลังเตรียมถกบอร์ดกลั่นกรองสัปดาห์นี้ เล็งใช้เงินกู้ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2
Finance ปลัดคลังเตรียมถกบอร์ดกลั่นกรองสัปดาห์นี้ เล็งใช้เงินกู้ต่ออายุ ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง จับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

17 พ.ค. 2562 | 18:20น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 13-17 พฤษภาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 31.58/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 31.58/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้ปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน โดยรัฐบาลสหรัฐได้เริ่มกระบวนการเก็บภาษีนำเข้าจากจีนมูลค่าราว 2 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับภาษีเดิมที่ 10% สู่ระดับ 25% ส่งผลให้กระทรวงการคลังของจีนได้ตอบโต้โดยเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐเช่นกัน ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มระดับภาษีจากเดิมที่ระดับ 10% สู่ระดับ 25% ในมูลค่าวงเงินกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ จำพวกสินค้าภาคการเกษตรของสหรัฐ เช่น ถั่ว น้ำตาล ข้าวสาลี ไก่ และไก่งวง โดยมาตรการภาษีของจีนดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน ทั้งนี้หลังจากที่ทางการจีนได้มีมาตรการตอบโต้สหรัฐดังกล่าว คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้เปิดเผยแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และปรับภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 25% ทั้งนี้การดำเินการดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อจีนมากยิ่งขึ้น ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบปะกันในการประชุม G20 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ล้วนออกมาสูงกว่าที่คาด ทั้งดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 17.8 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 8.0 ส่วนทางกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ออกมารายงานว่า ยอดการเริ่มสร้างบ้านในเดือนเมษายนพุ่งขึ้น 5.7% สู่ 1.235 ล้านยูนิตต่อปี โดยได้รับแรงหนุนทั้งจากยอดการก่อสร้างบ้านเดี่ยวและอาคารสำหรับหลายครัวเรือน และได้รับแรงหนุนจากภาวะอากาศที่แห้งขึ้นในภูมิภาคมิดเวสท์ของสหรัฐด้วย นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังปรับทบทวนตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านของเดือนมีนาคมขึ้นสู่ 1.168 ล้านยูนิตต่อปี จากเดิมที่เคยรายงานว่าอยู่ที่ 1.139 ล้านยูนิตต่อปี และสุดท้ายธนาคารกลางสหาัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียรายงานในวันพฤหัสบดี (16/5) ว่า กิจกรรมภาคการผลิตในภูมิภาคมิดแอตแลนติกของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ 16.6 ในเดือนพฤษภาคม จาก 8.5 ในเดือนเมษายน สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้คาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2562 นี้ มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากสถานการณ์การค้าโลกรุนแรงกว่าคาด ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน ขณะที่ค่าเงินบาทยังมีความผันผวน โดยมีสาเหตุจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.43-31.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 31.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 1.1225/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 1.1227/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้รัฐบาลเยอรมนียังได้แสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจเยอรมนีในปี  2562 จากปัจจัยจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและสหภาพยุโรป (อียู), จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และจากปัจจัยความไม่แน่นอนเรื่อง Brexit แม้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนี ประจำเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.0% ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขวคามเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีประจำเดือนพฤษภาคมปรับตัวลดลง 2.1 ซึ่งต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพิ่มขึ้นที่ระดับ 5.1 และตัวเลขความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซน ก็ปรับตัวลดลง 1.6 ซึ่งต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพิ่มขึ้นที่ระดับ 5.0 นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังคงได้รับแรงกดดัน หลังจากนายมัตเตโอ ซาลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีกล่าวว่า อิตาลีพร้อมที่จะฝ่าฝืนกฎงบประมาณของสหภาพยุโรป (EU) ในเรื่องระดับหนี้สิน ถ้าหากการทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการกระตุ้นการจ้างงาน ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปได้ออกมากล่าวตอบโต้ว่า ฐานะการคลังที่ตกต่ำลงของรัฐบาลอิตาลีจะส่งผลให้อิตาลีฝ่าฝืนกฎของสหภาพยุโรปในปีนี้และปีหน้า นอกจากว่ารัฐบาลอิตาลีจะปรับเปลี่ยนนโยบายของตนเอง มิฉะนั้นทาง EU อาจเลือกใช้วิธีการแบบแข็งกร้าว หรือดำเนินขั้นตอนทางวินัย และอาจจะสั่งปรับอิตาลี ทั้งนี้ EC จะออกรายงานเรื่องการคลังอิตาลีในวันที่ 5 มิถุนายน และอาจจะเรียกร้องให้มีการดำเนินการทางวินัย โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับนายฌอง-คล็อต ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1164-1.1240 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาด ที่ระดับ 1.1221/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 109.72/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/5) ที่ระดับ 109.83/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลในสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาก็มีทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในระดับค้าส่ง ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เนืื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีดังกล่าวปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 28 โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.01-110.03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.76-109.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ