เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
Columns อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
Tech ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
Economic ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
World 3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
Economic ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
ดูทั้งหมด

อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 

10 ต.ค. 2569 | 08:36น.
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1”
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง

ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรี 18 ราย รวมนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากรัฐมนตรีโควตาพรรคภูมิใจไทย 27 คน 

เป็นครั้งแรกของที่นายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี “อนุทิน 2” ถูกยื่นซักฟอก หลังบริหารราชการแผ่นดิน 6 เดือน 

เป็นครั้งที่ 6 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 และนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 3 ที่ถูกยื่นอภิปราย 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีรายบุคคล ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 ครั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกอภิปรายเพียงคนเดียว 1 ครั้ง 

โดยนัยทางการเมือง แม้ครั้งนี้เป็นการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคล 18 ราย แต่กินความหมายมากกว่า “ทั้งคณะ” เพราะเป็นการอภิปรายต่อ “ระบอบสีน้ำเงิน”

มองข้ามไหล่อนุทิน ทะลุเพดานไปถึงระบอบสีน้ำเงิน ที่ฝ่ายค้านกวาดไปรวมกอง อาทิ คณะรัฐมนตรีจากบ้านใหญ่-สส.พรรคสีน้ำเงิน 192 คน-วุฒิสมาชิก 138 คน-เครือข่ายนักการเมืองนอกสภา เหล่าผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ถูกโหวต-จัดตั้ง จากต้นทางในสภาสูง 26 คน และข้าราชการรุ่นใหญ่ ที่ถูกแต่งตั้งยุคภูมิใจไทยนับร้อยตำแหน่ง  

อาจนับรวมไปถึงบรรดาผู้นำรัฐวิสาหกิจ ที่มาจากเครือข่ายบุรีรัมย์ และ “สวนกุหลาบคอนเน็กชั่น” 

ไม่อาจไม่นับรวม “ฝ่ายคอย” 58 เสียง จากพรรคกล้าธรรม ที่แม้ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านฝ่ายรัฐบาล และไม่ได้อยู่ในฝ่ายค้าน แต่อยู่ในร่มเงาของรัฐบาลสีน้ำเงิน 

ญัตติที่แฟ้มฝ่ายค้าน 145 เสียง จากพรรคประชาชน-ประชาธิปัตย์-พรรคไทยภักดี-พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยรวมพลัง แจ้งเป็นโจทย์ ในการอภิปราย ครอบคลุม คดีโกงเลือก สว., สถานการณ์อุทกภัย, ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น, ปัญหากลุ่มทุนสีเทา-กลุ่มสแกมเมอร์ “ที่กำลังกินรวบประเทศ ระบอบสีน้ำเงินเป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน” 

เฉพาะข้อกล่าวหาของนายอนุทิน “ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ” 

เกี่ยวพันการทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ, โกงการเลือก สว., โกงการสอบข้าราชการ, โกงงบประมาณแผ่นดิน, แทรกแซงองค์กรอิสระ, ล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงล้มเหลวในการจัดการกับความขัดแย้งในชายแดนภาคใต้

ประเด็นที่คาดว่าการอภิปรายคงเดดล็อก การประท้วงเป็นดอกเห็ดฤดูฝน คือการระบุว่า รัฐบาลอนุทิน “สร้างความเสื่อมเสียให้กับสถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมือง”

ส่วนนอกสภาผู้แทนราษฎร-มีญัตติสาธารณะ ที่อภิปรายกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวพัน 2 น. ทั้งเรื่องกินรวมกองทุนสุขภาพ-ภาษีบาป-เปลี่ยนจุดจ่ายเงินให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กรณีครอบครองที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กรณีครอบครองที่ดินสนามกอล์ฟ “แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ” จ.นครราชสีมา และโปรเจ็กต์ Thai AI-passport 

คาดว่าคณะรัฐมนตรีคงจะตอบรับการอภิปรายแบบ 3 วัน 3 คืน จากที่ฝ่ายค้านขอมา 5 วัน 

นักการเมืองพูดกันนอกสภาว่า นายกรัฐมนตรีคงได้เสียงโหวตผ่านได้เสียง “ไว้วางใจ” ท่วมท้นกว่า 292 เสียง จาก 16 พรรค บวกเสียงฝ่ายคอยจากพรรคกล้าธรรม อีก 58 เสียง ทะลุ 350 เสียง 

จากนั้นกระบวนการปรับคณะรัฐมนตรี ก็คงจะเริ่มต้นขึ้น และแน่นอนที่สุดว่า พรรคกล้าธรรมต้องได้ “รางวัลแด่คนช่างคอย” เป็นที่นั่งในคณะรัฐมนตรี “อนุทิน 2/1”

ส่วนสถานะของพรรคเพื่อไทย 74 เสียง ที่เคยได้ 7 รัฐมนตรี 8 ตำแหน่ง และมี “ดีลสุดท้าย” จากประมุขหญิงบ้านจันทร์ส่องหล้า ได้แถมรัฐมนตรี 1 กระทรวงด้านสังคม แต่การจัดรัฐบาลรอบใหม่คงต้องใช้กำลังภายในเข้มข้น เพราะ “ดีลกล้าธรรม” จะเป็นปัจจัยให้เกิดสูตร “ครม.ใหม่” 

แม้เสียงของ น.-นอกสภา จะไม่ค่อยเต็มใจนักในการดึง “ทีมธรรมนัส” เข้าร่วม ครม. แต่ น.-ในสภา ต้องการเสียงเติมเต็ม เผื่อเหลือเผื่อขาด หากพรรคสีแดงโหวตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย 

สุดท้ายเสียง 2 น. และกองทัพงูเห่า จะเป็นปัจจัยชี้ขาด ในการโหวตไว้วางใจและเกมจัดรัฐบาลใหม่