TEP Forum 2019 สร้างเด็กไทยสู่โลกใหม่
ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education Partnership-TEP) เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันขององค์กร และเครือข่ายคนทำงานด้านการศึกษา ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะการมุ่งพัฒนาศักยภาพคน เพราะเชื่อว่าการศึกษาที่ดี ล้วนเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคม
ล่าสุด ภาคีเพื่อการศึกษาไทย ได้จัด TEP Forum 2019 ในหัวข้อ “ภูมิทัศน์ใหม่การศึกษาเส้นทางการพัฒนาสมรรถนะเด็กไทย” (New Education Landscape : Pathway to build new competencies for all Thai children) เพื่อให้ทุกภาคส่วนมาร่วมคิด ร่วมตั้งเป้าหมาย เพื่อเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้ทันโลก
“อานันท์ ปันยารชุน” ประธานคณะกรรมการเครือข่ายภาคีเพื่อการศึกษาไทย กล่าวว่า สิ่งที่กำลังขับเคลื่อนกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับฐานรากของเทคโนโลยี ความเร็ว และขอบเขตของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ในระดับที่พลิกโลกเลยก็ว่าได้
“ทั้งยังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 5 เรื่องใหญ่ ที่ประกอบด้วยเศรษฐกิจ, ธุรกิจ, ประเทศ, สังคม และปัจเจกบุคคล ซึ่งเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะโลกใหม่นั้นจะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิต วิธีการทำงาน และปฏิสัมพันธ์ใหม่หมด จึงจำเป็นต้องเตรียมการศึกษาให้พร้อมที่สุดสำหรับพวกเขา”
“ปัจจุบันมีเด็ก และเยาวชนไทยหลุดออกไปจากระบบการศึกษามากกว่า 670,000 คน หรือราว 5% ของเด็กวัยเรียนทั้งหมด ขณะที่เด็กที่อยู่ในครอบครัวฐานะไม่ดี มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในสัดส่วนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับเด็กที่ครอบครัวมีฐานะดี และนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนชนบทยังมีทักษะทางวิทยาศาสตร์ตามหลังนักเรียนที่อยู่ในเมืองเกือบ 2 ปีการศึกษา ตัวเลขเหล่านี้ส่งสัญญาณว่าระบบการศึกษาไทยยังมีความเหลื่อมล้ำสูง”
“อานันท์” ยกตัวอย่าง “ครูเฉลิมพร พงศ์ธีระวรรณ” ที่ได้รับรางวัล “ครูสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” คนแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นครูวิทยาศาสตร์ สอนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาใน จ.สุราษฎร์ธานี เขาพยายามปรับวิธีการสอนของตนเอง เพื่อให้เด็กลงมือทำจริง ทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็กคิดอย่างเต็มที่ตามบริบท และสภาพแวดล้อมของชุมชนตนเอง ปรากฏว่า เด็กนักเรียนจากสุราษฎร์ธานีสามารถพัฒนาโครงงานทางวิทยาศาสตร์จนได้รับรางวัลระดับโลกทุกปี
“หรือตัวอย่างกลุ่มคนหนุ่มสาวที่รวมตัวกันใช้เวลาว่างในวันเสาร์ มาจัดกิจกรรมสอนเด็ก ๆ โดยใช้ชื่อว่า Saturday School หรือโรงเรียนที่คืนความสุขให้เด็ก ๆ ในทุกวันเสาร์ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ มากกว่าสอนวิชาการ ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ยังมีคุณครู โรงเรียน หรือคนหนุ่มสาวหรือผู้คนอีกจำนวนมากที่อยากเข้ามาช่วยการศึกษา และพยายามลุกขึ้นมาลงมือทำเอง”
“โจทย์ใหญ่ของการศึกษาไทยวันนี้ เป็นเรื่องที่จะทำอย่างไรให้ระบบใหญ่ของการศึกษาเป็นพลังหนุนทำให้เกิดภาพการทำงานแบบนี้มากขึ้น และขยายวิธีทำงานไปสู่ระบบใหญ่ของประเทศได้ และคำตอบของการปฏิรูปการศึกษาไทยอยู่ที่การปลดพันธนาการให้คุณครู และโรงเรียนลดวิธีคิด และสั่งการจากบนลงล่าง ด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้คิดและทำ รวมทั้งสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันให้มากที่สุด”
อันเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ระบบการศึกษาไทย และสร้างสมรรถนะให้เด็กไทยตอบโจทย์โลกยุคใหม่