Skip to content

ดอลลาร์ผันผวน ตลาดกังวลสงครามการค้ารอบใหม่

14 ต.ค. 2568 | 18:48น.
ดอลลาร์ผันผวน ตลาดกังวลสงครามการค้ารอบใหม่

ดอลลาร์ผันผวน ตลาดกังวลสงครามการค้ารอบใหม่ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับมาจุดชนวนความตึงเครียดด้านการค้ากับจีนอีกครั้ง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/10) ที่ระดับ 32.54/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/10) ที่ระดับ 32.71/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยเทียบเงินสกุลหลก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับมาจุดชนวนความตึงเครียดด้านการค้ากับจีนอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ (10/10) ด้วยการประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอย่างมาก และควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญเพื่อตอบโต้มาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีน โดยทรัมป์ระบุว่าจะเก็บภาษีเพิ่มเติม 100% กับสินค้าจีนที่ส่งไปยังสหรัฐ พร้อมทั้งควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งป็นเวลา 9 วันก่อนมาตรการระงับภาษีเดิมจะหมดอายุ

มาตรการการค้าใหม่นี้เกิดขึ้น หลังจากจีนขยายการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากอย่างมาก ซึ่งจีนเป็นผู้ครองตลาดแร่เหล่านี้ที่จำเป็นต่อการผลิตด้านเทคโนโลยี ซึ่งทรัมป์ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องน่าตกใจและมีผลเสียต่อเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สหรัฐโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ต่อมาทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12/10) ว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ “ยอดเยี่ยม” กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยเพิ่มเติมกับ Fox Business Network (13/10) ว่าตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างเข้มข้น และสามารถลดระดับความตึงเครียดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า มาตรการขึ้นภาษียังไม่มีผลจนกว่าจะถึงวันที่ 1 พ.ย.ที่เขาจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เกาหลีใต้ พร้อมทั้งเชื่อว่าการพบกันจะยังคงเกิดขึ้นตามแผน

นอกจากนี้นิวยอร์กไทม์รายงานนวันเสาร์ที่ผ่านมา (11/10) ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เลิกจ้างพนักงานจำนวนหลายสิบคนที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ในการปรับลดกำลังคนรอบล่าสุด ซึ่งรวมถึงนักระบาดวิทยา นักวิทยาศาสตร์อาวุโส และพนักงานทั้งหมดของสำนักงานที่กรุงวอชิงตัน ทั้งนี้การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ หรือชัตดาวน์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกางหลายแสนคนต้องหยุดงาน โดยพนักงานของกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (HHS) ซึ่งรวมถึง CDC ก็ได้รับผลกระทบด้วย

เงินบาทปิดตลาด 32.73/74 บาท/ดอลลาร์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (14/10) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวและเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้้ (14/10) เพราะต้องรอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกวันพรุ่งนี้ (15/10) ก่อน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Roadmap ที่กำหนด Action Plan ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลช่วง 4 เดือนนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.54-32.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/10) ที่ระดับ 11.1570/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร คงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/10) ที่ระดับ 1.1571/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เปิดเผยรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หวังเร่งผลักดันการจัดทำงบประมาณปี 2569 และฟื้นฟูเสถียรภาพทางการเมือง

รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดนี้ประกอบด้วยบุคคลทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ โดยเป็นความพยายามครั้งที่สองของนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอกอร์นู ในการรวบรวมทีมงานเพื่อฝ่าฟันปัญหาที่ทำให้การดำเนินงานของรัฐบาลติดขัดหยุดชะงักมาหลายเดือน และผลักดันงบประมาณให้ผ่านรัฐสภาที่แบ่งเป็นฝักฝ่าย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1540-1.1593 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1558/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/10) ที่ระดับ 152.47/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (10/10) ที่ระดับ 152.77/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นายทาเคชิ อิวายะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นระบุในการแถลงข่าวว่า ญี่ปุ่นรู้สึกกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบจากความเคลื่อนไหวของจีนที่จะยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก ซึ่งประกาศออกมาเมื่อวันพฤหัสบดี (9/10)

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า จีนครองตลาดแร่หายากและแร่ธาตุอื่น ๆ ของโลก ซึ่งจำเป็นต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึงระบบอาวุธ นายอิวายะกล่าวว่า “เราได้ส่งคำร้องขอไปยังจีนในหลายระดับ รวมถึงผ่านทางหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้แน่ใจว่า ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกจะไม่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการควบคุมการส่งออก” โดยจีนได้แจ้งต่อญี่ปุ่นว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างเหมาะสม แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่

นอกจากนี้ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (14/10) ทรุดตัวลงกว่า 2% อันเป็นผลจากแรงขายท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่น หลังพรรคโคเมโตะ (Komeito) ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ขณะที่ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันหุ้นกลุ่มส่งออกอย่างรุนแรง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 151.60-152.49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 152.04/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ในงานการประชุมประจำปีของสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติ (14/10), ถ้อยแถลงของนาย แอนดรูว์ เบลีย์ ในงานการประชุมสมาชิกประจำปีของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (15/10), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย.ของประเทศจีน (15/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของประเทศจีน (15/10), ดัชนีภาวะธุรกิจภาคการผลิตของรัฐนิวยอร์ก (15/10), ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เดือน ส.ค. ของประเทศอังกฤษ (16/10), ดัชนีภาวะธุรกิจภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐ สาขาฟิลาเดลเฟีย (16/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.6/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ