ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในเดือนมิถุนายนปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกและลดลงรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่มาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ทรงตัว ลดแรงกดดันธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการขึ้นดอกเบี้ย
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) และซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI) ซึ่งคือมาตรวัดเงินเฟ้อปรับตัวลดลงในเดือนมิถุนายน นับเป็นครั้งแรกและทำสถิติลดลงรายเดือนมากที่สุดในรอบ 6 ปี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ขณะที่มาตรวัดสำคัญของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐเผยแพร่วันนี้ (14 กรกฎาคม) ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลง 0.4% จากเดือนพฤษภาคม จากปัจจัยราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 และเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หากไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน หรือดัชนี Core CPI ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ปรับตัวลดลงในเดือนมิถุนายนช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้บริโภคได้บ้าง หลังจากผลกระทบที่รุนแรงที่สุดจากวิกฤตราคาน้ำมันในช่วงสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายลง
เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มยินดีกับข้อมูลชุดนี้ก่อนหน้าการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนในระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางการสู้รบครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน อาจเสี่ยงทำให้ผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อออกไป
ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนลดการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟด มีกำหนดการเข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวันนี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า มาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอตัวลงจากการลดลงของราคาสินค้า รวมถึงราคาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มและรถยนต์มือสอง นอกจากนี้ ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ก็ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วด้วย