ค่ายมือถือลงสนามชิงผู้นำ5G ตัวแปรพลิกเกมแย่งคลื่น2600MHz แข่งราคาเดือด
ค่ายมือถือจุดพลุชิงดำคลื่น 5G “กสทช.” สมใจยื่นซองครบ 5 เจ้า ขยับประมาณการรายได้เข้ารัฐ เป็น 7 หมื่นกว่าล้านบาท มั่นใจขายออกมากกว่า 30 ใบอนุญาต “วงใน” เผยไม่มีใครกล้าตกขบวน คาดคลื่น 2600 MHz แข่งราคาดุเดือด จับตา “เอไอเอส-ทรูมูฟเอช” พลิกเกมแข่งขันชิงผู้นำ 5G
เปิดหน้ากันครบทุกเจ้าศึกชิงคลื่น 5G ไล่มาตั้งแต่ “ทรู-ทีโอที-ดีแทค-แคท-เอไอเอส” ตามลำดับเวลาที่มายื่นซองเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา
โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า โอเปอเรเตอร์แสดงความสนใจเข้าประมูลคลื่นสำหรับให้บริการ 5G ย่าน 700 MHz, 1800 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz รวม 5 ราย กระบวนการจากนี้จะเป็นการตรวจเอกสารคำขอรับใบอนุญาต เพื่อประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าประมูล ในวันที่ 12 ก.พ.พร้อมเปิดเผยว่าบริษัทใดจะเข้าประมูลคลื่นย่านใดบ้าง และจะจัดประมูลในวันที่ 16 ก.พ. 2563
คาดโกยเงินเข้ารัฐ 7 หมื่น ล.
ในเบื้องต้นประเมินว่าจะมีเงินรายได้จากการประมูลคลื่นในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท มากกว่าก่อนหน้านี้ที่ประเมินว่าจะได้ราว 50,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการยื่นขอประมูลใบอนุญาตมากกว่าที่คาดไว้
“ประเมินว่าคลื่น 700 MHz มี 3 ไลเซนส์ และ 2600 MHz 19 ไลเซนส์ จะขายหมด ส่วน 26 GHz ที่มี 27 ไลเซนส์ ก่อนนี้คิดว่าน่าจะขายได้ 4-5 ใบอนุญาต แต่เวลานี้เชื่อว่าจะได้มากกว่า เบ็ดเสร็จแล้วน่าจะมากกว่า 30 ไลเซนส์ จากที่มี 56 ใบอนุญาต”
สำหรับการลงทุนโครงข่าย เลขาธิการ กสทช.ประเมินว่า ในปีนี้ผู้ประกอบการทุกรายน่าจะลงทุนรวม 1.3 แสนล้านบาท และปี 2564 อีกราว 2 แสนล้านบาท
“กสทช.พยายามให้ 5G เกิดขึ้นเร็วที่สุด ฉะนั้นกระบวนการในการให้ไลเซนส์ใช้คลื่น การให้ใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องจบก่อน ก.พ.นี้ เพื่อให้เปิด 5G ได้ก่อน ก.ค.นี้ ช่วงแรกจะเน้นพื้นที่เศรษฐกิจ”
ส่วนคลื่นความถี่ที่เหลือในส่วนย่าน 1800 MHz ที่อาจไม่มีผู้เข้าประมูลจะนำกลับไปประเมินมูลค่าคลื่นใหม่ว่าสูงหรือต่ำไปหรือไม่เพื่อกำหนดราคาใหม่ ขณะที่ความถี่ย่าน 26 GHz หากเหลือจะนำมาประมูลพร้อมคลื่น 3400 MHz
“คลื่น 2600 MHz น่าจะแข่งดุเดือด เพราะแต่ละรายต้องใช้คลื่นอย่างน้อย 60 MHz น้อยกว่านี้ก็พอแค่ให้บริการ 4G ซึ่งจะไม่ได้สิทธิประโยชน์เงื่อนไขการชำระเงิน”
วงในฟันธงชิงคลื่น 2600 ดุเดือด
แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคมกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เคยมีบริษัทวิจัยทำสำรวจพบว่าหากค่ายมือถือรายใดไม่มี 5G จะทำให้ลูกค้า 50% ย้ายไปใช้บริการค่ายอื่นใน 6 เดือน ทำให้ทุกราย “จำเป็นต้องมี” และเชื่อว่าคลื่นย่าน 2600 MHz เป็นเป้าหมายของทุกราย หากต้องการเป็นผู้นำ 5G จึงน่าจะแข่งราคากันดุเดือดกว่าทุกย่าน
“จะทำ 5G เต็มประสิทธิภาพ ต้องมี 2600 MHz อย่างน้อย 100 MHz ถ้าได้ 90 MHz ก็พอไหว แต่ กสทช.นำออกมาประมูลแค่ 190 MHz จึงพอสำหรับ 2 ราย ทั้งรูปแบบการประมูลคลื่นยังออกแบบให้มีผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ชนะการประมูลสูงสุดกลายเป็นผู้ได้เศษคลื่น ซึ่งเสี่ยงที่จะนำไปใช้ 5G ไม่ได้ จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การแข่งขันด้านราคาดุเดือด”
“ทีโอที-แคท” ต้องมีคลื่น 4G
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า กรณี 2 รัฐวิสาหกิจ “ทีโอทีและแคท” หากต้องการให้บริการ 5G จริงจังจำเป็นต้องมีคลื่นและโครงข่ายสำหรับให้บริการ 4G ที่แข็งแรงก่อนจึงมีทางเลือก คือนำคลื่น 700 MHz หรือ 1800 MHz ไปผสมกับ 2600 MHz เพื่อให้บริการด้วยสปีดที่เร็วขึ้น โดยในส่วนของ 700 MHz มีข้อได้เปรียบในแง่ความครอบคลุม แต่ปัญหาคือ แฮนด์เซตที่รองรับ 700 MHz ผสมกับ 2600 MHz มีจำกัดมาก
ส่วนคลื่นย่าน 26 GHz ยังไม่มียูสเคส ส่วนใหญ่ใช้เป็น “ฟิกซ์ไวร์เลสแอ็กเซส” ติดในโรงงานอุตสาหกรรม จึงเป็นการประมูลเพื่อตุนคลื่นไว้ก่อน
“ดีแทค” ย้ำไม่หยุดลงทุน
นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า การเข้าประมูลคลื่น 5G ในครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าดีแทคจะไม่หยุดพัฒนาโครงข่ายและคุณภาพบริการให้ดีที่สุดให้ลูกค้า
ก่อนหน้านี้นายฮาว ริ เร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาดบริษัทเดียวกันกล่าวว่า ดีแทคมีจุดยืนชัดเจนที่จะพัฒนาบริการต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมโครงข่ายให้พร้อมสำหรับ 5G แต่ในช่วงแรกจะอยู่ในพื้นที่จำกัด และเป็นเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะเครื่อง (ดีไวซ์) มีราคาสูงมาก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีหรือไม่มี 5G มีผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการทำการตลาด
“ทรู-เอไอเอส” ชิงผู้นำ 5G
ขณะที่นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มทรูร่วมประมูล หลังจากมีการวิเคราะห์และประเมินอย่างละเอียดรวมทั้งจ้างบริษัทที่ปรึกษาภายนอกศึกษาความเหมาะสม และความคุ้มค่าในการลงทุนแต่ละย่านคลื่นความถี่ ซึ่งการมีปริมาณแบนด์วิดท์ที่มากขึ้นจะเสริมความแข็งแกร่งและรักษาความเป็นผู้นำตลาดด้านเน็ตเวิร์กของทรูมูฟ เอชให้โดดเด่นขึ้น รวมถึงรองรับจำนวนลูกค้าและความต้องการใช้ดาต้าที่เติบโตขึ้นด้วย ทั้งย้ำความเป็นผู้นำ true 5G
แหล่งข่าวในธุรกิจโทรคมนาคมกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการแต่ละรายจะแสดงความเห็นว่าการลงทุน 5G อาจเร็วเกินไปสำหรับประเทศไทย แต่เชื่อว่าแต่ละบริษัทเตรียมความพร้อม ทั้งการขยายโครงข่าย และการเปิดตัวบริการไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อชิงความเป็นผู้นำ หลังได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นจาก กสทช.แล้ว โดยเฉพาะ “ทรูมูฟ เอชและเอไอเอส” ที่ต่างต้องการเป็น “ผู้นำใน 5G” ทั้งคู่