เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
World ‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
Columns อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
Tech ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
Economic ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
World 3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
ดูทั้งหมด

“เซ็นทรัล” ร่วมมือร่วมใจ สร้างอาหารยั่งยืนฟื้นคืนป่าน่าน

05 พ.ย. 2562 | 11:47น.
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด

เพราะหนึ่งในสี่กลยุทธ์เพื่อการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมให้กับสังคม (CSV-creating shared values) ของ “บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด” ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ (Central Tham)” เป็นเรื่อง “สิ่งแวดล้อม (environment)” จึงทำให้กลุ่มเซ็นทรัลนำเอาศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรของธุรกิจมาขับเคลื่อนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงในทุก ๆ ด้าน ผ่านโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยการทำเกษตรอินทรีย์

โดยประสานความร่วมมือการทำงานภายในองค์กร เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกกลุ่มธุรกิจในรูปแบบ “เซ็นทรัลลิตี้ (centrality)” ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรจากภายนอกองค์กร ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คู่ค้า ผู้บริโภค ตลอดจนกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความสำเร็จร่วมกันของทุกภาคส่วน และทำให้ธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ล่าสุดโครงการเซ็นทรัล ทำ ได้ร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “FLR349 ร่วมแรงปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ภายใต้โครงการ “สร้างอาหารยั่งยืน ฟื้นคืนป่าน่าน” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการดำเนินงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ตลอดจนการประกาศความพร้อมในการยกระดับ และขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไปสู่การปลูกป่าในพื้นที่ 257 ไร่ ในพื้นที่ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน เพื่อฟื้นความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ป่าต้นน้ำน่าน พร้อมกับยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความมั่นคงทางอาหารให้กับผู้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวยังได้มีการปลูกไม้ป่ายืนต้น เช่น โกโก้ กล้วย มะรุม และไม้อื่น ๆ ในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ ตามรูปแบบการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งเป็นทฤษฎีการพัฒนาและฟื้นฟูป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” และยังได้มีการลงเสาเอกโรงเรือนแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ต.บัวใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มเซ็นทรัลอีกด้วย

“พิชัย จิราธิวัฒน์” กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน สร้างคุณภาพชีวิต ตลอดจนพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับทั้งพนักงานและสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้ โครงการเซ็นทรัล ทำ ที่วางไว้เป็นนโยบายหลักในการดำเนินการช่วยเหลือสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เช่นเดียวกับโครงการสร้างอาหารยั่งยืน ฟื้นคืนป่าน่าน ถือเป็นความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และการทำงานร่วมกันภายในองค์กร เพื่อร่วมผลักดันและขับเคลื่อนการฟื้นฟูป่าน่านที่เป็นป่าต้นน้ำให้กลับมาสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัลได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ในการฟื้นคืนป่าน่าน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2563 โดยได้มีการลงนามสัญญาความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF-Thailand) เพื่อร่วมกันดำเนินการ

“เหตุผลที่เราเลือกทำโครงการในพื้นที่ชุมชนบัวใหญ่แห่งนี้ แม้จะไม่มีธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลในพื้นที่ก็ตาม แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่สำคัญของ จ.น่าน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในลำน้ำสายหลักที่ไหลลงมารวมกับแม่น้ำสายอื่น ๆ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาไว้คอยหล่อเลี้ยงประเทศไทยมายาวนาน เราได้เห็นความตั้งใจจริงของชุมชนที่จะร่วมกันฟื้นฟูและรักษาป่า ซึ่งจากการที่ผมได้คุยกับ “แม่กำนันทิฆัมพร กองสอน” ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ บอกว่า พบว่าชุมชนมีความต้องการที่จะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต ให้มีสุขภาพที่ดีจากการประกอบอาชีพ และความสมบูรณ์ของผืนป่าให้คืนกลับมา”

“การรทำงานร่วมกับชุมชนสิ่งแรกที่ผมมอง คือ ความไว้ใจ ที่ต้องให้ชุมชนเข้าใจก่อนว่า เราไม่ได้เข้ามาเพื่อหวังประโยชน์ วิธีการคือ ต้องพูดคุย สร้างความเข้าใจกับผู้นำชุมชน โดยยึดโยงความต้องการชุมชนเป็นหลัก แล้วนำมากำหนดโครงการหรือกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ต้องสอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนเป็นหลัก หลังจากนั้น ต้องสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้น ด้วยการพาไปศึกษาดูงานและเรียนรู้จากหลาย ๆ โครงการที่กลุ่มเซ็นทรัลที่ทำมาก่อนหน้านี้ แล้วนำความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดบอกต่อกับผู้คนในชุมชน”

“พิชัย” กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ ต้องมองหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ มีองค์ความรู้เฉพาะทางเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน ในโครงการนี้กลุ่มเซ็นทรัลจึงร่วมมือกับ WWF-Thailand เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนในพื้นที่ว่า โครงการนี้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวชุมชน ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำได้อย่างแท้จริง

“เพราะสิ่งที่คาดหวังไว้คือระบบนิเวศได้รับการฟื้นฟู โดยมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 200 ไร่ ที่เปลี่ยนจากพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวสู่พื้นที่เกษตรยั่งยืนตามรูปแบบ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และมีการพัฒนาระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานสินค้าให้ได้รับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งระบบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS-participatory guarantee systems) และมีตลาดรับซื้อรองรับในพื้นที่ รวมถึงค้าปลีก ที่สำคัญ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20”

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังใช้จุดแข็งของ “ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” มาให้ความรู้ในเรื่องผลผลิต ไม่ว่าจะเป็น ฟักทอง เงาะ ส้มสีทอง ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุน การกำหนดราคา การขนส่ง และการดูแลด้านมาตรฐานต่าง ๆ อีกทั้งท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ยังรับสินค้าจากชุมชนในโครงการมาจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างโรงเรือนแปรรูปผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ต.บัวใหญ่ โดยให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ออกแบบและให้คำแนะนำ ซึ่งอาคารหลังนี้เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นสถานที่คัดและบรรจุภัณฑ์พืชผักปลอดสารของกลุ่ม ต่อไปจะมีการส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรอีกด้วย

ทิฆัมพร กองสอน

ด้าน “ทิฆัมพร กองสอน” ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ต.บัวใหญ่ กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีโครงการดังกล่าวเข้ามาพัฒนาพลิกฟื้นว่า เดิมทีนั้นพื้นที่ ต.บัวใหญ่ มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านทำไร่หมุนเวียนซึ่งจะมีการเปลี่ยนพื้นที่การทำเกษตรไปในแต่ละปีจนหมุนเวียนครบย้อนกลับมาทำในพื้นที่เดิม ก็เพื่อช่วยกันรักษาความอุดมบูรณ์ของพื้นที่ป่าไว้ แต่เมื่อมีการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดเข้ามานั้น แม้ว่าชาวบ้านจะมีรายได้มากขึ้นก็ตาม แต่ในมุมกลับกันก็เกิดการบุกรุกทำลายป่าและการปลูกพืชไร่แบบหมุนเวียนก็หายไปจากชุมชนด้วย

“ผลผลิตข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจมาจากการบุกรุกทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกให้มากขึ้น สิ่งที่ตามมาอีกคือ การใช้สารเคมีก็เพิ่มมากขึ้น และได้ส่งผลต่อสุขภาพชาวบ้านอย่างรุนแรง ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าประชาชนใน ต.บัวใหญ่ มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุดของ อ.นาน้อย จ.น่าน จึงเกิดการรวมตัวกันของชาวชุมชนราว 20 คน โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต จากเดิมที่เคยทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ภายใต้โครงการ 1 ไร่ เกษตรอินทรีย์ บัวใหญ่ ในปี 2556 เริ่มจากการปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก โดยเริ่มจากการปลูกฟักทอง จนในปี 2559 ผลผลิตที่ได้เริ่มออกสู่ตลาด ทำให้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการในขณะนั้นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จนในที่สุดมีชาวบ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้น”

“ในช่วงเริ่มต้น ชุมชนไม่มีองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดสารใด ๆ เลย จึงทำให้ต้องไปเรียนรู้จากเครือข่าย ลองผิด ลองถูก เรียนรู้กันไป กระทั่งท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เข้ามาส่งเสริมและให้ความรู้เพิ่มเติม จนสามารถพัฒนาผลผลิตให้ได้มาตรฐาน และนำไปวางขายในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตได้”

“เมื่อทุกคนเข้าใจและเห็นความสำคัญของเกษตรอินทรีย์แล้ว การฟื้นฟูป่าไม้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะโมเดล ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่เป็นการปลูกไม้ที่กินได้ ไม้ที่เอาใช้สอย และไม้เศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เกิดความพออยู่ พอกิน พอใช้ ทั้งยังสร้างความสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า และปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ใน ต.บัวใหญ่ ในครั้งนี้เราเริ่มจากการปลูกโกโก้ก่อน เพราะถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง เป็นที่ต้องการของตลาด เก็บผลผลิตได้นาน และสามารถปลูกพืชผสมผสานได้”

นับเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรยั่งยืนให้กับชาวบ้าน เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนสร้างอาหารปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่มีสภาพเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่มเซ็นทรัลที่ต้องการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมให้กับสังคม ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน ตลอดจนพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับทั้งพนักงาน และสังคมได้อย่างยั่งยืน