พาณิชย์ตรังรุกหมื่นร้านค้าปลีกสู่ Smart โชห่วย
พาณิชย์ตรังรุกพัฒนาร้านค้าปลีกท้องถิ่น 10,000 ร้านค้า นำเทคโนโลยีมาปรับใช้สู่ Smart โชห่วย รับมือตลาดแข่งขันดุเดือด พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เน้นลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก
นางรวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้จังหวัดตรังได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาร้านค้าปลีกสู่การเป็น Smart โชห่วย” ขึ้น เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายในการพัฒนาร้านค้าโชห่วย โดยการปรับรูปแบบร้านค้าปลีก พัฒนาระบบการบริหารจัดการร้านค้า ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เพื่อบริหารร้านค้าปลีกสู่ Smart โชห่วย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของไทย (local economy) ข้อมูลจากการสำรวจ ในปี 2562 พบว่ามีร้านค้าปลีกโชห่วยทั่วประเทศ จำนวน 443,123 ร้านค้า แบ่งสัดส่วนเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 34 เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง 22 เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือ 16 เปอร์เซ็นต์ กรุงเทพฯและปริมณฑล 13 เปอร์เซ็นต์ และภาคใต้ 15 เปอร์เซ็นต์โดยจังหวัดตรังมีร้านค้าโชห่วยทั้งหมดประมาณ 10,000 ร้านค้า
“ด้วยสภาวะการตลาดของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกมีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านรูปแบบการแข่งขันการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค ร้านค้าโชห่วยในท้องถิ่นจึงต้องปรับตัวให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการจัดร้านเป็นระบบทันสมัย อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย นำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับร้านค้า เช่น เครื่อง POS ช่วยในการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า การทำบัญชี รายรับรายจ่าย การจำหน่ายสินค้าชุมชน เพื่อสร้างความแตกต่างและเป็นอัตลักษณ์ให้กับร้านค้า มีบริการเสริมเพิ่มรายได้ อาทิ รับชำระค่าบริการต่าง ๆ Drop Point” นางรวีพรรณกล่าว
นางรวีพรรณกล่าวต่อไปว่า สำหรับการอบรม “พัฒนาร้านค้าปลีก สู่การเป็น Smart โชห่วย” มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการร้านค้า การปรับภาพลักษณ์ร้านค้า และบัญชีและภาษีเงินได้สำหรับร้านค้าโชห่วย ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการ Smart โชห่วย” ที่มีเป้าหมายเพื่อปรับภาพลักษณ์ร้านค้า ส่งเสริมการตลาดและบริการเสริม เพิ่มรายได้ เสริมสร้างองค์ความรู้ เพื่อให้ร้านค้าโชห่วยเป็นกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายเป็นร้านค้าโชห่วยในเขตจังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 100 ร้านค้า ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วย ผู้ประกอบการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 114 ราย
“ร้านค้าโชห่วยมีความสำคัญต่อกระบวนการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเรา เพราะเป็นแหล่งรวบรวมและจุดอำนวยความสะดวกในการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในชุมชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้อสินค้านอกพื้นที่ของคนในชุมชน ตลอดจนเป็นช่องทางกระจายสินค้าของผู้ประกอบการชุมชนผู้ผลิตสินค้า SMEs และ OTOP ในแต่ละท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ร้านค้าโชห่วยโดยเฉพาะขนาดกลางและเล็กกำลังเผชิญกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น จากร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (modern trade) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
รวมทั้งการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร้านค้าโชห่วยต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาร้านค้าให้มีความทันสมัย เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ กิจกรรมการอบรมในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้ในการจัดการร้านค้าอย่างเป็นระบบ มีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดี ดึงดูด และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น สามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ อีกทั้งยังเกิดการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย” นางรวีพรรณกล่าว