เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. รวมพลัง 50 เขต คุมเข้มฝุ่น ตั้งทีมสารวัตรสิ่งแวดล้อม เปิดสงครามสู้หนู มุ่งเป้าเมืองสะอาด
News กทม. รวมพลัง 50 เขต คุมเข้มฝุ่น ตั้งทีมสารวัตรสิ่งแวดล้อม เปิดสงครามสู้หนู มุ่งเป้าเมืองสะอาด
เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
เริ่มแล้ว “บ้านชาวไทย คลองหลวง” เปิดให้เซ็น-รับใบจอง ยื่นเอกสารพิจารณาสินเชื่อ
Real Estate เริ่มแล้ว “บ้านชาวไทย คลองหลวง” เปิดให้เซ็น-รับใบจอง ยื่นเอกสารพิจารณาสินเชื่อ
ชลบุรี เดินหน้าจัด Tomorrowland Thailand  คาดปีแรกสะพัดกว่า 5 พันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ชลบุรี เดินหน้าจัด Tomorrowland Thailand คาดปีแรกสะพัดกว่า 5 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 950 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 950 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ธปท. ชี้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ ไม่กดดันเงินไหลออก-ค่าเงินบาท
Finance ธปท. ชี้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐ ไม่กดดันเงินไหลออก-ค่าเงินบาท
Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+
Finance Fitch ปรับเพิ่ม outlook ไทยเป็น ‘มีเสถียรภาพ’ คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูหุ้นปันผลรับวัยเกษียณ SET HD ยีลด์ 4-5% ยังแกร่ง แม้บอนด์สหรัฐปรับเพิ่ม
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูหุ้นปันผลรับวัยเกษียณ SET HD ยีลด์ 4-5% ยังแกร่ง แม้บอนด์สหรัฐปรับเพิ่ม
ณวัฒน์ ยันมิสยูนิเวิร์ส 6 ประเทศรวม ทารีน่า ได้ไปเวทีใหญ่แน่
Biz Movement ณวัฒน์ ยันมิสยูนิเวิร์ส 6 ประเทศรวม ทารีน่า ได้ไปเวทีใหญ่แน่
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจจีนเปราะบาง “ดีมานด์ช็อก-ว่างงานพุ่ง” ปัญหาใหญ่หลังฟื้นไข้

09 เม.ย. 2563 | 13:02น.

การหยุดชะงักของภาคการผลิตจีนในช่วงต้นปีนี้จากการระบาดของโรคติดเชื้อ “โควิด-19” โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ที่เป็นแหล่งการผลิตวัตถุดิบชิ้นส่วนอุตสาหกรรมแหล่งใหญ่ของโลก ส่งผลให้ภาคการผลิตทั่วโลกได้รับความยากลำบากจากการขาดแคลนสินค้าวัตถุดิบเหล่านั้น

แต่การใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดของรัฐบาลจีนทำให้สามารถควบคุมโรคระบาดได้อย่างรวดเร็ว จนโรงงานและภาคธุรกิจหลายแห่งภายในประเทศสามารถกลับมาเดินเครื่องการผลิตได้อีกครั้งในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อโควิด-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า “เศรษฐกิจจีน” ยังคงฟื้นตัวอย่างเปราะบางจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะปัญหา “ดีมานด์ช็อก” หรือความต้องการซื้อสินค้าที่ลดลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่กำลังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงเอเชียอีกหลายประเทศ ทำให้หลายรัฐบาลต้องใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ส่วนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมก็ต้องหยุดการดำเนินการและการผลิตชั่วคราว

“ตรินห์ เหงียน” นักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน “นาติซีส์” ระบุว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ดีมานด์ช็อกและซัพพลายช็อกไปพร้อม ๆ กัน แต่ดีมานด์ช็อกมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากผู้บริโภคสินค้าเอเชียรายใหญ่อย่างยุโรปและสหรัฐได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมไวรัส นี่เป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ผลิตในเอเชียกำลังจะต้องเผชิญกับอุปสงค์ที่ถูกกดลงในไตรมาส 2 ของปีนี้”

โดยการสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ “พีเอ็มไอ” ซึ่งใช้เพื่อบ่งชี้สภาวะทางเศรษฐกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ของแต่ละประเทศ โดยค่าพีเอ็มไอที่สูงกว่า 50.0 ถือได้ว่าภาคเศรษฐกิจนั้นขยายตัว แต่หากต่ำกว่า 50.0 จะเป็นภาพสะท้อนการหดตัว พบว่าภาคการผลิตและภาคบริการของจีนกลับมาเติบโตอีกครั้งในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยค่าพีเอ็มไอภาคการผลิตของจีนอยู่ที่ 52.0 เพิ่มขึ้นมาจากเดือน ก.พ.อยู่ที่ 35.7 แต่ก็ขยายตัวไม่มาก ขณะที่ภาคส่งออกของจีนยังคงอยู่ในภาวะหดตัวในเดือน มี.ค. โดยมีดัชนีพีเอ็มไออยู่ที่ 46.4 เท่านั้น

ขณะที่ดัชนีพีเอ็มไอภาคการผลิตของสหรัฐในเดือน มี.ค.อยู่ที่ 48.5 ส่วนของกลุ่มประเทศยูโรโซนมีค่าพีเอ็มไอภาคการผลิตที่ 44.5 ต่ำสุด นับตั้งแต่ปี 2009 เช่นเดียวกับ

อาเซียนลดลงมาอยู่ที่ 43.4 โดยบริษัทวิจัย “ไอเอชเอสมาร์กิต” ระบุว่า ดัชนีพีเอ็มไอภาคการผลิตลดลงทั่วโลก โดยในเอเชียมีเพียงจีนและไต้หวันที่ดัชนีพีเอ็มไอเพิ่มสูงขึ้นจากเดือน ก.พ.

ซู เสี่ยวเหนียน ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินของสถาบันบริหารธุรกิจนานาชาติจีนยุโรป (ซีอีไอบีเอส) ระบุว่า จีนกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง เนื่องจากพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากเกินไป โดยในปี 2019 จีนส่งออกมากถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

“กำลังซื้อภายในประเทศไม่สามารถรองรับกำลังการผลิตขนาดใหญ่ของจีนได้”

ขณะที่ “คูน โกะห์” หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียของธนาคารเอเอ็นแซด ระบุว่า สถานการณ์เหล่านี้เป็นสัญญาณไม่ดีสำหรับจีน เนื่องจากความต้องการสินค้าของคู่ค้ารายใหญ่ที่ลดลงอย่างมาก อาจสร้างแรงกดดัน ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้ย่ำแย่กว่าไตรมาส 1

ทั้งยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดแรงงาน “เจย์ หวัง” เจ้าของโรงงานผลิตรองเท้าในเมืองตงกวน มณฑลกวางตุ้งของจีน ที่กลับมาเริ่มผลิตอีกครั้งหลังจากสถานการณ์ดีขึ้น เปิดเผยว่า “นับจากปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับคำสั่งซื้อรองเท้ามากกว่า 90,000 คู่ แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการยกเลิกคำสั่งซื้อถึง 80,000 คู่” โดยนายหวังระบุด้วยว่า อาจจำเป็นต้องให้พนักงานหยุดโดยจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำในเดือน เม.ย.

เช่นเดียวกับบริษัทผู้ผลิตนาฬิกา “กู๊ดวิลล์วอตช์” ที่สนับสนุนให้พนักงานลาออก หลังจากที่ “ฟอสซิล” แบรนด์นาฬิกาชื่อดังซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่สุดในสหรัฐ ประกาศปิดร้านสาขาชั่วคราวทั้งหมดในอเมริกาเหนือและยุโรป ทำให้ยอดสั่งซื้อนาฬิกาลดฮวบทันที

ทั้งนี้ อัตราการว่างงานทั่วประเทศของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 6.2% ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีชาวจีนตกงานราว 5 ล้านคนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2020 ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยว่า มีบริษัทจำนวนมากที่เปิดโครงการให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจ

สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างยากลำบาก และมีความเปราะบางมากขึ้นจากภาวะเงินฝืด ซึ่งเป็นผลจากสงครามราคาน้ำมัน ความอ่อนแอของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ไปจนถึงความเสี่ยงการแพร่ระบาดระลอก 2 ของโควิด-19 จากการเร่งผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค กล่าวได้ว่าเศรษฐกิจจีนจะยังคงไม่สดใสในเร็ววัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน