เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GULF ปลื้ม “หุ้นกู้-หุ้นกู้ดิจิทัล” 6 ชุด 2 หมื่นล้าน จองซื้อเกิน 2.1 เท่า นักลงทุนตอบรับล้นหลาม
Finance GULF ปลื้ม “หุ้นกู้-หุ้นกู้ดิจิทัล” 6 ชุด 2 หมื่นล้าน จองซื้อเกิน 2.1 เท่า นักลงทุนตอบรับล้นหลาม
ดอกเบี้ยสูง คือปกติใหม่ของโลก
ส่องโลก มองไทย ดอกเบี้ยสูง คือปกติใหม่ของโลก
‘พิพัฒน์’ ยันบริษัทลูกชาย ซื้อขายหุ้นปกติ ย้อน ‘ศิริโชค’ มาเล่นตน แพ้เลือกตั้ง 3 ครั้งเลยหาแสง
Politics ‘พิพัฒน์’ ยันบริษัทลูกชาย ซื้อขายหุ้นปกติ ย้อน ‘ศิริโชค’ มาเล่นตน แพ้เลือกตั้ง 3 ครั้งเลยหาแสง
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1200 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1200 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
Politics ‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
ดูทั้งหมด

บล.ทิสโก้ แนะนักลงทุน “กล้า” ทยอยเก็บหุ้น

02 มี.ค. 2563 | 13:57น.

บล.ทิสโก้เผย หุ้นไทยเข้าสู่ “ภาวะหมี” แต่ดัชนีหุ้นไทยที่ระดับ 1,340 จุด ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปี น่าทยอยสะสมหุ้น ชี้นักลงทุนควร “กล้า” มากกว่า “กลัว” เพราะปัจจัยหนุนหุ้นยังมีอยู่มาก ทั้งพ.ร.บ.งบประมาณมีผลบังคับใช้ และธนาคารกลางสำคัญๆ ทั่วโลกพร้อมอัดฉีดเงินช่วยหากเศรษฐกิจชะลอตัวแรง

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) โดยเฉพาะนอกประเทศจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งเอเชีย, ยุโรป และตะวันออกกลาง สร้างความกังวลต่อผลกระทบเศรษฐกิจเป็นวงกว้างมากขึ้น กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยดิ่งลงแรง และถือว่าขณะนี้ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ “ภาวะหมี” แล้ว หลังดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลงหลุดระดับ 1,480 จุด หรือปรับตัวลงมากกว่า 20% จากที่เคยขึ้นสูงสุดที่ 1,850 จุดในช่วงต้นปี 2561

“จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงภาวะหมี (Bear Market) ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 190 วันทำการ หรือประมาณ 9 เดือนจนกว่าราคาหุ้นในตลาดจะแตะจุดต่ำสุด และจะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย 36% จากจุดสูงสุด ถ้าอิงเวลาสูงสุดของภาวะหมีที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาจเห็นจุดต่ำสุดของ SET Index ในช่วงปลายไตรมาส 2 เป็นอย่างช้าที่สุด หรือถ้าอิงตามค่าเฉลี่ยของการปรับตัวลงในภาวะหมีที่เคยเกิดขึ้น อาจได้เห็น SET Index แตะจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,180-1,200 จุด” นายอภิชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากสังเกตภาวะหมีในอดีตที่ SET Index ปรับตัวลงหนักๆ หรือลดลงเกินกว่า 50% ขึ้นไป จะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติครั้งใหญ่ เช่น ในช่วงปี 2533 ที่เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย, ปี 2540 ที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง, ปี 2543 ที่เกิดวิกฤติ Dot-com และปี 2551 ที่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ดังนั้น หากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นที่ส่งผลกระทบชั่วคราวคล้ายกับโรค SARS ในปี 2545 ซึ่งไม่ได้นำไปสู่วิกฤติครั้งใหญ่เหมือนภาวะหมีที่เคยเกิดขึ้น บล.ทิสโก้คาดว่าการปรับตัวลงในภาวะหมีในครั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยอาจจะปรับลดลงจากจุดสูงสุดประมาณ 21-34% จะคิดเป็นระดับ SET Index ในกรอบ 1,220-1,460 จุด โดยมีค่าเฉลี่ยกลางอยู่ที่ 1,350 จุด ซึ่งใกล้เคียงกับ SET Index ปิดสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ 1,340 จุด

นายอภิชาติ กล่าวว่า ถึงแม้การประเมินจุดต่ำสุดและระยะเวลาสิ้นสุดของตลาดหมีในแต่ละรอบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จากการประเมิน SET Index ด้านอื่นๆ ประกอบ บล.ทิสโก้มองว่าหุ้นไทยในระดับปัจจุบันที่ 1,340 มีความน่าสนใจต่อการทยอยสะสมเพื่อการลงทุนอีกครั้งแล้ว เนื่องจาก 1. ราคาหุ้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปี ซึ่งการคำนวณนี้นับรวมการปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยเพิ่มเติมอีก 3-4% หลังจากที่ต้นปีได้ปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนไปแล้ว 5%

2. ส่วนต่างของผลตอบแทนตลาดหุ้นเทียบกับตลาดตราสารหนี้มีมากกว่า 4% ซึ่งมีโอกาสในการทำกำไรสูงถึงเกือบ 70% ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า 3. ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงมาแล้ว 8 เดือนติดต่อกัน (กรกฏาคม 2562 – กุมภาพันธ์. 2563) เท่ากับการปรับตัวลงสูงสุดในอดีต ดังนั้น หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ตลาดหุ้นไทยในเดือน มีนาคมควรจะเริ่มดีดกลับได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกอื่นมาหนุนตลาดหุ้นไทย ทั้งพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ที่จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือน มีนาคมเป็นต้นไป และโอกาสที่ธนาคารกลางหลายแห่งพร้อมจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่ม (Dovish) หากแนวโน้มเศรษฐกิจเสี่ยงชะลอตัวรุนแรง ทำให้มองว่าถึงเวลาที่นักลงทุนควร “กล้า” มากกว่า “กลัว” แล้ว แนะนำนักลงทุนกลับมาเริ่มทยอยสะสมหุ้นแบบแบ่งไม้ซื้อ เน้นการซื้อแบบสม่ำเสมอ-ไม่รีบร้อน โดยเฉพาะช่วงตลาดผันผวนตั้งแต่ดัชนีหุ้นไทย ต่ำกว่า 1,350 จุดลงมา

หุ้นเด่นที่แนะนำในเดือน มีนาคม คือ AEONTS, BDMS, BTS, HMPRO, INTUCH, STEC, TOP และ TU ด้านแนวรับสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,340 จุด แนวรับต่อมาคือ 1,320 จุด และแนวรับสุดท้ายคือ 1,300 – 1,290 จุด ส่วนแนวต้านสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,360-1,370 หากผ่านได้จะมีแนวต้านต่อไปที่ 1,400-1,415 จุด ตามลำดับ