ขยะต้องหายไป “โรงไฟฟ้าขยะ GPSC ระยอง“ 9.8 เมกะวัตต์ เดินเครื่อง มี.ค. 2564
นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ.ระยอง) เปิดเผยว่า ปัญหาขยะชุมชนในจังหวัดระยองได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีขยะมูลฝอยถึง 1,000 ตัน/วัน ดังนั้น จังหวัดระยอง อบจ.ระยอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 68 แห่ง จึงได้ตั้งโครงการศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร จังหวัดระยอง โดยได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบการจัดการมูลฝอยที่ครบวงจรแบบศูนย์รวม เน้นระบบการจัดการแบบทั้งการลด คัดแยกขยะมูลฝอย การนำขยะอินทรีย์แปลงเป็นวัสดุปรับปรุงดิน และระบบฝังกลบ
ขณะที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จากัด(มหาชน) หรือ GPSC ได้เข้ามาดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร จังหวัดระยอง เพื่อพัฒนาระบบการจัดการขยะมูลฝอยที่มุ่งไปสู่เทคโนโลยีการแปลงขยะมูลฝอยเป็นพลังงานไฟฟ้า ในรูปแบบเชื้อเพลิงแห้ง (RDF) โดย อบจ.ระยอง มีหน้าที่ในการรวบรวมขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ระยอง ส่งให้ GPSC ในปริมาณไม่น้อยกว่า 500 ตัน/วัน
จากนั้น GPSC จะใช้เทคโนโลยีคัดแยกขยะโดยแปลงเป็นเชื้อเพลิง โดยขยะสดจะนำไปแปลงเป็นเชื้อเพลิง RDF ขนาดความกว้าง 5-8 เซนติเมตร มีค่าความร้อนประมาณ 4,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตไฟฟ้าและโรงปูนซีเมนต์ ส่วนขยะอินทรีย์ 40 % อบจ.ระยอง จะนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตสารปรับปรุงดินสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่
สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานขยะแห่งนี้ มีกำลังผลิตไฟฟ้า 9.8 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท ใช้เชื้อเพลิงขยะ 500 ตันต่อวัน จะแล้วเสร็จจำหน่วยไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2564
ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เฟส 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอนต่างๆ คาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี ทำให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เฟส 2 ได้ทันทีหลังจากเฟสแรกแล้วเสร็จ
โดยในเฟส 2 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการกำจัดขยะใน จังหวัดระยองได้ทั้งหมด ซึ่งหากสร้างเฟส 2 เสร็จจะต้องไม่มีขยะเหลือฝังกลบอีก จะมีเพียงขี้เถ้าเล็กน้อยเป็นไปตามเป้าหมายที่จะกำจัดขยะให้ได้ 100%และคาดว่าในพื้นที่ EEC จะมีขยะเพิ่มขึ้นอีกวันละ 2,000 ตัน ซึ่งจะต้องสร้างโรงไฟฟ้ารองรับอีก 20 -30 เมกะวัตต์