ศึกอวกาศ – ดาวเทียมสื่อสาร กลางการผลัดเปลี่ยนซีอีโอ “ไทยคม”
“ไทยคม” ผลัดใบ “ปฐมภพ” ลงเก้าอี้ซีอีโอ ท่ามกลางแผนการส่งดาวเทียมสื่อสาร GEO ทดแทน “ไทยคม 4” ยังสะดุดจากแผงวงจรช็อต หวังรายได้ก้อนใหญ่จากไทยคม 10 ขณะที่กลุ่มดาวเทียมขนาดเล็ก LEO ต่างชาติรุกสู่ภูมิภาค
รายงานจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การรายงานมติที่ประชุมครั้งที่ 8 ปี 2569 อนุมัติการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดย อนุมัติการเกษียณอายุของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) นายปฐมภพ สุวรรณศิริ มีผลวันที่ 1 ก.ค. 2569 และ 2. อนุมัติแต่งตั้ง ดร. ปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์ ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้รักษาการในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Acting Chief Executive Officer) มีผลวันที่ 1 ก.ค. 2569

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า “ปฐมภพ สุวรรณศิริ” รับตำแหน่งซีอีโอเมื่อ 1 ม.ค. 2565 หลังจากทำงานกับ ไทยคมมากว่า 30 ปี
ย้อนรอยต่อ สัมปทานดาวเทียม สู่ ยุคใบอนุญาต
ในช่วงเวลา 2564-2566 เป็นช่วงที่อุตสาหกรรมดาวเทียมสื่อสาร กำลังถูกจับตาในหลายด้าน เนื่องจากการหมดอายุสัมปทานการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังการเตรียม “ประมูลสิทธิเข้าใช้วงโครจนดาวเทียม” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งล้มเหลวมาหลายครั้งและสำเร็จเมื่อ 15 ม.ค. 2566
“ไทยคม” ในช่วงเวลานั้น จึงเป็นช่วงเตรียมพร้อมสำหรับการประมูลวงโคจร และจัดหาดาวเทียมสื่อสารชุดใหม่ ส่งขึ้นวงโคจรที่ประมูลได้ เพื่อรักษาธุรกิจหลักไว้นั่นคือการให้บริการบรอดแคสต์ (สัญญาณแพร่ภาพ) และสัญญาณบรอดแบนด์ (อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง) ในหลายประเทศ หลังจากชะงักงันมาต่อเนื่องหลายปี และ “ปฐมภพ” ได้เสนอโมเดลรายได้ใหม่ นั่นคือ “Space Tech” สอดคล้องกับการเติบโตของเทคโนโลยีอวกาศรูปแบบใหม่ๆ ที่นำมาใช้แก้ปัญหาทางธุรกิจ และสังคมหลายประการ
ทั้งการเติบโตของเทคโนโลยีอวกาศ-ดาวเทียมรูปแบบใหม่อย่าง ฝูงดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO ที่เข้ามาท้าทายการแข่งขันในอุตสาหกรรมดาวเทียมสื่อสารและอวกาศแบบดั้งเดิม
การผลัดเปลี่ยนอุตสาหกรรมดาวเทียม จากสัมปทาน สู่ ระบบใบอนุญาต เป็นจังหวะที่เหมาะเจาะกับดาวเทียมสื่อสารบรอดแบนด์ดวงใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง “ไทยคม 4” หมดอายุวิศวกรรมต้องเร่งส่งดาวเทียมทดแทนเร่งด่วน
แม้ “ปฐมภพ” จะเน้นย้ำเรื่องรายได้ใหม่ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เข้ารับตำแหน่ง แต่ก็เน้นย้ำด้วยว่า การส่งดาวเทียม “ดวงใหม่” เพื่อให้บริการลูกค้าเก่าที่ยังคงอยู่กับไทยคมอย่างต่อเนื่อง และลูกค้าใหม่ที่จะตามมาหลังดาวเทียมส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ (Footprint) ใหม่ สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของไทยคม เป็นรายได้หลักที่หายไปนาน โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างอินเดีย และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย มีความต้องการสูง เมื่อส่งดาวเทียมได้แล้ว จะเริ่มรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
แล้วการส่งดาวเทียมจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่
ผ่าแผนส่งดาวเทียม 3 ดวง พลิกเกมรายได้พันล้านในปี 2571
ในปี 2566 หลังไทยคม ได้รับใบอนุญาตเข้าใช้วงโคจร 2 ชุด 3 ตำแหน่ง คือ ชุดที่ 2 (ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก) เป็นตำแหน่งหลักเดิมของดาวเทียมไทยคม 6 และ 8 ซึ่งเป็น “บ้านเก่า” ที่มีฐานลูกค้าผู้ชมทีวีดาวเทียมจำนวนมาก และ ชุดที่ 3 (ตำแหน่ง 119.5 และ 120 องศาตะวันออก) เป็นตำแหน่งของ “ไทยคม 4” เดิม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต
ไทยคมก็ประกาศแผนส่งดาวเทียมประจำตำแหน่งและดาวเทียมทดแทน 3 ดวง คือ ไทยคม 9, 10 และ 11
ดวงแรก คือ ไทยคม 9 เป็นภาระกิจเร่งด่วน เพราะดาวเทียมเดิมอย่าง ไทยคม 4 ยื้อไม่ไหว จะต้องดีดตัวออกจากวงโคจรในเดือน ก.ค.2569 ซึ่งตามเงื่อนไขของ กสทช. ในการอนุญาตให้ใช้วงโคจรนี้มีเวลาให้ 3 ปี เช่นกัน
ไทยคม จึงใช้วิธี ส่งดาวเทียมขนาดเล็กทดแทนไปก่อน โดยให้บริษัท แอสตรานิส สตาร์ตอัพจากสหรัฐอเมริกา ผลิตดาวเทียม Micro GEO ความจุประมาณ 10 Gbps น้ำหนักน้อยกว่า 400 กิโลกรัม ซึ่ง เทียบกับดาวเทียมทั่วไปที่หนัก 3,000-5,000 กก. เพื่อเตรียมส่งขึ้นสู่ตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก
เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อใกล้ถึงกำหนดการ ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แผงวงจรของดาวเทียมนั้นเกิดช็อตเสียหาย ต้องรื้อแผนผลิตใหม่ ทำให้ไม่สามารถส่งดาวเทียมได้ทัน จึงขอเลื่อนไปส่งใหม่ในเดือน ก.ย. 2570
ดวงที่สอง คือ ไทยคม 10 ดาวเทียมดวงนี้คือ “เรือธง” ที่แท้จริง เป็นดาวเทียมค้างฟ้า GEO ขนาดใหญ่ เน้นการให้บริการครอบคลุมระดับภูมิภาคด้วยความจุระดับมหาศาลที่สูงถึง 120 Gbps หรือมากกว่าไทยคม 9 ถึง 12 เท่า ซึ่งดาวเทียมดวงนี้มีแผนส่งไปที่วงโคจร 119.5 องศาตะวันออกทดแทน ไทยคม 4 เต็มตัว ภายในปี 2570
มีรายงานด้วยว่า ดาวเทียมนี้มีบริษัทดาวเทียมยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้เหมาเช่าความจุล่วงหน้าไปแล้ว 50% ส่วนความจุที่เหลือเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าพาร์ตเนอร์รายใหญ่ โดยเฉพาะใน ประเทศอินเดีย ซึ่งดาวเทียมนี้จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ ที่ไทยคมคาดการณ์รายได้จาก ดาวเทียมไทยคม 10 ไว้ที่ประมาณ 8,000 – 10,000 ล้านบาทต่อปี เมื่อดาวเทียมเปิดให้บริการและดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ ราวปี 2571
และดวงที่สาม คือ ไทยคม 11 ตั้งเป้าหมายจัดส่งดาวเทียมไทยคม 11 ขึ้นสู่วงโคจร ภายในปี 2570–2571 เพื่อทดแทนดาวเทียมไทยคม 6 ของ NT และ ไทยคม 8) ที่จะทยอยหมดอายุการใช้งาน เพื่อรักษาฐานลูกค้ากลุ่มโทรทัศน์ดาวเทียม (Broadcast) และดิจิทัลทีวีให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาพิจารณา และได้ขอเลื่อนเวลาการส่งดาวเทียมจากบอร์ด กสทช. ไปแล้วเช่นเดียวกับ ไทยคม 9
ฝูงดาวเทียมต่างชาติรุกคืบ
ในขณะที่ดาวเทียมค้างฟ้า ธุรกิจหลักของไทยคม กำลังขับเคลื่อนอยู่ บิ๊กเทคโนโลยีจากต่างชาติได้เริ่มขยายฝูงดาวเทียมวงโคจรต่ำ และรุกทำตลาดฝั่งเอเชีย และอาเซียนเพื่อขายสัญญาณบรอดแบนด์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Starlink หรือ OneWeb ซึ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดประเทศไทยผ่านการจับมือกับ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)
ขณะที่ไทยคม ต้องเข้าร่วมกับขบวนเทคโนโลยีใหม่นี้ ด้วยการจับมือกับ Amazon Leo ซึ่งเป็นเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ําของบิ๊กอีคอมเมิร์ซ Amazon.com โดยได้สิทธิ์การขาย และการเชื่อมต่อบริการเดิมของไทยคม
ในขณะที่ มีข่าวแพร่สะพัดจากฝั่งรัฐบาล และ กสทช. ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมาหลังจากมีการเจรจาต่อรองการค้ากับสหรัฐฯ ว่า Starlink นำโดยบริษัท SpaceX ก็ให้ความสนใจในการรุกเข้าทำตลาดในประเทศไทยเช่นกัน
จึงต้องจับตาการแข่งขันของดาวเทียม LEO ในประเทศ และในภูมิภาคนี้ต่อไป