เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

“ดีอี”ปักธง 3 เดือนคลอดศูนย์สกัดข่าวปลอมตั้งเป้าภายใน 2 ชั่วโมงเคลียร์ประชาชนให้ชัด “จริง-เท็จ”

21 ส.ค. 2562 | 13:46น.

“ดีอี”เร่งตั้งศูนย์แก้ปัญหาข่าวปลอม ขีดเส้น 3 เดือนพร้อมลุยเช็คข่าว “จริง-ปลอม”ให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมง เตรียมหาทางผนึกกำลัง “เฟซบุ๊ก-กูเกิล-ไลน์” ยืนยันไม่ก้าวก่ายการแสดงความเห็นส่วนบุคคล ไม่พุ่งเป้ากลั่นแกล้งใคร ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว

นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยความคืบหน้าในการตั้งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

ในการประชุมครั้งแรก ทุกคนเห็นตรงกันว่า  การส่งต่อทางโซเชียลมีเดียแพร่ระบาดอย่างมาก และส่งผลเสียหายต่อสังคม  จากนี้จะเริ่มวางกรอบว่า ศูนย์แห่งนี้จะรับผิดชอบในส่วนใด และส่วนใดไม่เข้าข่าย ซึ่งตั้งเป้าจะให้ศูนย์นี้เริ่มทำงานได้ภายใน 3 เดือน

หลักการสำคัญคือจะมุ่งที่ผลกระทบต่อสังคม อาทิ ข่าวปลอมเกี่ยวกับภัยพิบัติ ยาเสพติด ยารักษาโรค

โดยอำนาจหน้าที่จะเน้นที่การทำความเข้าใจกับประชาชน ให้ข้อมูลหลายๆ ด้าน เป็นข้อมูลเท็จเพราะอะไร  ส่วนการติดตามเพื่อเอาผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จะยังอยู่ภายใต้กรอบอำนาจของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานตามกฎหมายเดิม

นอกจากนี้ยังจะมีการสร้างช่องทางโซเชียลมีเดียให้ประชาชนแจ้งถึงข่าวปลอมที่เกิดขึ้น และเป็นช่องทางแจ้งเตือนจากทางการรวมถึงรวบรวมข่าวที่ถูกต้องไว้ในเดียวกัน

“จะขอให้แต่ละกระทรวงระบุบุคคลที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้จุดเช็คข้อมูลว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นจริงหรือเท็จอย่างไรเพื่อจะได้รีบแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยควรจะรีบชี้แจงกับประชาชนให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมงว่าเป็นข่าวจริงหรือปลอม และภายใน 3 เดือนข้างหน้าจะพยายามทำให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง”

ทั้งยังได้หารือกับ LINE เพื่อให้แจ้งเตือนในแอปพลิเคชั่นว่า ขณะนี้กำลังมีข่าวปลอมอะไรที่ต้องระมัดระวัง

“Fake News อาจจะไม่ได้เป็นข่าวอย่างเดียว แต่เป็นการส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งจะแยกออกจากการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลที่ผู้นั้นระบุชัดเจนและพร้อมจะรับผิดชอบ ซึ่งในส่วนความคิดเห็นส่วนตัว เราจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้น คือ การตัดต่อข้อมูล อ้างอิงส่วนราชการหรือการกล่าวอ้างถึงบุคคลอื่นว่าเป็นคนยืนยันข้อมูล”

อีกหน้าที่ที่สำคัญคือ การให้ความรู้แก่สังคม ซึ่งเป็นต้นทางที่จะทำให้ประชาชนเสพสื่ออย่างมีภูมิคุ้มกัน อาทิ อาจจะมีถึงขั้นทำเป็นหลักสูตรของสถาบันการศึกษา เหมือนในต่างประเทศที่จะบรรจุวิชาให้รู้เท่าทันสื่อ เป็นการป้องกันและระมัดระวังตัวเองก่อน

“ยืนยันว่าไม่มุ่งเน้นจะทำร้ายใคร เน้นที่เรื่องที่จะส่งผลกระทบกับประชาชน อาทิ เรื่องภัยพิบัติ การใช้ยารักษาโรค จะเลือกเฉพาะเรื่องที่เป็นกระแส และเฉพาะที่เป็นประเด็นจริงๆ ไม่ได้ตรวจทุกเรื่อง  ซึ่งยิ่งขยายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยตรวจสอบช่วยเช็คข้อมูล จะยิ่งสกัดกั้นได้เร็วขึ้น ไม่ได้เป็นการทำงานที่ซับซ้อนกัน เพราะที่ผ่านมามีหน่วยงานต้องการทำเรื่องนี้เหมือนกัน แต่มีอุปสรรคเรื่องการประสานงานเพื่อตรวจเช็คข้อมูล”

ทั้งการมีศูนย์ฯ นี้ จะทำให้มีข้อมูลชัดเจนว่า เกิดข่าวปลอมและมีการแจ้งแก้ไขแล้ว ณ วันเวลาเท่าไร ซึ่งหากหลังจากนั้นยังมีการแชร์ข่าวปลอม ก็จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ ได้ทันที  ทั้งยังเป็นการรวบรวม Fake News เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจค้นได้ตลอดเวลา เพราะ Fake News ส่วนใหญ่จะถูกวนส่งต่อซ้ำๆ

“กูเกิล กับเฟซบุ๊ก ก็จะต้องมีการหารือ เพราะทั้ง 2 รายก็มีหน่วยงานที่ดูแลป้องกันข่าวปลอมของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าเราสามารถทำได้ตามมาตรฐานที่เขาระบุไว้ ก็จะทำให้เขาบล็อกหรือสกัดกั้นการส่งต่อได้ ซึ่งจะช่วยเราได้เยอะ หรือแม้แต่แค่มีสัญลักษณะที่บ่งบอกได้ว่า ตรวจสอบแล้ว ว่าจริงหรือปลอม  ซึ่งในหลายประเทศก็มีการหารือร่วมกับอยู่แล้ว”