เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

เฟซบุ๊กกับความน่าเชื่อถือ

21 ต.ค. 2562 | 14:33น.

คอลัมน์ สตาร์ตอัพ ปัญหาทำเงิน โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ถ้าพูดถึงภาวะขาลงของวงการสตาร์ตอัพขณะนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดตัวพ่ออย่าง “เฟซบุ๊ก” นับจากข่าวฉาวกรณีทำข้อมูลลูกค้าหลุดเมื่อปีก่อน ชื่อเสียงและความ “น่าเชื่อถือ” ของเฟซบุ๊กและตัวผู้ก่อตั้งอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก็เสียหายหนัก แม้ยังครองเบอร์หนึ่งในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ด้วยฐานลูกค้ากว่า 2.4 พันล้านคน

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ใช้งานโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และผู้หวงแหนข้อมูลส่วนตัวเริ่มหันไปใช้แพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น

มาปีนี้โปรเจ็กต์ cryptocurrency ”Libra” ของเฟซบุ๊กก็ดูส่อแววจะล่มอีก หลังโดนผู้คุมกฎทั้งในและต่างประเทศ ตั้งคำถามรัว ๆ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของระบบ การรักษาข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ การป้องกันไม่ให้ถูกใช้ในธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ฟอกเงิน เลี่ยงภาษีและเป็นเส้นทางการเงินของผู้ก่อการร้าย

ทั้งยังกังวลความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น อาจส่งผลต่อธนาคารกลางของประเทศในการกำหนดนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจกระทบเป็นวงกว้าง

เฟซบุ๊กพยายามอธิบายว่า Libra มีเป้าหมายอัน “ยิ่งใหญ่” ในการช่วยคนยากจนกว่า 1.7 พันล้านคนทั่วโลก “เข้าถึง” บริการทางการเงินโดยเฉพาะโอนเงินข้ามพรมแดน แถมยัง “เสถียร” กว่า cryptocurrency อื่นเพราะผูกติดกับสกุลเงินหลักอย่างดอลลาร์และยูโร

แต่ผู้กำหนดนโยบายก็ยังไม่ “ซื้อ” ไอเดียนี้ เพราะมองว่าบริการโอนเงินข้ามพรมแดนในปัจจุบันก็ไม่ได้ขี้เหร่ และมีรายใหม่เข้ามาเติมเต็มความต้องการในส่วนนี้ตลอด อย่าง Ripple สตาร์ตอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการโอนเงินข้ามประเทศภายในไม่กี่วินาทีในราคาประหยัด แถมดีกว่า Libra ตรงที่ทำงานร่วมกับธนาคารท้องถิ่นทำให้สอบเส้นทางการเงินได้ด้วย

ส่วนการ “เข้าถึง” บริการการเงินมากขึ้น ก็มีค่ายมือถือทำกันอยู่แล้ว อย่าง M-Pesa ของเคนยาที่ให้คนยากจนทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือได้โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคารจนกลายเป็นต้นแบบบริการ M-Banking เพื่อคนชายขอบในอีกหลายประเทศทั่วโลก

ด้วยเหตุนี้นักวิเคราะห์เลยมองว่าที่เฟซบุ๊กเข็นโปรเจ็กต์นี้ ก็เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋านั่นแหละ เพราะทุกธุรกรรมจะมีค่าธรรมเนียม “เล็ก ๆ น้อย ๆ” (ซึ่งยังไม่รู้ว่าเท่าไหร่) แต่แค่ 10% ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก 2.4 พันล้านคนหันมาใช้ Libra ก็เป็นเงินมหาศาลแล้ว

ณ วันที่เขียนต้นฉบับนี้ ดูเหมือนผู้กุมกฎจะสรุปในทิศทางเดียวกันว่าควรให้หยุดโครงการ Libra ไว้ก่อน แถมพันธมิตรที่เคยประกาศจับมือกันแน่นในฐานะสมาชิก Libra Association Council ก็ยังมาตีตัวออกห่างอีก

เริ่มจาก PayPal ที่ตัดสินใจประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกไปเมื่อต้นเดือน ตามมาติด ๆ ด้วย Mastercard Visa Stripe eBay Booking.com และ Mercado Pago โดยแก้เกี้ยวว่าอยากรอจนกว่ากฎระเบียบจะชัดเจนเสียก่อน

แต่เฟซบุ๊กยังเดินหน้าเปิดตัว Libra Association Council อย่างเป็นทางการที่กรุงเจนีวาตามกำหนดการเดิม

แม้สมาชิกรุ่นก่อตั้งจะลดลงจาก 28 เป็น 21 บริษัท ปัญหาคือ ไม่มีใครรู้ว่า Libra จะให้บริการได้หรือไม่และเมื่อไหร่ ตัวมาร์กเองถึงขั้นบอกตอนประกาศผลประกอบการกลางปีว่าจะพยายามโน้มน้าวภาครัฐให้เกิดความเชื่อมั่นใน Libra ต่อไปไม่ว่าจะใช้เวลา “นานเท่าไรก็ตาม”

ผลลัพธ์จะออกมาหมู่หรือจ่าก็ต้องลุ้นกัน แต่ที่แน่ ๆ งานนี้ไม่หมูแน่นอน เพราะต้นตอไม่ได้มาจากปัญหาเชิง “เทคนิค” อย่างเดียว

แต่ตราบใดที่ปัญหาเรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” ยังไม่ได้รับการแก้ไข เทคโนโลยีใด ๆ ก็ช่วยไม่ได้ หากสังคมยังไม่เห็นความ “จริงใจ” ในการแก้ไขปรับปรุงการทำธุรกิจให้ “โปร่งใส” และมี “ธรรมาภิบาล” อย่างแท้จริง

วันนี้เฟซบุ๊กไม่ใช่สตาร์ตอัพตัวน้อยและมาร์กก็ไม่ใช่เด็กเนิร์ดวัยใสอีกต่อไป การเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลกย่อมมาพร้อมความรับผิดชอบมหาศาลทำให้คำว่า “ขอโทษ” คำเดียวคงไม่พออีกต่อไป

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก