เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

ส่งออก 7 หมื่นรายการวุ่น! กฎใหม่คุมสินค้าที่อาจใช้ผลิตอาวุธอานุภาพร้ายแรง

13 ก.ค. 2560 | 00:20น.

ไทยออกประกาศสินค้า 2 ทาง Dual Use Items คุมเข้มสินค้า-อุปกรณ์ที่อาจใช้ผลิตอาวุธทำลายล้างอานุภาพร้ายแรง 71,632 รายการ ตั้งแต่เครื่องยิงแสงเลเซอร์-ยาแนวพื้นห้องน้ำ ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ หวั่นกระทบส่งออก 2 ล้านล้าน เอกชนโวย “เป็นเรื่องใหม่” มีประกาศแค่ 2 แผ่นอีก 6 เดือนบังคับใช้

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเข้ามาว่า ในวันที่ 1 มกราคม 2561 จะมีประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องการกำหนดให้สินค้าที่ใช้ได้ 2 ทาง (Dual Use Items : DUI) ออกมาบังคับใช้

โดยประกาศฉบับนี้ได้กำหนดให้สินค้า 73,583 รายการ ครอบคลุมสินค้าที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออก เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและปฏิบัติตาม มาตรการจัดระเบียบในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2558

สินค้าจำนวนมากมายภายใต้ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับนี้ อาจเรียกง่าย ๆ ว่า “สินค้า DUI” ผู้ผลิตส่งออกจะต้องยื่นขออนุญาตส่งออกกับกรมการค้าต่างประเทศ เนื่องจากสินค้าและวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ “อาจจะ” นำไปใช้ในการผลิต/ประกอบ/เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่นำไปใช้ทำอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction หรือ WMD) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการ “ควบคุมสินค้าที่นำไปใช้ได้ 2 ทาง” ซึ่งเป็นไปตามที่ประเทศไทยได้ผูกพันไว้กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) ในข้อมติ UNSCR ระบุให้ประเทศต่าง ๆ ออกมาตรการในการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD)

ทั้งนี้สินค้าที่เข้าข่าย DUI มีจำนวน/มูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีจำนวน 73,583 รายการ เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีจำนวน 71,632 รายการ ยกตัวอย่าง เครื่องเลเซอร์ผิวหน้า สามารถนำไปพัฒนาเป็นอาวุธนิวเคลียร์/อาวุธชีวภาพได้, ยาชา มีสารบางอย่างสามารถนำไปเป็นอาวุธชีวภาพ, หัวเหล็กไม้กอล์ฟ สามารถนำไปผลิตเป็นชิ้นส่วนขีปนาวุธ ไปจนกระทั่งถึงไส้ดินสอดำ-เส้นเอ็นที่ใช้ในไม้เทนนิส โดยการส่งออกสินค้า DUI ในปี 2559 คิดเป็นมูลค่า 2.26 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีมูลค่า 2.25 ล้านล้านบาท ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกสินค้ามากกว่า13,566 ราย ซึ่งยัง “สับสน” และ “ไม่เข้าใจ”วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องในประกาศฉบับนี้

คต.เตรียมการมา 3 ปี

นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงกลาโหม, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนสามารถปฏิบัติตามประกาศฯ เชื่อว่าจะไม่สร้างภาระต้นทุนให้เอกชน

ขณะที่นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กล่าวว่า ผู้ส่งออกที่ยังไม่มั่นใจว่า สินค้าที่ตนเองส่งออกนั้น เป็นชิ้นส่วนที่จะสามารถนำไปผลิตอาวุธร้ายแรงได้หรือไม่นั้น สามารถตรวจสอบคัดกรองสินค้าที่ส่งออกเข้าข่ายเป็นสินค้า DUI ตามบัญชีรายชื่อการสินค้า DUI ของไทย (Thai List) ผ่านระบบ e-TCWMD

ทั้งนี้หากตรวจสอบพบว่า สินค้าส่งออกดังกล่าวเป็นสินค้าที่เข้าข่ายเป็นสินค้า DUI ตามบัญชีแนบท้าย 1 ซึ่งมีประมาณ 1,200 รายการ ผู้ส่งออกต้องยื่นขออนุญาตส่งออกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Licensing) แต่ในกรณีที่สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าไม่ได้เป็น DUI ตรวจสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ถึงพิกัดศุลกากร 6-8 หลัก ปรากฏว่าไม่ใช่สินค้าในกลุ่ม DUI ซึ่งอยู่ในบัญชีแนบท้าย 2 มีประมาณ 600 รายการ ผู้ส่งออกสามารถออก e-Certification และดำเนินการส่งออกได้เลย

อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับนี้ถือเป็นมาตรการชั่วคราว ก่อนที่ออกร่าง พ.ร.บ.การค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือร่าง พ.ร.บ. TCWMD จะออกมาบังคับใช้ ซึ่งล่าสุดร่าง พ.ร.บ.กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกา

“การคัดกรองสินค้าก่อนการส่งออกเป็นส่วนสำคัญ หากไทยยกร่างกฎหมายสำเร็จ เราก็จะเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากมาเลเซียและสิงคโปร์ที่มีระบบการตรวจสอบและรับรองการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้ได้ 2 ทางแล้ว ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้าสินค้าจากไทย แต่หากไทยไม่มีระบบตรวจสอบนี้ประเทศผู้นำเข้าอาจจะสร้างมาตรการกีดกันทางการค้าสินค้าจากไทยได้” นายอดุลย์กล่าว

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ ได้อ้างว่าได้เตรียมความพร้อมโดยให้ความรู้ผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปีนับจากปี 2557 และในวันที่ 18-19 กรกฎาคมนี้ กรมฯเตรียมจัดประชุมนานาชาติ โครงการภาคีเครือข่ายความร่วมมือโลกว่าด้วยการบริหารการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง 2017 ขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

ผู้ส่งออกเพิ่งรู้เรื่อง DUI

นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการกลุ่มการค้าระหว่างประเทศสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้แจ้งกับสมาชิกเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยแต่ละบริษัทจะต้องตรวจสอบสินค้าส่งออกของตัวเองว่า เข้าข่ายเป็นสินค้า DUI หรือไม่ และจะต้องขึ้นทะเบียนรับรองตนเอง เนื่องจากประเทศคู่ค้าตลาดส่งออกอย่างสหรัฐ-สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยในด้านผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ส่งออกจะมีมากเพียงใดต้องรอดูว่า หลังจากนี้มีการขึ้นทะเบียนมากน้อยเพียงใด

“ในส่วนของบริษัท SCG ได้ตรวจสอบรายการสินค้า DUI และเตรียมขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า ประกาศDUI ได้ครอบคลุมสินค้าในหมวดวัสดุก่อสร้างหลายรายการ ซึ่งต้องยอมรับว่าหลายสินค้าเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้คาดคิดว่า มันจะเป็นสินค้า DUI มาก่อน เช่น วัสดุยาแนว ซึ่งทางบริษัทได้เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนแล้ว”

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกเตรียมแจ้งสมาชิกให้รับทราบถึงรายละเอียดและแนวทางการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ เพราะ “เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่” สำหรับผู้ส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรและอาหารจะต้องศึกษาและดูรายละเอียดว่า เกี่ยวข้องกับตนหรือไม่ หรือมีส่วนประกอบอะไรที่เป็นการเสี่ยงต่อภัยอันตรายหรือไม่

ขณะที่นายวิษณุ ลิ่มวิบูลย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวได้มีการพูดถึงมาระยะหนึ่ง “แต่เราเพิ่งได้รับทราบรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง” สมาชิกส่วนใหญ่ก็ไม่ถึงกับกังวลมากนัก เพราะสินค้าอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์มีกระบวนการผลิต การตรวจสอบ รวมถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ สายทองแดง หรือแร่บางชนิด มีขั้นตอนที่ถูกต้อง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรองและตรวจสอบได้มาตรฐานความปลอดภัย (มอก.) แล้ว

“เรากลับมีความกังวลในสินค้ากลุ่ม Internet of Thing (IoT) เพราะเป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้คำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ต สินค้ากลุ่มนี้แม้ไม่แยกส่วนประกอบออกมาแต่กลับใช้เป็นคำสั่งในการทำให้สินค้าเป็นอาวุธได้ เช่น จุดฉนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น” นายวิษณุกล่า