เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สแกน 5 โจทย์ใหญ่ SME ปี’69 “ยูโอบี” เตือนเร่งทำ Stress Test คุมสภาพคล่อง
Finance สแกน 5 โจทย์ใหญ่ SME ปี’69 “ยูโอบี” เตือนเร่งทำ Stress Test คุมสภาพคล่อง
คลังเคาะเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เกณฑ์ คืนสิทธิคนจน ชง ครม. 27 ก.ค.นี้
Finance คลังเคาะเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เกณฑ์ คืนสิทธิคนจน ชง ครม. 27 ก.ค.นี้
เครือข่ายกัญชาไทย ยื่น กมธ.การเมือง สภาฯ ถกข้อมูลจริงก่อนคลอดกฎหมายควบคุม
Politics เครือข่ายกัญชาไทย ยื่น กมธ.การเมือง สภาฯ ถกข้อมูลจริงก่อนคลอดกฎหมายควบคุม
นับถอยหลัง ‘สะพานเกียกกาย’ เปิดใช้ปลายปี 2570 เชื่อมการเดินทางสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
Real Estate นับถอยหลัง ‘สะพานเกียกกาย’ เปิดใช้ปลายปี 2570 เชื่อมการเดินทางสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
แบงก์ชาติ ยกระดับกำกับซื้อขายทองคำแท่งหน้าร้าน ชำระเป็นเงินสดได้ไม่เกิน 1-10 ล้าน/ราย/วัน/สาขา
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับกำกับซื้อขายทองคำแท่งหน้าร้าน ชำระเป็นเงินสดได้ไม่เกิน 1-10 ล้าน/ราย/วัน/สาขา
Blue Zone – Functional Food ศาสตร์ชะลอวัย ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง สร้างชีวิตยืนยาว
Uncategorized Blue Zone – Functional Food ศาสตร์ชะลอวัย ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง สร้างชีวิตยืนยาว
วาโก้รุกตลาด Gen Z ดัน ‘Bratop’ รับเทรนด์แต่งตัวสบาย ตั้งเป้าขาย 1 แสนชิ้น
Business วาโก้รุกตลาด Gen Z ดัน ‘Bratop’ รับเทรนด์แต่งตัวสบาย ตั้งเป้าขาย 1 แสนชิ้น
สมาคมนักข่าวฯ ห่วงสื่อถูกเลิกจ้าง เดินหน้าช่วยด้านกฎหมาย-ประสานงานหางานใหม่
News สมาคมนักข่าวฯ ห่วงสื่อถูกเลิกจ้าง เดินหน้าช่วยด้านกฎหมาย-ประสานงานหางานใหม่
GULF-ค็อกนิแซนท์ เปิดเกม AI ครบวงจร ปักหมุดไทยศูนย์กลางเทคโนโลยีภูมิภาค
Economic GULF-ค็อกนิแซนท์ เปิดเกม AI ครบวงจร ปักหมุดไทยศูนย์กลางเทคโนโลยีภูมิภาค
ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
Economic ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาผลประชุมเฟด

09 ธ.ค. 2568 | 18:29น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาผลประชุมเฟด ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนักราว 90% เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมครั้งนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/12) ที่ระดับ 31.88/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (08/12) ที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.50% – 3.75% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 9 – 10 ธ.ค. นี้ แต่คาดว่าเฟดอาจส่งสัญญาณชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หลังข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว

เมื่อคืนนี้ (08/12) เฟดสาขาแอตแลนตาระบุว่าแบบจำลอง GDPNow ล่าสุดคาดการณ์การว่าเศรษฐกิจขยายตัว 3.5% ในไตรมาส 3/2568 หลังจากหดตัว 0.6% ในไตรมาส 1 และขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ย้ำในรายการ Face the Nation ของสำนักข่าว CBS News ว่าฤดูกาลจับจ่ายช่วงสิ้นปีดำเนินไปอย่างคึกคักและคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตแข็งแกร่ง แม้มีปัจจัยการเมืองอย่างการชัตดาวน์แต่เบสเซนต์ยังคงคาดว่าดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะปิดปี 2568 ด้วยการเติบโตจริงที่ระดับ 3%

อย่างไรก็ดีบรรดานักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขายและจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด รวมถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด รายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ GDP อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า

โดยล่าสุดเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่านักลงทุนให้น้ำหนักราว 90% ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมครั้งนี้หลังสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (09/12) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทยเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อติดตามสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน จากการปะทะกันตามแนวชายแดนที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (07/12) หลังจากที่ทั้งสองประเทศลงนามในปฏิญญาสันติภาพร่วมกันได้ไม่ถึงสองเดือน และยังหารือถึงการช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย

ขณะเดียวกันรัฐบาลเร่งผลักดันมาตรการเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 หลังเฟสแรกสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 70,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังเสนอหลายมาตรการ อาทิ บัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) วงเงินลดหย่อนภาษี 800,000 บาท การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า โครงการเมืองคาร์บอนต่ำและตลาดคาร์บอน รวมถึงโครงการแก้หนี้เสีย นอกจากนี้ยังต้องจับตาการประชุมรัฐสภาตามมาตรา 155 ระหว่างวันที่ 24- 26 ธ.ค. เพื่อหารือเรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งอาจนำไปสู่การกำหนดไทม์ไลน์ยุบสภาในเดือน ม.ค. 2569

ขณะเดียวกัน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลต่อการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการโจมตีทางอากาศและใช้อาวุธหนักจนทำให้พลเรือนเสียชีวิตและพลัดถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่กรอบปฏิญญาสันติภาพที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. และหาทางแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีโดย UN ย้ำว่าพร้อมสนับสนุนทุกความพยายามเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.85 – 31.91 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/12) ที่ระดับ 1.1641/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (08/12) ที่ระดับ 1.1652/53 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (09/12) ข้อมูลจากเครดิตรีฟอร์ม (Creditreform) ระบุว่าจำนวนบริษัทในเยอรมนีที่ยื่นล้มละลายในปี 2568 เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี แตะระดับ 23,900 ราย โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

การล้มละลายเกิดขึ้นเกือบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการผลิตและการค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 10% และภาคบริการมีจำนวนมากที่สุดราว 14,000 ราย โดยเพิ่มขึ้น 8.4% สะท้อนถึงแรงกดดันจากหนี้สินสูง ต้นทุนพลังงานและกฎระเบียบที่มาก ส่งผลให้ธุรกิจโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเสี่ยงต่อการอยู่รอด ขณะเดียวกันภาคครัวเรือนก็ได้รับผลกระทบ โดยมีประชาชนราว 5.67 ล้านคนอยู่ในภาวะหนี้สินเกินตัวจากค่าครองชีพสูง การจ้างงานลดลง และอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้น

ด้านเบิร์นด์ บูเอโทว์ ผู้บริหารสูงสุดของ Creditreform เตือนว่าการล้มละลายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความสามารถด้านการแข่งขันของเยอรมนีที่ยังคงลดลง อย่างไรก็ดีบูเอโทว์คาดว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าหลายพันล้านยูโรของรัฐบาลอาจช่วยพยุงเศรษฐกิจและชะลอการล้มละลายได้ แต่รัฐบาลจำเป็นต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเพิ่มเติมเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1634 -1.1650 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1644/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/12) ที่ระดับ 155.88/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (08/12)ที่ระดับ 155.44/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (09/12) ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 156 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 18 -19 ธ.ค. นี้

โดยนักกลยุทธ์จากโนมูระมองว่า แม้ตลาดคาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ย แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวอาจทำให้การตัดสินใจถูกเลื่อนออกไป โดยผลกระทบต่อแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยน่าจะจำกัด เว้นแต่ความเสียหายจะรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.74- 156.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 156.25/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์จากข้อมูลของ ADP ของสหรัฐ (09/12), ตัวเลขเปิดรับสมัครงานเดือน ก.ย.ของสหรัฐ (09/12), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ย. ของจีน (10/12), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ย. ของจีน (10/12), ดัชนีอัตราค่าจ้างแรงงานไตรมาส 3/2568 ของสหรัฐ (10/12),

การประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด (10/12), อัตราการจ้างงานเดือน พ.ย. ของออสเตรเลีย (11/12), อัตราการว่างงานเดือน พ.ย. ของออสเตรเลีย (11/12),จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (11/12), ดุลการค้าเดือน ก.ย. ของสหรัฐ (11/12), และดัชนี GDP เดือน ต.ค. ของสหราชอาณาจักร (12/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่-6.75/-6.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ -6.00/-5.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ