เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณขายออก 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณขายออก 64,950 บาท
ตำรวจจ่อเอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่าคนพะเยา ปมลูกเรือขนยา
Biz Movement ตำรวจจ่อเอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่าคนพะเยา ปมลูกเรือขนยา
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
Finance ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
Finance SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
Uncategorized ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
Politics เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
Economic ‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
ดูทั้งหมด

เร่งปิดจุดอ่อน “ชิม ช็อป ใช้” หวั่น 1.9 หมื่นล้านปลุกจีดีพี “แป้ก”

10 ก.ย. 2562 | 16:18น.

รัฐบาลจัดทำแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 3 แสนล้านบาท โดยมีเป้าหมายผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งมาตรการสำคัญที่ถูกคาดหวังก็คือ “ชิม ช็อป ใช้” ที่ใช้งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 19,093.5 ล้านบาท (ดูกราฟิก) โดยเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นการบริโภค และหวังว่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบได้อีกหลายรอบตามที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

โดยมาตรการมีทั้งการ “แจกเงินฟรี” 1,000 บาท และให้เงินชดเชย หรือ “แคชแบ็ก” อีก 15% ซึ่งผู้ลงทะเบียนรับสิทธิต้องมีการโหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทยมาใช้ ก็จะได้รับเงินทันที 1,000 บาท สามารถนำไปใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พัก หรือค่าซื้อสินค้าท้องถิ่น จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการได้ ส่วนแคชแบ็กต้องมีการ “เติมเงิน” ของตัวเองลงไปในแอปเพิ่มเติม และเมื่อใช้จ่ายเงินดังกล่าวก็จะได้รับเงินคืน 15% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน หรือให้แคชแบ็กสูงสุดไม่เกิน 4,500 บาทต่อคนนั่นเอง

นอกจากนี้ ต้องเป็นการจ่ายเงินให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการที่รับชำระเงินด้วยแอป “ถุงเงิน” เท่านั้น

สำหรับกลุ่มเป้าหมายรัฐบาลตั้งเป้าไว้ 10 ล้านคน โดยการจะขอรับสิทธิได้ต้องเป็นคนไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช็อปใช้.com เพื่อรับสิทธิ ซึ่งต้อง “ระบุจังหวัด” ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ที่จะต้องไม่ใช่จังหวัดที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชน และต้องลงทะเบียนก่อนเดินทางท่องเที่ยวอย่างน้อย 2 วัน

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผลของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทยเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% (เทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการ) ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศทั้งปี 2562 น่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท เติบโต 4.7% จากปีก่อนหน้า

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า มาตรการชิม ช็อป ใช้ กว่าจะเห็นผลในทางปฏิบัติค่อนข้างล่าช้า จึงไม่ทันเริ่มไตรมาส 3 ทำให้จะไปมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ซึ่งอาจจะกระตุ้นได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดีกว่าไม่มีอะไรออกมา พอจะช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะสินค้าไม่คงทน อย่างอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น

“การจะหวังผลกระตุ้นจีดีพีให้โตขึ้น เราไม่ได้ประเมินว่ามาตรการนี้จะส่งผลไปขนาดนั้น เอาเป็นว่าน่าจะมีผลช่วยให้เศรษฐกิจไทยไม่อยู่ในภาวะย่ำแย่มากไปกว่านี้ อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นลักษณะนี้ต้องระวังด้วยว่า พอกระตุ้นปลายปีนี้จะเป็นการไปดึงการจับจ่ายใช้สอยต้นปีหน้าให้ชะลอตัวด้วยหรือเปล่า” นายอมรเทพกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังกรมบัญชีกลางเปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้าสมัครเข้าร่วม พบว่าตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.-20 ก.ย. ยังมีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมน้อยแค่ประมาณ 3,300 ราย จากเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ทั้งสิ้นประมาณ 40,000 ราย

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เนื่องจากผู้ประกอบการยังเข้าร่วมน้อย จึงได้มีการปรับกลยุทธ์เป็นเชิงรุกให้กรมบัญชีกลางลงพื้นที่เข้าหาผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายแทนให้มาสมัครที่คลังจังหวัดหรือจุดรับลงทะเบียนอื่น ๆ รวมถึงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 ก.ย.นี้เห็นชอบขยายขอบเขตให้ครอบคลุมธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น สปา ทัวร์นำเที่ยว การเช่ารถ เช่าเรือในการเดินทาง และบริการต่าง ๆ ในโรงแรม นอกจากนี้ ยังเปิดให้ร้านอาหาร หรือร้านที่เข้าข่าย ซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าสามารถเข้าร่วมได้ด้วย

เช่นเดียวกับ นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ได้ปรับแผนการดำเนินการรับสมัครผู้ประกอบการ โดยธนาคารกรุงไทยจะโทรศัพท์ประสานเชิญชวนผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมมาตรการโดยตรง

อย่างไรก็ดี หากจำกันได้รัฐบาลชุดก่อนเคยทำมาตรการ “แต๊ะเอียช่วยชาติ” ที่มีการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ที่ใช้บัตรเดบิต หรือชำระผ่านคิวอาร์โค้ดเพื่อซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการให้แก่ร้านค้าในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ใช้ระบบบันทึกการเก็บเงิน (POS) ในทุก ๆ การชำระ VAT 7 บาท จะชดเชย 5 บาท สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท/ราย ทว่า สุดท้ายแล้ว มาตรการดังกล่าว พบว่ามีผู้ซื้อสินค้าและบริการตามมาตรการแค่ 6,466 ราย จากผู้ที่ลงทะเบียนไว้ทั้งสิ้น 34,865 ราย ส่วนร้านค้าที่ร่วมโครงการมี 213 ราย หรือคิดเป็น 19,551 สาขา

ครั้งนั้น กระทรวงการคลังสรุปบทเรียนว่า การชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและคิวอาร์โค้ดอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนที่นิยมทำผ่านบัตรเครดิต ที่มีแรงจูงใจมากกว่าทั้งในแง่ส่วนลด การสะสมคะแนน และการผ่อนชำระ รวมถึงประเด็นสำคัญที่พบว่า ประชาชนมีความกังวลในเรื่อง “การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล” และ “ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน”

เช่นเดียวกับรอบนี้ที่โฆษกกระทรวงการคลัง ก็ยอมรับว่า ผู้ประกอบการก็กังวลเรื่องการถูกตรวจสอบภาษีโดยกรมสรรพากร ดังนั้น หากจะหวังผลให้มาตรการ “ชิม ช็อป ใช้” เกิดประสิทธิผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ผู้เกี่ยวข้องคงต้องทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน และเร่งปรับมาตรการให้เอื้อต่อการจับจ่ายของประชาชนมากยิ่งขึ้นโดยเร็ว