เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
ดูทั้งหมด

“อภิรดี”ปัดถกUSTRนำเข้าหมู เดินหน้าดึง2แบรนด์ดังกระเป๋าลงทุนไทย

17 ก.ย. 2560 | 19:00น.

“พาณิชย์” ถก USTR สหรัฐ 12-17 ก.ย. ปัดหารือเรื่องเปิดตลาดนำเข้าสุกร แง้มอาจจะมีข่าวดี หวังดึงผู้ผลิตแบรนด์เนมกระเป๋า 2 รายดังลงทุนไทย รับสิทธิพิเศษทางภาษี GSP 0%

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในโอกาสนำคณะผู้บริหารเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-17 ก.ย.นี้ เพื่อพบและหารือกับหน่วยงานสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ และภาคเอกชน เพื่อเป็นการเตรียมการก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ และเป็นการติดตามผลการดำเนินงานตามที่หารือ ในกรอบความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐ (TIFA)

“ประเด็นเรื่องการเจรจาเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรสหรัฐไม่ได้มีการหารือกันในรอบนี้ เพราะหลังจากรับทราบข้อกังวลจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติถึงเรื่องผลกระทบหากไทยเปิดตลาด ต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคปศุสัตว์ เพื่อขอทราบท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถเดินหน้าเจรจาโดยลำพังได้ แม้ว่าจะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่เจรจาแต่ต้องขอความเห็นจากทุกภาคส่วน”

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปครั้งนี้ คาดว่าจะมีการหารือถึงความคืบหน้าในหลายประเด็น อาทิ ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐ (USPTO) เรื่องการสร้างความร่วมมือเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกัน โดยไทยหวังว่า MOU จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 อีกทั้งไทยเพิ่งประกาศเข้าร่วมการเป็นสมาชิกภายใต้พิธีสารมาดริด เพื่ออำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศสมาชิก 98 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560

พร้อมกันนี้ยังมีแผนจะหารือกับภาคเอกชนสหรัฐ ผู้ผลิตกระเป๋าและเครื่องเดินทาง 2 ราย ที่เคยได้ไปพบเมื่อเดือนเมษายน 2560 (Coach และ Tumi) ซึ่งทั้ง 2 รายให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนผลิตในไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากการที่ไทยได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากรจากสหรัฐ (GSP) เป็น 0% จากก่อนหน้านี้ที่มีอัตราอากรนำเข้าถึง 4.5-20%

โดยในปี 2559 สหรัฐนำเข้าสินค้านี้จากทั่วโลกประมาณ 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการนำเข้าจากไทยเพียง 46 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือสัดส่วน 0.67% ขณะที่นำเข้าจากจีน 65% และเวียดนาม 30%

รายงานข่าวระบุว่า ประเด็นการเปิดเสรีนำเข้าเนื้อสุกรและเครื่องในสุกร ที่เลี้ยงโดยการใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรกโตพามีน) ของสหรัฐนั้น ข้อเท็จจริงคือ สหรัฐอ้างว่าต้องการให้ไทยทำตามมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ Codex ซึ่งอนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ไทยมีกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงหมู เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งประเด็นนี้เป็นข้อเรียกร้องที่มีการหารือกันมาเป็นเวลานาน ที่ผ่านมาเคยเกิดข้อพิพาทลักษณะนี้จนมีการยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ในหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรป จีน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลว่าสหรัฐอาจจะกดดันไทย โดยอ้างมาตรฐาน Codex และนำไปสู่การฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเปิดตลาดอาจจะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขในการนำเข้า เช่น การบังคับให้ผู้ผลิตต้อง “ติดฉลากเป็นภาษาไทย” บนผลิตภัณฑ์ว่าใช้สารเร่งเนื้อแดงปริมาณเท่าไร เพื่อให้ผู้บริโภคใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ ซึ่งแนวทางนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานต้นทาง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เคยทำหนังสือสอบถามไปแต่ไม่ได้รับคำตอบ

ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแสดงความกังวลว่าหากไทยยอมนำเข้าตามที่สหรัฐเรียกร้อง จะทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคได้รับผลกระทบ และที่สำคัญต้นทุนการเลี้ยงสุกรของไทยยังสูงกว่าสหรัฐ จนทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไทยไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป็นที่น่าสังเกตว่าในการเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะมีตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว ยังปรากฏว่ามีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมด้วย อาจมีการหารือเรื่องหลักเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจบริการสื่อสาร และแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) ซึ่งผู้ประกอบการสหรัฐ เช่น เฟซบุ๊กยูทูบ ต้องการให้ไทยหารือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนมีผลบังคับใช้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพาณิชย์