เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน โรงแรม “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน โรงแรม “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
“ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
Politics “ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
Omnicom ชี้ ‘อารมณ์’ คือสมรภูมิใหม่ของการตลาดยุค AI
Business Omnicom ชี้ ‘อารมณ์’ คือสมรภูมิใหม่ของการตลาดยุค AI
ดูทั้งหมด

ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา

14 ก.ค. 2569 | 20:44น.
ยชัยรัตน์ แสงอรุณ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีช่วยเหลือผู้บริโภคกรณีซานติก้าผับ

เปิดแนวทางรักษาสิทธิ์ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ดัง นายชัยรัตน์ แสงอรุณ ทนายความคดีซานติก้าผับ แนะญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเร่งแจ้งความดำเนินคดี-เก็บหลักฐานแพทย์ พร้อมชวนรวมกลุ่มยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคตามมาตรา 44/1 ชี้เรียกค่าเสียหายได้ทั้งค่ารักษาอนาคต ขาดรายได้ และค่าอุปการะเลี้ยงดู

รายงานข่าวจากสภาผู้บริโภคระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ได้จุดกระแสตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อหลายฝ่ายเปรียบเทียบกับเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้าผับเมื่อปี 2552 ที่เคยสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ รวม 67 ชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 200 คน นำไปสู่การเรียกร้องให้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของอาคารสาธารณะ

นายชัยรัตน์ แสงอรุณ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีช่วยเหลือผู้บริโภคกรณีซานติก้าผับ เปิดเผยว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 17 ปี แต่จากข้อมูลเบื้องต้นของเหตุการณ์ล่าสุดกลับพบลักษณะปัญหาที่คล้ายคลึงกับคดีซานติก้า ทั้งในแง่ของมาตรการป้องกันอัคคีภัย การจัดการทางหนีไฟ และการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ

“ผมมองว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากคดีซานติก้า การกำกับดูแลสถานบริการยังมีช่องโหว่ ทั้งเรื่องจำนวนผู้ใช้บริการ ทางหนีไฟ ระบบป้องกันอัคคีภัย และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่รับผิดชอบ”

นายชัยรัตน์กล่าวว่า แม้สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ทั้งสองเหตุการณ์จะแตกต่างกัน โดยคดีซานติก้าเกิดจากการจุดพลุภายในสถานบันเทิง ส่วนเหตุล่าสุดมีข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและมีการระเบิดที่เกี่ยวข้องกับแก๊ส แต่สิ่งที่สะท้อนปัญหาเหมือนกันคือ การขาดมาตรการป้องกันที่เพียงพอในสถานบริการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

หากสถานที่มีการจัดระบบความปลอดภัยอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดจำนวนผู้ใช้บริการตามขนาดพื้นที่ การติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ การจัดให้มีทางหนีไฟที่เพียงพอ และสามารถใช้งานได้จริง ก็อาจช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก

อีกประเด็นที่น่ากังวล คือ ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมักกระจุกตัวอยู่บริเวณทางออก ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในคดีซานติก้า สะท้อนว่าปัญหาการอพยพหนีไฟยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับการเยียวยาและเรียกค่าเสียหาย
นายชัยรัตน์กล่าวว่า ผู้ใช้บริการถือเป็นผู้บริโภคที่มีสิทธิได้รับบริการในสถานที่ที่ปลอดภัย หากผู้ประกอบการละเลยมาตรการด้านความปลอดภัยจนก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค และสามารถดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายได้

สำหรับขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประสบเหตุและญาติควรทำทันที ได้แก่

1.เก็บหลักฐานทางการแพทย์ ขอใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และประวัติการรักษาไว้ทั้งหมด

2.แจ้งความที่สถานีตำรวจ โดบระบุให้ชัดเจนว่าไม่ใช้การลงบันทึกประจำวัน แต่เป็นการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ

3.หากมีปัญหาหรือได้รับความไม่เป็นธรรม สามารถรวมกลุ่มเพื่อฟ้องคดี ปัจจุบันสามารถใช้ช่องทางฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค หรือยื่นคำร้องขอรับค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ ตามมาตรา 44/1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อความรวดเร็วและลดภาระในการพิสูจน์หลักฐานของผู้บริโภค

โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ สามารถฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาในอนาคต ค่าขาดรายได้ระหว่างรักษาตัว และค่าเสียหายจากการสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละรายส่วนกรณีผู้เสียชีวิต ทายาทสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการได้ เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูของบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตร รวมถึงค่าเสียโอกาสในการดำรงชีพและค่าเสียหายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

    ผู้ถือหุ้นอาจต้องร่วมรับผิด หากละเลยความปลอดภัยอย่างร้ายแรง

    นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากผู้ประกอบการแล้ว คดีลักษณะนี้ควรพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจบริหารกิจการด้วย หากพบว่ามีการประกอบกิจการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้ประกอบการย่อมทราบดีว่าสถานบริการมีความเสี่ยงด้านอัคคีภัย และมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอ หากละเลยจนก่อให้เกิดความสูญเสีย ผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจควบคุมกิจการอาจต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย

    ในอีกมุมหนึ่ง สำนักงานเขตที่เกิดเหตุ ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่อนุญาตและกำกับดูแลการใช้ประโยชน์อาคารก็อาจต้องร่วมรับผิด หากพบว่าละเลยการบังคับใช้กฎหมายหรือปล่อยให้สถานประกอบการเปิดดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยยกตัวอย่างคดีซานติก้า ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำพิพากษาให้สำนักงานเขตวัฒนารัฐร่วมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย เนื่องจากละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลสถานบริการ ในกรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สำนักงานเขตจตุจักรก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบเช่นกัน

    “หากหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและอนุญาตปล่อยปละละเลยจนเกิดความสูญเสีย ก็อาจต้องร่วมรับผิดเช่นเดียวกับผู้ประกอบการ” นายชัยรัตน์กล่าว

    จี้รัฐ “ขันน็อต” การตรวจสอบสถานบริการ ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำ

    นายชัยรัตน์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า หน่วยงานรัฐควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตรวจสอบมาตรฐานด้านอัคคีภัย ทางหนีไฟ ระบบดับเพลิง และจำนวนผู้ใช้บริการ ก่อนอนุญาตให้เปิดดำเนินกิจการ รวมถึงต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนหากพบการฝ่าฝืน

    ขณะเดียวกันเพื่อความปลอดภัย ผู้บริโภคควรสังเกตเส้นทางเข้า – ออกและทางหนีไฟทุกครั้งก่อนใช้บริการสถานบันเทิงหรือสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
    “การดูแลความปลอดภัยไม่ควรเป็นภาระของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐที่จะต้องทำให้สถานบริการมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก” นายชัยรัตน์กล่าวทิ้งท้าย

    สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่ได้รับความเห็นธรรม สามารถปรึกษา – ร้องเรียน กับสภาผู้บริโภคได้ที่ เบอร์ 1502 หรือเว็บไซต์ www.tcc.or.th