เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
Automotive NIO ลั่นไทยมีลุ้นขึ้นไลน์รถอีวี ส่ง 2 โมเดลเสริมทัพจับลูกค้าพรีเมี่ยมใน 3 ปี 
เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
Economic เปิดปม ‘กะเพราแก้วจุรี’ ไบโอไทยตั้งคำถามทุนวิจัย ม.เกษตรฯ-สิทธิคุ้มครอง 4 พันธุ์ของซีพีแรม
นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
Politics นายกฯ ย้ำเตรียมป้องกัน ’น้ำท่วมใต้’ เต็มที่ หลังหาดใหญ่หวั่นซ้ำรอย
น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
Economic น้ำมันพุ่งอีกรอบ! กบน.ขึ้นดีเซล B7-แก๊สโซฮอล์ 91/95-เบนซิน 60 สต./ลิตร มีผล 21 ต.ค.
อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
Politics อนุทิน แจงยิบคิวแน่นพร้อมศึกซักฟอก 4 วัน แทงกั๊กรวม ‘กล้าธรรม‘ บอกขอทีละขั้น
ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
Automotive ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
Finance ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
Economic บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
ดูทั้งหมด

โรคอัลไซเมอร์

25 พ.ค. 2562 | 20:08น.

คอลัมน์ Healthty Aging

โดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ผมกลัวมากเพราะเป็นโรคที่ค้นพบมาเมื่อ ค.ศ. 1906 แต่แม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึง 113 ปี นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถค้นพบวิธีรักษาโรคสมองเสื่อมดังกล่าวได้ โรคสมองเสื่อมมีอยู่หลายประเภท แต่ส่วนใหญ่คือ 60-70%

จะเป็นโรคอัลไซเมอร์โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคของคนแก่ กล่าวคือ จากสถิติพบว่าชาวอเมริกัน 65-74 ปีจะเป็นโรคดังกล่าวประมาณ 3-4% แต่เมื่ออายุสูงขึ้นสัดส่วนของผู้เป็นอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ ชาวอเมริกันที่อายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้นประมาณ 30-40% จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเมื่อเป็นแล้วส่วนใหญ่จะเสียชีวิตภายใน 8-10 ปี แต่มีบางกรณีที่มีชีวิตต่อไปได้อีกถึง 20 ปี แต่ก็ไม่น่าจะเป็นการมีชีวิตที่มีคุณภาพแต่อย่างใด

การแก่ตัวนั้นยับยั้งไม่ได้ นอกจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าคนที่มียีน APOE-4 มีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ทั้งนี้ 20% ของชาวอเมริกันมียีนดังกล่าว สำหรับประเทศไทยนั้นได้เคยมีการเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุ 1,973 คน (ชาย 689 คน หญิง 1,284 คน) เมื่อปี 2014 และพบว่า 22.85% มียีน APOE-4 ดังกล่าว ดังนั้น จึงน่าจะสรุปได้ว่าคนไทยประมาณ 1 ใน 5 คนน่าจะมียีนดังกล่าวเช่นกัน

งานวิจัยดังกล่าว ซึ่งปรากฏในรายงานอัลไซเมอร์นานาชาติ (Alzheimer’s Disease International Report ปี 2014) ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ในประเทศไทยนั้นประมาณ 53,000 ล้านบาทในปี 2015 โดยมีผู้ป่วยเป็นโรคดังกล่าว 600,000 คน ซึ่งคำนวณได้ว่าเป็นเงิน 88,750 บาทต่อคนต่อปี แต่ภาระดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะได้มีการประเมินว่า จำนวนผู้ที่จะเป็นอัลไซเมอร์ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,117,000 คนในปี 2030 และ 2,077,000 คนในปี 2050

เนื่องจากอัลไซเมอร์นั้นแทบจะไม่มียารักษา ภาระหลักจึงจะไปตกอยู่กับการดูแลผู้ป่วย ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่เบิกเงินจากระบบประกันสุขภาพได้ไม่มาก จึงน่าจะเป็นภาระหนักมากสำหรับลูกหลานและญาติ ทั้งนี้ ได้มีการประเมินว่าค่ายารักษาอัลไซเมอร์นั้นคิดเป็นเพียง 5% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ที่หวังว่านักวิทยาศาสตร์และบริษัทยาจะสามารถค้นพบยารักษาโรคอัลไซเมอร์ในเร็ววันนี้อาจต้องผิดหวัง เพราะปรากฏว่า

1) ในช่วงปี 2002-2012 นั้น ตำรับยาใหม่ที่นำมาทดลองเพื่อรักษาโรคอัลไซเมอร์นั้น 99.6% ประสบความล้มเหลว

2) ยารักษาอัลไซเมอร์ล่าสุดที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ คือ ปี 2003 หรือ 16 ปีมาแล้ว

3) ปัจจุบันก็ยังมีความพยายามค้นคว้าหายาเพื่อรักษาโรคอัลไซเมอร์ แต่งานวิจัยทดลองยา 2-3 สูตรใหม่ได้ถูกยกเลิกไปในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เพราะประสบความล้มเหลว นอกจากนั้น บริษัทยายักษ์ใหญ่ คือ Pfizer ก็ได้ตัดสินใจยุติการวิจัยค้นคว้ายาเพื่อรักษาโรคอัลไซเมอร์ทุกชนิด

จากข้อมูลที่กล่าวถึงข้างต้น สรุปได้ว่าโรคอัลไซเมอร์มีปัจจัยเสี่ยง 2 ปัจจัยหลัก คือ อายุ และกรรมพันธุ์ (APOE-4) และปัจจุบันไม่มียารักษา จึงเป็นโรคที่น่ากลัว ทั้งนี้ การสำรวจความเห็นที่อังกฤษเมื่อปี 2014 พบว่า ผู้สูงอายุ 2/3 กังวลว่าจะเป็นอัลไซเมอร์ แต่เพียง 10% เท่านั้นที่กลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคมะเร็ง

โรคอัลไซเมอร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

ปัจจุบันมีหลายทฤษฎีที่ถูกนำเสนอมาอธิบายโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งผมขอนำมาสรุปโดยย่อ ดังนี้

1) การจับตัวกันเป็นก้อนของโปรตีนที่เรียกว่า อะไมลอยด์เบต้า (amyloid beta) จนเป็นคราบหินปูน (plaque) ซึ่งไปอุดตันซีแนปส์ (synapse) หรือช่องว่างที่ปลายประสาทของเซลล์สมอง ทำให้ระบบสื่อสารระหว่างเซลล์สมองชำรุด ทั้งนี้ จะต้องมีการสะสมของอะไมลอยด์เบต้าเป็นเวลานานนับสิบปีจึงจะทำให้เกิดความเสียหาย อันเป็นที่ประจักษ์ได้ในที่สุด ตั้งแต่ประมาณอายุ 65 ปีขึ้นไป

2) การพันกันจนยุ่ง (tangle) ของโปรตีนที่เรียกว่า เทา (tau protein) ซึ่งในที่สุดทำความเสียหายให้กับระบบประสาทของเซลล์สมอง ทั้งนี้ ได้มีการถกเถียงกันว่า โรคสมองเสื่อมเกิดจากโปรตีนที่เรียกว่า เทา พันกันยุ่ง หรือเกิดจากการสะสมตัวของอะไมลอยด์เบต้า จนเป็นคราบหินปูน หรือเกิดจากทั้งสองปัจจัย แต่ปัญหาคือยาทดลองที่กำจัดทั้งโปรตีนที่เรียกว่า เทา และยาทดลองที่กำจัดอะไมลอยด์เบต้าต่างก็ไม่สามารถรักษาผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ ทำให้มีนักวิจัยบางกลุ่มพยายามแสวงหาสาเหตุอื่นที่นำมาซึ่งโรคอัลไซเมอร์

3) โรคเบาหวาน นักวิจัยที่ Mayo Clinic และกลุ่มอื่น ๆ มีความเชื่อว่า โรคอัลไซเมอร์นั้นมีสาเหตุมาจากอาการของโรคเบาหวาน (จึงเรียกโรคนี้ว่าเป็นเบาหวาน ประเภท 3) ได้แก่ การที่เซลล์สมองโดยเฉพาะในผู้ที่มียีน APOE-4 เมื่อไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลไม่ให้เพิ่มขึ้นในสมองได้ ก็จะทำให้เซลล์สมองไม่สามารถทำงานตามปกติได้ เช่น การจดจำหรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จะถูกกระทบ

4) โรคเริม (herpes) งานวิจัยล่าสุดนำเสนอทฤษฎีใหม่ว่า ร่างกายผลิตอะไมลอยด์เบต้ามาเพื่อต่อสู้กับไวรัสและเชื้อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เริม หรือ herpes ที่เรียกว่า simplex virus type 1 (HSV-1) ซึ่งทั่วโลกนั้นมีคนที่ร่างกายต่อสู้กับไวรัสนี้มากกว่า 2 ใน 3 ของประชากรโลกทั้งหมด โดย Ruth Itzhaki แห่งมหาวิทยาลัย Manchester ทำการทดลองกับชาวไต้หวันกว่า 34,000 คนในปี 2018 พบว่าคนที่เป็นโรคเริมและมีไวรัส HSV-1 นั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนที่ไม่เป็นโรคเพิ่มถึง 2.56 เท่า และเมื่อได้รับการรักษาโรคเริมแล้ว ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคสมองเสื่อมลงไปได้กว่า 80% การดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์

นอกจากการระมัดระวังไม่ให้เป็นโรคเริมดังกล่าวข้างต้นแล้ว เราอาจจะสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้โดยการระวังตัว ดังนี้

1) อย่าเป็นโรคเบาหวาน ดังที่ได้กล่าวเอาไว้ในข้อ 3 ข้างต้น

2) นอนหลับลึกให้ได้คืนละ 1 ชั่วโมง 50 นาที ดังที่ผมเคยเขียนถึงในตอนก่อนหน้า สมองของเรานั้นมีระบบชำระล้างและกำจัดขยะอะไมลอยด์เบต้าไม่ให้กระจุกตัวเป็นก้อน และกำจัดโปรตีนที่เรียกว่า เทา ไม่ให้พันกันยุ่ง แต่ระบบชำระล้างดังกล่าว (คือ glymphatic system) จะทำงานไม่ได้หากไม่หลับลึก

3) ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง มีงานวิจัยมากมายที่พบว่าการออกกำลังกายเป็นประจำทำให้ระบบไหลเวียนและเส้นเลือดแข็งแรง ซึ่งย่อมจะทำให้สมองแข็งแรงไปด้วย เพราะสมองนั้นมีน้ำหนักเพียง 3-4% ของน้ำหนักของร่างกาย แต่ใช้พลังงานมากถึง 20% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของร่างกาย และเราก็รู้ว่าการใช้พลังงานนั้นต้องพึ่งพาการไหลเวียนของเลือด นอกจากนั้น การออกกำลังกายยังช่วยต่อต้านการเป็นโรคอัลไซเมอร์
โดยการเพิ่มปัจจัยบำรุงสมองที่เรียกว่า brain-derived neurotrophic factor หรือ BDNF

4) รักษาสุขภาพโดยเฉพาะการไม่เป็นโรคหัวใจดังที่กล่าวข้างต้น สมองใช้เลือดมาก ดังนั้น จึงพบว่าผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์นั้น 80% จะเป็นโรคหัวใจด้วย

ประเด็นสุดท้าย คือ นักวิชาการเชื่อว่าการสะสมตัวของอะไมลอยด์เบต้า และโปรตีนที่เรียกว่าเทานั้น เริ่มต้นเมื่ออายุประมาณ 40 ปี แต่ยังไม่แสดงอาการจนกระทั่งอายุ 65 ปีหรือมากกว่านั้น

ดังนั้น ผมจึงขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านปรับการดำเนินชีวิตให้แต่เนิ่น ๆ อย่ารอจนกระทั่งอายุเกือบ 60 ปีเช่นผมครับ