เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อวิถีการเดินทางเปลี่ยน “เรือด่วนเจ้าพระยา” ปรับตัวรับการสัญจรยุคใหม่
Biz Movement เมื่อวิถีการเดินทางเปลี่ยน “เรือด่วนเจ้าพระยา” ปรับตัวรับการสัญจรยุคใหม่
‘กอบศักดิ์’ ชี้ IMF มองเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายอาเซียน-เป็นรองแค่ ‘เมียนมา’ โดน ‘เวียดนาม’ ไล่บี้
Finance ‘กอบศักดิ์’ ชี้ IMF มองเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายอาเซียน-เป็นรองแค่ ‘เมียนมา’ โดน ‘เวียดนาม’ ไล่บี้
Shinsegae ปูซานเปิดพื้นที่สินค้าไทย พาณิชย์เร่งต่อยอดผลไม้-อาหาร-เครื่องปรุง
Economic Shinsegae ปูซานเปิดพื้นที่สินค้าไทย พาณิชย์เร่งต่อยอดผลไม้-อาหาร-เครื่องปรุง
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
ชี้คนดูเลือกจ่าย “อิมแพ็ค” เผยคอนเสิร์ตแข่งเดือด-ไมซ์โค้งท้ายดันรายโต 20%
Biz Movement ชี้คนดูเลือกจ่าย “อิมแพ็ค” เผยคอนเสิร์ตแข่งเดือด-ไมซ์โค้งท้ายดันรายโต 20%
ปภ. โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1,284 ล้าน 160,350 ครัวเรือน วันนี้จ่ายเพิ่ม 1,155 ล้าน
News ปภ. โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 1,284 ล้าน 160,350 ครัวเรือน วันนี้จ่ายเพิ่ม 1,155 ล้าน
เอ็มจีซี-เอเชีย ยกทัพพรีเมียม BWM-XPENG ร่วมงานประชุมระดับนานาชาติ
Automotive เอ็มจีซี-เอเชีย ยกทัพพรีเมียม BWM-XPENG ร่วมงานประชุมระดับนานาชาติ
4 จว.เหนือ เปิดฉาก LANNA EXPO ขนทัพสินค้า 1 พันบูธ เจรจาธุรกิจทะลุ 140 คู่
เศรษฐกิจภูมิภาค 4 จว.เหนือ เปิดฉาก LANNA EXPO ขนทัพสินค้า 1 พันบูธ เจรจาธุรกิจทะลุ 140 คู่
อนุทิน กินข้าวถก ‘รมต.เพื่อไทย’ ตามงานทุกกระทรวง ไม่เน้นคุยรับศึกอภิปราย
Politics อนุทิน กินข้าวถก ‘รมต.เพื่อไทย’ ตามงานทุกกระทรวง ไม่เน้นคุยรับศึกอภิปราย
รัฐบาล ถวายพวงมาลาเนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’ 13 ต.ค. 2569
Politics รัฐบาล ถวายพวงมาลาเนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’ 13 ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

2563 เปิดเสรีดาวเทียม ลู่วิ่งใหม่ “ไทยคม-Landing Right”

20 ธ.ค. 2562 | 14:28น.

หลังจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 60 บัญญัติให้ “รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่ และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม อันเป็นสมบัติของชาติ” และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2562 บัญญัติให้ “กสทช.” ดำเนินการให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม

รวมทั้งสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ซึ่งเป็นการประกอบกิจการดาวเทียมภาคอวกาศ (space seg-ment) ตลอดจนการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการดาวเทียมภาคพื้นดิน (ground segment) โดยใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (landing right) จึงเป็นการรวมความรับผิดชอบทั้งเรื่องคลื่นความถี่ และสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียมให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “กสทช.”

ต้นไตรมาส 3 พร้อมเปิดเสรี

“พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ” รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายในไตรมาสแรกปี 2563 กิจการดาวเทียมของไทยจะก้าวสู่การแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมอย่างแท้จริง เมื่อแผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ จะมีผลบังคับใช้

“ทั้ง 3 ร่างได้ผ่านเวทีประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะนำข้อสรุปจากผลการประชาพิจารณ์ พร้อมทั้งการปรับร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุม กสทช. ภายในวันที่ 24 ธ.ค. 2562 หากไม่มีการปรับแก้ก็สามารถนำไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศใช้แล้ว หากมีบริษัทใดต้องการจะยิงดาวเทียมดวงใหม่ในนามประเทศไทย ก็สามารถมายื่นขอใช้วงโคจรดาวเทียมกับ กสทช.ได้เลย”

สำหรับ (ร่าง) แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม จะเป็นแนวทางในการประกอบกิจการดาวเทียมในไทย หลังจากประชาพิจารณ์ได้ปรับข้อความเล็กน้อย โดยได้ตัดเนื้อหาที่ระบุว่า กสทช.จะดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติกำหนด เนื่องจากเวทีประชาพิจารณ์เห็นว่า กสทช.เป็นองค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องระบุ

ยกเว้นค่าธรรมเนียม “ภาครัฐ”

ขณะที่ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม เดิมได้ระบุให้ต้องวางเงินหลักประกันก่อนสร้างดาวเทียมของภาครัฐ 2.5% ส่วนเงินหลักประกันของเอกชนกำหนดไว้ที่ 5% ได้เปลี่ยนเป็น “ยกเว้น” ให้หน่วยงานรัฐ ในกรณีที่เป็นการสร้างดาวเทียมเพื่อการวิจัยและการศึกษา รวมถึงการใช้งานที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไรรวมถึงเรื่องเงื่อนไขการยึดเงินประกัน ที่กสทช.กำหนดให้ยึดเงินประกัน หากไม่สามารถดำเนินกิจการได้ภายใน 7 ปี กสทช.จะผ่อนปรนในกรณีที่ประสบปัญหาที่เป็นเหตุสุดวิสัย รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขเรื่องสิทธิขั้นสมบูรณ์ของดาวเทียมให้ยึดตามประกาศของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) จากเดิมที่ยึดตามที่ กสทช.กำหนด และเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง กสทช.จึงได้มีการกำหนดเพิ่มเติมให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องรับผิดชอบวัตถุในอวกาศด้วย

“ค่าธรรมเนียมการอนุญาตขอใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม หากเป็นดาวเทียมไทย เก็บค่าไฟลิ่ง 2 ล้านบาทต่อ 1 สิทธิ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีอยู่ที่ 0.25% ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการประกอบกิจการดาวเทียม ส่วนดาวเทียมต่างชาติเก็บค่าไฟลิ่งเท่ากับดาวเทียมไทย แต่ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีแพงกว่า อยู่ที่ 3.2% ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการประกอบกิจการดาวเทียม”

กังวลด้านความมั่นคง

ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (landing right) ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้มีการใช้ดาวเทียมต่างชาติมาให้บริการในประเทศไทยได้นั้น กสทช.ได้ปรับแก้เนื้อหาเพื่อลดกังวลด้านความมั่นคง โดยได้กำหนดให้ดาวเทียมต่างชาติ ต้อง “ตั้งบริษัท” ในประเทศไทย และมีโครงข่ายเกตเวย์ หรืออัพลิงก์สเตชั่น ในประเทศไทย

“ในเวทีประชาพิจารณ์เห็นชัดว่า บริษัทที่สนใจในการใช้ช่องดาวเทียมต่างชาติ มีมากกว่าจะสร้างดาวเทียมเอง ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงกังวลในประเด็นด้านความมั่นคง แม้ว่าจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมดาวเทียมต่างชาติมากกว่า จึงกำหนดให้ละเอียดไว้เพื่อว่าจะไม่ได้มีแค่เอเยนซี่มารับช่วงเท่านั้น แต่ต้องมีบริษัททางการ รวมถึงเมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงภายในประเทศ รัฐบาลไทยจะสามารถปิดระบบได้ แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับสถานทูตที่กำหนดให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติที่ไม่มีบริษัทในประเทศไทยได้”

นอกจากนี้ ยังมีการปรับเงื่อนไขกิจการเรือที่แต่เดิมใช้ดาวเทียมต่างชาติได้เสรี เปลี่ยนเป็นกำหนดให้บริษัทดาวเทียมต่างชาติต้องมีสำนักงานในประเทศไทยด้วย รวมถึงการใช้งานในกิจการเพื่อให้บริการโทรคมนาคมทั่วถึง (USO) ได้กำหนดให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติที่ไม่มีบริษัทในประเทศไทยได้ หากให้บริการ USO ไม่เกิน 1 ปี แต่ถ้าเกิน 1 ปี ต้องเข้าสู่การกำกับดูแลตามระบบของ กสทช. เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ต่างชาติเข้ามาด้วยการอ้างการให้บริการ USO

“ดาวเทียมไทยจะมีโอกาสให้บริการได้อย่างถูกต้องและเสรีเป็นธรรม โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน บริษัทใดอยากจะเข้ามาสู่อุตสาหกรรมก็ทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รายเก่าก็สามารถยิงดาวเทียมใหม่ได้เช่นกัน หากทำตามกระบวนการแล้ว ไม่มีอะไรมาห้ามได้ เป็นการปลดล็อกให้ทั้งผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ ได้เดินบนลู่วิ่งใหม่ แต่ กสทช.ต้องยึดหลักสำคัญ คือ ต้องเปิดเสรี ให้มีการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมอย่างเต็มที่ ไม่ให้เกิดการผูกขาด แต่ผู้ประกอบการไทยก็ต้องอยู่รอดด้วย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยคม