‘ประธานเฟด’ ชี้ความเสี่ยงเงินเฟ้อลด ย้ำรักษาเสถียรภาพ สู่เป้าหมาย 2%
‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟด กล่าวในงานประชุม ECB ว่า ความเสี่ยงและการคาดการณ์เงินเฟ้อลดลงแล้ว พร้อมย้ำคำกล่าวว่าจะรักษาเสถียรภาพด้านราคาไว้ โดยการนำอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2%
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาความเสี่ยงด้านราคาลดลงแล้ว พร้อมย้ำความมุ่งมั่นของเฟดที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับไปสู่เป้าหมาย 2%
“การคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วงสี่สัปดาห์แรกของช่วงเวลานี้ลดลงแล้ว ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลง” วอร์ชกล่าวในงานประชุมประจำปีธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2026 ณ เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส พร้อมเน้นย้ำข้อความจากการแถลงข่าวครั้งแรกในฐานะประธานเฟดเมื่อเดือนที่แล้วว่า เฟดจะรักษาเสถียรภาพด้านราคาไว้ ให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่และรักษาเสถียรภาพไว้ที่เป้าหมายระยะยาวที่ 2%
หลังจากคำกล่าวของวอร์ช อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐอายุ 2 ปีลดลงสู่ระดับต่ำสุดของวันที่ประมาณ 4.15% ณ เวลา 10.25 น. ในนิวยอร์ก
วอร์ชไม่ได้ระบุตัวชี้วัดราคาเฉพาะเจาะจงที่เขาติดตามอยู่ แต่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่เฟดใช้บ่อยที่สุด แสดงให้เห็นว่าตัวเลขปรับเพิ่มขึ้น 4.1% จากปีก่อนหน้า โดยราคาสินค้าพื้นฐานที่ไม่รวมอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 3.4% ขณะที่ราคาน้ำมันและพลังงานลดลงอย่างมาก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสหรัฐและอิหร่านกำลังเจรจาสันติภาพกัน
“เราจะสร้างเสถียรภาพด้านราคาในสหรัฐ นั่นคือสิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้ตั้งใจจะทำ และเป้าหมายของเราคือการทำเช่นนั้น ส่วนยุทธวิธี กลยุทธ์ และส่วนอื่น ๆ นั้น ยังต้องรอต่อไป” วอร์ชกล่าว
นอกจากนี้ วอร์ชเน้นย้ำถึงความเป็นอิสระของเฟด ในการกำหนดแนวนโยบายที่เหมาะสม ท่ามกลางเสียงเรียกร้องอย่างต่อเนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก
“เราเป็นธนาคารกลางอิสระมานานแล้ว และเราจะยังคงเป็นธนาคารกลางอิสระในขณะนี้ และคุณจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในจุดยืน” วอร์ชกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าจะไม่ให้คำแนะนำล่วงหน้า (Forward Guidance) เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น
เมื่อถูกถามอย่างเจาะจงว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยถูกพิจารณาอยู่ในวาระการประชุมเดือนนี้หรือไม่ วอร์ชตอบว่าผู้ดำเนินรายการกำลังพยายามให้ตนฝ่าฝืนกฎเรื่องการงดเว้นการให้คำแนะนำล่วงหน้า
“เราจะกำหนดทิศทางใหม่ ผมอยากให้เรามีการถกเถียงกันอย่างจริงจังเมื่อเราพบกันในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้า” วอร์ชกล่าว โดยเป็นการอ้างอิงถึงการตัดสินใจด้านนโยบายครั้งถัดไปของเฟด ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 ก.ค. 2026
แม้ว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ครั้งก่อนหน้า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในกรอบ 3.50-3.75% แต่วอร์ชก็ส่งสัญญาณว่า ได้รับการสนับสนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มากขึ้น ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023
จากการประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดของเฟด แสดงให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของเจ้าหน้าที่ 18 คนคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นในปีนี้ แม้ว่าวอร์ชจะปฏิเสธที่จะให้การคาดการณ์ด้วยตนเองก็ตาม
ส่วนเรื่องที่ว่าเฟดจะงดเว้นการให้คำแนะนำล่วงหน้าอย่างถาวรหรือไม่นั้น เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา วอร์ชประกาศจัดตั้งคณะทำงาน 5 ชุดขึ้นมา โดยหนึ่งในนั้นจะตรวจสอบด้านการสื่อสาร ส่วนชุดอื่น ๆ ครอบคลุมด้านงบดุล การใช้ข้อมูลของเฟด ผลผลิต และการจ้างงาน และกรอบการทำงานด้านเงินเฟ้อของธนาคารกลาง
วอร์ชกล่าวในการอภิปรายว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีข่าวเกี่ยวกับรายชื่อคณะทำงานในสัปดาห์หน้า โดยผู้เข้าร่วมจะรวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก และบุคคลบางส่วนจากนอกสหรัฐ
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับงบดุลของเฟด ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 223 ล้านล้านบาท) และยังสูงกว่าตัวเลขก่อนเกิดโควิด-19 มาก วอร์ชกล่าวว่าไม่ใช่เรื่องลับอะไร ที่ในอดีตเขาเคยสนับสนุนการลดขนาดพอร์ตสินทรัพย์ แต่การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นการตัดสินใจของ FOMC และจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบต่อสาธารณะ นอกจากนี้วอร์ชยังระบุว่าจะต้องใช้เวลามากกว่า 18 สัปดาห์ในการลดขนาดงบดุลลง
เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) วอร์ชกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าการลงทุนในเอไอที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จะสร้างภาวะเงินเฟ้อในวงกว้างหรือไม่ แต่ในท้ายที่สุดเทคโนโลยีใหม่นี้จะกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของซัพพลาย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนผลิตภาพ โดยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผลกระทบของเอไอต่อเศรษฐกิจจะชัดเจนขึ้น
“ในขณะที่เราอาจเห็นผลสำรวจทางธุรกิจที่บอกว่า ‘ไม่มีอะไรมาก’ แต่ผมคาดการณ์ว่าอีกหกเดือนข้างหน้า ผลสำรวจจะบอกตรงกันข้าม เราเพิ่งเริ่มต้นหรืออยู่ในช่วงแรกของการปฏิวัติครั้งนี้ นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่” วอร์ชกล่าวปิดท้าย