เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า หนุนนักกีฬา ลุย ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’
Automotive โตโยต้า หนุนนักกีฬา ลุย ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’
สุญญากาศการบินไทย ปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลุ้นซีอีโอใหม่กู้ วิกฤต
Business สุญญากาศการบินไทย ปลด ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ลุ้นซีอีโอใหม่กู้ วิกฤต
ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
Economic ธุรกิจงัดแผนสำรองรับวิกฤต แรงกว่าปี 54 สะเทือนเศรษฐกิจทั้งประเทศ
นายกฯสั่งรับมือฝนถล่มซ้ำ เฝ้าระวังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม
Economic นายกฯสั่งรับมือฝนถล่มซ้ำ เฝ้าระวังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม
“ชัชชาติ” พบ “ดร.เอ้” แลกข้อมูลน้ำท่วมลาดกระบัง–ร่มเกล้า เร่งแก้น้ำนิ่ง–น้ำเน่า ช่วยพื้นที่วิกฤต
News “ชัชชาติ” พบ “ดร.เอ้” แลกข้อมูลน้ำท่วมลาดกระบัง–ร่มเกล้า เร่งแก้น้ำนิ่ง–น้ำเน่า ช่วยพื้นที่วิกฤต
เตือนฝนระลอกใหม่ 11-14 ต.ค. 69 “ลุ่มเจ้าพระยา-กทม.” ระวังฝนแช่ 100 มม.
News เตือนฝนระลอกใหม่ 11-14 ต.ค. 69 “ลุ่มเจ้าพระยา-กทม.” ระวังฝนแช่ 100 มม.
ปี 2569 กรุงเทพฯ น้ำท่วม = ประเทศไทยน้ำท่วม
Business ปี 2569 กรุงเทพฯ น้ำท่วม = ประเทศไทยน้ำท่วม
จับตาเจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” กู้วิกฤต “สวนสยาม” อาณาจักรหมื่นล้าน ในวันธุรกิจร่วงโรย
Business จับตาเจ้าพ่อสวนน้ำ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ” กู้วิกฤต “สวนสยาม” อาณาจักรหมื่นล้าน ในวันธุรกิจร่วงโรย
‘คอนโดซ่อนปริศนา’ คว้าชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 แบงก์กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น หนุนงานเขียนสตรีไทยสู่เวทีโลก
Biz Movement ‘คอนโดซ่อนปริศนา’ คว้าชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 แบงก์กรุงเทพ-ประพันธ์สาส์น หนุนงานเขียนสตรีไทยสู่เวทีโลก
THAI แจ้งตลาดฯ สั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” หยุดหน้าที่ซีอีโอ เซ่นปมวิกฤตน้ำท่วม ตั้ง “สัมฤทธิ์” แทน
Business THAI แจ้งตลาดฯ สั่ง “ชาย เอี่ยมศิริ” หยุดหน้าที่ซีอีโอ เซ่นปมวิกฤตน้ำท่วม ตั้ง “สัมฤทธิ์” แทน
ดูทั้งหมด

เลขา “กสทช.” แจงยิบแจก “เน็ตฟรี” บีบค่ายมือถือเพื่อประชาชน ชี้ถ้าสั่งเลื่อนจ่ายค่าบริการ “ลูกค้าเติมเงิน” 124 ล้านรายจะไม่ได้ประโยชน์ 

11 เม.ย. 2563 | 17:19น.

เข้าสู่วันที่ 2 แล้ว ที่ “กสทช.” สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดให้กดรับสิทธิ์ “เน็ตฟรี 10 GB” ตั้งแต่เวลา 8.00 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา (คลิกอ่าน : เช็คที่นี่! วิธีลงทะเบียน รับ “เน็ตฟรี” เริ่ม 10 เม.ย. 8 โมง)

แต่ล่าสุด “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการ กสทช. หัวเรือใหญ่ในการผลักดันโครงการนี้ ได้ตอบข้อสงสัยของ “สุภิญญา กลางณรงค์” อดีตกรรมการ กสทช.  ที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า โครงการนี้กล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  “… ของฟรีไม่มีในโลกจ้า อยู่ที่ใครจ่าย ใครได้ใครเสีย … ต่อให้ กสทช.มีเกณฑ์การจ่ายเงินให้ค่ายมือถืออย่างโปร่งใส​จริง ก็ไม่ได้เป็นนโยบายที่น่าภูมิใจนักในยามนี้ เพราะเอื้อเอกชนทุนใหญ่​ เป็นการใช้เงินสาธารณะ​จำนวนสูงมาก ในขณะที่​เงินก้อน​นี้สามารถไปใช้อย่างอื่นได้เป็นประโยชน์​มากกว่า…” (คลิกอ่านรายละเอียดทั้งหมดที่นี่)  

โดยเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า รู้สึกเสียกำลังใจในการต่อสู้และดำเนินงานโครงการแจกเน็ตมือถือ 10 GB และอัพสปีดเน็ตบ้านเป็น 100 Mbps เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมาก  โครงการนี้สืบเนื่องมาจาก กสทช. ต้องการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเพื่อลดความจำเป็นของประชาชนในการออกนอกบ้าน เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

ถึงกระนั้น ประชาชนทุกคนยังมีความจำเป็นในการทำงานหารายได้ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว การจำต้องอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อนั้น ย่อมทำให้มีการติดต่อสื่อสารผ่านระบบโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องมีบริการโทรคมนาคมที่เพียงพอเพื่อรองรับ นับแต่ที่รัฐบาลมีนโยบาย ‘อยู่บ้าน ลดเชื้อ เพื่อชาติ’ ปรากฏว่ามีประชาชนได้รับความเดือดร้อนและร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการรองรับที่เพียงพอสำหรับการทำงานจากที่บ้าน หลายคนต้องทำงานโดยไม่มีคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก หรือแทปเล็ต ส่วนใหญ่จึงต้องใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือเพื่อทำงานสร้างรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม SME ขนาดเล็กที่มีหลายล้านคน

“หากจะถามว่าใครได้รับผลประโยชน์จากมาตรการเพิ่มเน็ตมือถือให้ประชาชน  ผมขอเรียนยืนยันว่าเป็นประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด สำหรับรัฐบาลและ กสทช. ก็มีหน้าที่ดำเนินการโครงการอย่างโปร่งใส ส่วนข้อสงสัยที่ว่าผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้ประโยชน์หรือไม่ ผมเสนอให้ไปถามผู้ประกอบการโทรคมนาคมเองจะดีกว่า ถ้าได้คำตอบแล้วให้แจ้งมายังรัฐบาลและ กสทช. ด้วย”

รายละเอียดของการดำเนินโครงการฯ มีดังนี้

1.โครงการนี้เป็นการเพิ่มเน็ตมือถือให้กับประชาชน 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ โดยเพิ่มให้กับประชาชนที่ใช้ซิมเดิมที่เปิดใช้กันอยู่แล้ว จำนวน 10 GB ใช้งานได้ 30 วัน

สำหรับราคาแพ็คเกจที่ค่ายมือถือขายอยู่ในปัจจุบัน  เน็ต 5 GB ใช้งานได้ 7 วัน ขายอยู่ที่ 299 บาท ถ้า 8 GB ใช้งานได้ 30 วัน ขายอยู่ 599 บาท

“วันนี้ รัฐบาลและ กสทช. เพิ่มเน็ตมือถือให้ประชาชน 10 GB ใช้งานได้ 30 วัน โดยจ่ายเงินให้ค่ายมือถือเพียง 100 บาท แสดงว่า ภายในระยะ 1 เดือนนับแต่ที่กดรับสิทธิ์ไป ประชาชนไม่ต้องเสียเงินตนเองเติมเงินซื้อแพ็คแกจกับค่ายมือถือเลย กลับมีเน็ต 10 GB ใช้ โดยรัฐจ่ายเงินแทนในราคาที่ต่ำกว่าที่ประชาชนต้องจ่ายให้กับค่ายมือถือเอง อธิบายแบบนี้แล้ว ผมหวังว่าจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าใครกันแน่ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ การตั้งคำถามชี้นำที่มีธงในใจว่าใครได้ใครเสียแบบนี้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และบั่นทอนกำลังใจของผู้ทำงานเป็นอย่างยิ่ง”

2.ข้อสงสัยที่ว่ามาตราการนี้เกือบกับเป็นการแจกเงินฟรีให้กับค่ายมือถือหรือเอื้อนายทุนใหญ่นั้น

“ผมขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ในทางตรงกันข้าม นโยบายนี้ทำให้ค่ายมือถือมีรายได้ลดลงกว่า 4-5 เท่า เพราะหากประชาชนจ่ายเงินซื้อแพ็คเกจ 10 GB เอง จะต้องเสียเงินเฉลี่ย 599 บาท แต่มาตรการนี้กลับบังคับให้ค่ายมือถือต้องรับเงินเพียง 100 บาท จาก กสทช. เท่านั้น ส่วนต่าง 499 บาท ที่หายไปจึงตกเป็นภาระของค่ายมือถือเอง”

3.เดิมรัฐบาลและ กสทช. ยืนยันให้ค่ายมือถือดำเนินมาตรการนี้อย่างน้อย 3 เดือน แต่ค่ายมือถือปฏิเสธ เพราะไม่อาจรับภาระได้มากกว่า 1 เดือน จึงขอให้ความร่วมมือในการสนับสนุนโครงการ Work from Home ของรัฐบาล ร่วมมือกับ กสทช. เพียง 1 เดือนเท่านั้น เดือนที่ 2 – 3 ขอไม่สนับสนุน การปฏิเสธของค่ายมือถือข้างต้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ค่ายมือถือเสียประโยชน์จากมาตรการนี้เต็มๆ

4.ประชาชนทราบหรือไม่ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือรวม 127 ล้านเบอร์ แบ่งเป็นแบบรายเดือนประมาณ 3 ล้านกว่าเบอร์ คิดเป็น 2.4 % เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 97.6 % เป็นแบบเติมเงินทั้งสิ้น

มาตรการเพิ่มเน็ตมือถือ 10 GB นี้ มุ่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ตามเม็ดเงินที่ กสทช. มีอยู่ จึงเน้นที่เบอร์มือถือแบบเติมเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มส่วนใหญ่ที่ได้รับความเดือดร้อน

ต่อคำถามที่ว่า เหตุใดจึงไม่เลือกวิธีการเลื่อนการชำระเงินค่ามือถือออกไป 2 – 3 เดือน เหมือนค่าไฟฟ้าและค่าประปา ขอตอบว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ผิดบริบท เนื่องจากการชำระเงินค่าไฟฟ้าและประปานั้น ไม่มีระบบเติมเงินเหมือนของมือถือ มีเฉพาะระบบใช้แล้วจ่ายเป็นรายเดือนเท่านั้น หากนำแนวทางการเลื่อนชำระหนี้มาใช้ จะมีประชาชนที่เป็นผู้ใช้บริการมือถือแบบรายเดือนที่ได้รับประโยชน์เพียง 2.4% เท่านั้น ส่วนกลุ่มเติมเงินอีกกว่า 97.6% จะไม่ได้รับประโยชน์จากการเลื่อนชำระหนี้เลย

5.ในการพิจารณาดำเนินการ รัฐบาลและกสทช. มีความห่วงใยมาโดยตลอดว่า มาตรการนี้จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับค่ายมือถือหรือไม่ จึงออกแบบมาตรการนี้โดยพิจารณาอย่างรอบคอบจากทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามาตรการจะดำเนินการด้วยความโปร่งใสโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้น เมื่อได้อ่านข้อวิจารณ์ดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จึงสามารถชี้แจงที่มาและเหตุผลของมาตรการนี้ได้ทันที

ท้ายที่สุด สำนักงาน กสทช. เชื่อว่าการรับมือกับวิกฤต covid-19 จำเป็นต้องดำเนินการแบบเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหา  ขอขอบคุณและน้อมรับคำวิจารณ์ต่างๆ ที่เป็นไปในทางเชิงสร้างสรรค์ เพื่อปรับปรุงโครงการเพิ่มเน็ตมือถือให้ประชาชน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป