เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

ลุ้นประกันสังคมเคาะ 14 เม.ย. ปิดกิจการชั่วคราวจ่าย 9 พัน

13 เม.ย. 2563 | 09:34น.

บอร์ดประกันสังคมเคลียร์ปมจ่ายเงินชดเชยลูกจ้างกรณีปิดกิจการชั่วคราว 14 เม.ย.นี้ เคาะวิกฤตโควิด-19 เป็นเหตุสุดวิสัย หลังกฤษฎีกาฟันธง แรงงาน 5 แสนคนอยู่ในข่ายได้รับอานิสงส์รับ 9,300 บาท 3 เดือน หวั่นสถานการณ์ยื้อต้องหาเงินโปะช่วยต่อ “หม่อมเต่า” แนะบริหารภายในเงินในกระเป๋า ชี้อนาคตต้องปรับบทบาทกองทุนประกันสังคม

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอย่างรุนแรง สถานประกอบการจำนวนมากต้องทยอยปิดกิจการ และมีจำนวนผู้ตกงานจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 และมาตรา 40 ที่ต้องหยุดงานเพราะสถานประกอบการ นายจ้างต้องปิดกิจการชั่วคราวเพราะลูกค้าน้อยลงมาก หรือไม่มีลูกค้าจึงตัดสินใจหยุดดำเนินกิจการเพื่อลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างแรงงานในภาคท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ที่ยังมีปัญหาไม่ได้รับการช่วยเหลือชดเชยจากกองทุนประกันสังคม เนื่องจากถูกมองว่าปิดกิจการด้วยเหตุสุดวิสัย อีกทั้งรัฐไม่ได้สั่งปิดเป็นการชั่วคราวจากเหตุสุดวิสัย จึงไม่สามารถขอช่วยเหลือเยียวยาที่กองทุนประกันสังคมจะจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานให้ร้อยละ 62 ของค่าจ้าง จนกว่าจะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งแต่ไม่เกิน 90 วันตามเกณฑ์ที่กำหนด

จ่ายแน่เพราะเหตุสุดวิสัย

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 เมษายน 2563 นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) เพื่อพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาให้กับแรงงานที่ตกงาน หรือต้องหยุดงานชั่วคราวจากการระบาดของโควิด-19 กลุ่มนี้ โดยมีประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นพิจารณาดังนี้

คือ 1) โควิด-19 นั้น ถือว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” หรือไม่ เนื่องจากใน พ.ร.บ.ประกันสังคมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน บทบัญญัติกฎหมายไม่ได้ชี้ชัดว่า เหตุสุดวิสัยครอบคลุมถึงโรคระบาด ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานจึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า จะสามารถจ่ายเงินเพื่อเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้หรือไม่ ซึ่งกฤษฎีกาให้คำตอบกลับมาว่า บอร์ดประกันสังคมสามารถเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดได้เลยว่าการเกิดโรคระบาดอย่างโควิด เป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ เพราะเป็นการระบาดวิกฤตรุนแรงไปทั่วโลกโดยไม่มีการคาดหมายมาก่อน

2) ประเด็นเรื่องศักยภาพของกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่ขณะนี้ หากจะเยียวยาในส่วนนี้อาจจ่ายเงินเยียวยาให้ได้เพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น แต่หากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย และอาจจะลากยาวไปถึง 6 เดือนหรือมากกว่านั้น จะสามารถนำเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งถูกแบ่งแยกตามภารกิจหน้าที่เป็น 4 ฟังก์ชั่น จาก “กองอื่น” มาเฉลี่ยเพื่อจ่ายให้ผู้อยู่ในระบบประกันสังคมในภาวะที่มีความจำเป็นในสถานการณ์โควิดระบาดในขณะนี้ได้หรือไม่ เช่น การกู้ยืมเงินระหว่างกันได้หรือไม่ เป็นต้น

3) การบริหารกองทุนประกันสังคมในอนาคตภายหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงแล้ว จะต้องบริหารอย่างไร รวมถึงการจัดกลุ่มของแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามฐานเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาท ฐานเงินเดือนที่ 20,000-25,000 บาท และฐานเงินเดือนที่ 30,000 บาท มีจำนวนในแต่ละประเภทอยู่เท่าไหร่ เพื่อใช้วางแผนสำหรับอนาคตของประกันสังคมใหม่ เนื่องจากรายละเอียดที่บังคับใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ประกันสังคมในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะระดับฐานเงินเดือนที่สูงขึ้นกว่าเมื่อ 15 ปีก่อนหน้านี้

5 แสนรายรับ 9 พันบาท

ทั้งนี้ เมื่อประเมินเบื้องต้นพบว่ามีแรงงานที่ตกงาน หรือต้องหยุดงานชั่วคราว โดยรัฐไม่ได้สั่งให้หยุด แต่สถานประกอบการหรือนายจ้างหยุดกิจการเองจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 500,000 ราย สำหรับเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาตามกฎหมายระบุว่า ต้องมีการจัดส่งเงินเข้าประกันสังคมอย่างน้อย 15 ปี ได้รับอยู่ที่ 62% จากฐานเงินที่ส่งเข้าประกันสังคมที่่ 15,000 บาท ฉะนั้นเท่ากับว่า หากคำนวณแล้วจะต้องจ่ายอยู่ที่ราว 9,300 บาท ซึ่งหากบอร์ดประกันสังคมอนุมัติในสัปดาห์หน้า สามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ทันที

“สำหรับเงินในกองทุนประกันสังคมนั้น ในขณะนี้มีจำนวนเงินที่ทั้งลูกจ้าง นายจ้าง ผู้ประกันตน และจากรัฐบาล ทำให้มีเงินรวมค่อนข้างมากที่ 2 ล้านล้านบาท จะเห็นว่าวงเงินสูงมาก ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นเงินที่แรงงานเป็นคนส่ง เพราะฉะนั้นหากมีการใช้เงินก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แตกต่างจากการจ่ายภาษี ต้องจ่ายเฉพาะในส่วนที่มีความจำเป็นจริง ๆ การช่วยเหลือจึงต้องช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ส่วนที่เหลือที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แต่ได้รับผลกระทบจากโควิด ภาครัฐเข้ามาเยียวยาไปแล้วที่ 5,000 บาท เพื่อให้ผ่านในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่ดี และยังได้รับผลกระทบจากโรคระบาดที่มองไม่เห็นอีก ภาครัฐจึงต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้ไม่ตกต่ำไปมากกว่านี้ การสร้างดีมานด์จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำก่อน”

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคลกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกเหนือจาก 3 ประเด็นที่จะมีการหารือของบอร์ดประกันสังคมแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงแรงงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการเยียวยา อย่างเช่น กลุ่มที่ปิดกิจการไปก่อนหน้านี้ รวมถึงกลุ่มที่นายจ้างสั่งหยุดทำงาน แต่ยังจ่ายเงินเดือนอยู่ที่ 75% ของฐานเงินเดือนว่าจะมีมาตรการมาบรรเทาความเดือดร้อนในส่วนต่างรายได้ที่หายไปได้หรือไม่ และวิธีการจะเป็นอย่างไรด้วย อีกทั้งในส่วนที่กระทรวงแรงงานทำควบคู่ขนานกันไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด-19 เช่น การใช้ศูนย์ฝึกอาชีพ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศรวม 25 แห่ง ให้ฝึกอาชีพใหม่ ๆ ให้กับผู้สนใจ เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

 

กังวลเงินพร่องต้องหาเติม

นอกเหนือจากนี้ยังมี “ข้อกังวล” ที่กระทรวงแรงงานจะต้องวางแผนรองรับคือ เงินจำนวน 2 ล้านล้านบาทของกองทุนประกันสังคม มีประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินบำนาญที่นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาลจ่ายมา 20-30 ปีแล้ว เป็นส่วนส่งเงินเข้าแต่ยังไม่มี “การเบิก” จนกระทั่งในปี 2563 นี้ เริ่มมีการเบิกจ่าย และประเมินว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีการเบิกเงินมากขึ้นเพราะครบอายุเกษียณ ขณะเดียวกันประชากรเริ่มน้อยลง ใน 30 ปีต่อจากนี้ จำนวนประชากรจะมีเหลือเพียง 46 ล้านคน ทำให้คนส่งเงินเข้าประกันสังคมจะลดน้อยลงไปด้วย

ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนรองรับ โดยเฉพาะอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมในอนาคตจะต้องปรับ เนื่องจากเมื่อประเมินในระยะสั้น ๆ นี้คือในอีก 7-8 ปีข้างหน้านี้จะมีการจ่ายเงินออก “มากกว่า” การส่งเงิน ยิ่งเมื่อประเมินระยะยาวไปจนถึง 30-40 ปีข้างหน้าอาจจะไม่มีเงินเหลือในกองทุนจะต้องดำเนินการอย่างไร รวมถึงบทบาทของประกันสังคมที่ควรมีมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“เราต้องตั้งสมมุติฐานที่ว่า อีก 30 ปีข้างหน้า ฐานเงินเดือนของคนไทยจะสูงอย่างในบางประเทศ สวีเดน ฯลฯ เขาเก็บเข้าตั้ง 34% เพราะว่าต้องการให้พอเหลือใช้ตอนเกษียณ สามารถทำ module ได้ว่าในอนาคตควรจะจัดเก็บเงินในอัตราอย่างไร แต่ยังไม่นับรวมกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เรามองว่าเราเหมือนถูกรถชน บางอย่างก็เป็นเฉพาะเรื่อง เพราะเงินจริง ๆ ก็ไม่ใช่มากนัก แต่ปัญหาคือในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีการจ่ายเงินมาก แต่มีคนส่งเงินเข้ามาน้อย ต้องวางแผนให้ดี เงินในส่วนใดที่จะหมดก่อนอาจจะต้องมาโฟกัสการเก็บเพิ่มก่อน จะปรับเพิ่มขึ้นพร้อมกันทั้งหมดไม่ได้ ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะต้องนำเสนอวิธีการบริหารกองทุนประกันสังคมให้รัฐบาลพิจารณาด้วย” หม่อมราชวงศ์จัตุมงคลกล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประกันสังคม