เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
Economic WHA ชี้ไทยคือ Safe Zone ใช้เวที IMF-World Bank 2026 โอกาสทองดึงลงทุน
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
Real Estate แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ดูทั้งหมด

ครม.รับทราบแนวทางแก้ปัญหาสัญญาไทยคม 5

28 เม.ย. 2563 | 16:26น.

ครม. รับทราบมติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบมติคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติเสนอ โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1.วาระเพื่อทราบ 1.1 ร่างแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2563 – 2580 (National Space Master Plan 2020-2037) คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติในการประชุม ครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 มีมติเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์อวกาศแห่งชาติ 20 ปี พ.ศ. 2560 – 2579 หรือ ร่างแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 และส่งให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา โดยคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒนาฯ) มีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้

1) ยุทธศาสตร์การพัฒนา ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวิจัยและพัฒนาอวกาศ ให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และมีการจัดทำแนวทางการพัฒนากำลังคน

2) การกำหนดตัวชี้วัด ให้ทบทวนการกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3) กลไกการขับเคลื่อน กำหนดให้มีการดำเนินการแบบบูรณาการ ภายใต้หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน

มติที่ประชุม รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการร่างแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติฯ ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) อยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างแผนแม่บทอวกาศแห่งชาติฯ ตามข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาฯ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป

1.2 ร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. …. คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติในการประชุม ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. …. ฉบับแก้ไขโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขร่างดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งขาติ โดยสาระสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขร่างดังกล่าวคือ มีการจัดตั้ง 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทด้านการจัดทำนโยบายด้านกิจการอวกาศของประเทศ และสำนักงานกำกับกิจการอวกาศแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ

มติที่ประชุม รับทราบการดำเนินการร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. …. และให้ฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ และเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนากฎหมายอวกาศ ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติต่อไป

1.3 การดำเนินการเรื่อง สำนักงานประสานงานภูมิภาคของ The United Nations Office for Outer Space Affairs (UNOOSA) ในประเทศไทย (Regional Liaison Office : RLO)

คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติในการประชุม ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561 มีมติเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งสำนักงานประสานงานภูมิภาคของ UNOOSA ในประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีข้อคิดเห็นในการจัดตั้ง RLO 2 ประเด็น ดังนี้ 1) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) มีความกังวลในเรื่องความยั่งยืนของ RLO ภายหลังจาก 3 ปีแรก (ประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณ เต็มจำนวน 3 ปีแรก) ซึ่ง UNOOSA ปฏิเสธที่จะจัดทำแผนความยั่งยืนภายหลัง 3 ปี 2) การให้มีหน่วยงานเพื่อรับเงินงบประมาณ ตามกระบวนการของการรับงบประมาณ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) รับเป็นหน่วยงานในการรับงบประมาณเพื่อการดำเนินการของ RLO ไปพลางก่อน

มติที่ประชุมรับทราบและให้ฝ่ายเลขานุการฯ รับข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปดำเนินการก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติต่อไป

1.4 ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการเปิดตลาดในระดับรัฐ (State Level) ของนโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติให้บริการในประเทศ (Landing Rights)

คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (5 มีนาคม 2562) เห็นชอบในหลักการร่างนโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติให้บริการในประเทศ และให้ ดศ. รับข้อสังเกตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการต่อไป โดย ดศ. ได้เชิญผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เข้าร่วมการประชุมเพื่อพิจารณาให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นแนวทางการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการเปิดตลาดให้ดาวเทียมต่างชาติให้บริการในประเทศเชิงพาณิชย์ที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพันธกรณีและข้อตกลงระหว่างประเทศ

มติที่ประชุม รับทราบการดำเนินการต่อร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการเปิดตลาดในระดับรัฐ (State Level) ของนโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติให้บริการในประเทศ (Landing Rights) ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติต่อไป

1.5 ร่างประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ
คณะกรรมการ กสทช. ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงฯ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 โดยมีสาระสำคัญของร่างดังกล่าว เช่น ขอบเขตบังคับใช้คุณสมบัติผู้ขอรับอนุญาต รูปแบบการอนุญาต เงื่อนไขด้านความมั่นคง

มติที่ประชุม รับทราบร่างประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงฯ ทั้งนี้ ประกาศคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

1.6 แนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ดศ. ได้ลงนามจ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินโครงการบริหารจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ที่ปรึกษาโครงการ) โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 270 วัน (สิ้นสุด ณ วันที่ 19 มิถุนายน 2563) ปัจจุบันที่ปรึกษาโครงการ ได้เสนอทางเลือก เป็น 4 กรณี ได้แก่ 1) กรณีที่ ดศ. ดำเนินงานเอง 2) กรณีที่ ดศ.มอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินงาน 3) กรณีที่ให้เอกชนรายเดิมดำเนินงาน และ 4) กรณีเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกเอกชนรายใดรายหนึ่งดำเนินการ ซึ่งที่ปรึกษาโครงการเสนอแนะให้ ดศ. ดำเนินการในรูปแบบการให้บริการภาครัฐสู่ภาครัฐ (G2G) โดยพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ดศ. [บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)] เข้ามาบริหารจัดการดาวเทียมทั้ง 3 ดวงที่มีอายุเหลืออยู่หลังสิ้นสุดสัญญาฯ (ดาวเทียมไทยคม 4 ไทยคม 5 และไทยคม 6) ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562
มติที่ประชุม รับทราบแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ และให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ โดยเปรียบเทียบประโยชน์ (รายได้) ของแต่ละทางเลือกในการบริหารจัดการดาวเทียม และเสนอคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีตามลำดับต่อไป

1.7 กรณีขัดข้องทางเทคนิคของดาวเทียมไทยคม 5 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 ผู้แทน ดศ. ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ในประเด็นข้อสัญญาฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงาน กสทช. ซึ่งที่ประชุมมีข้อสรุป ดังนี้ 1) คู่สัญญามีหน้าที่จะต้องจัดสร้างดาวเทียมทดแทนดาวเทียมไทยคม 5 ตามข้อกำหนดของสัญญาฯ ในกรณีที่ไม่สามารถซ่อมแซมดาวเทียมได้ 2) ดศ. ควรเร่งตรวจสอบเงื่อนไขการรับเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรธรรม์ประกันภัยของดาวเทียมไทยคม 5 3) เห็นควรให้ ดศ. มีหนังสือถึง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดส่งแผนการดำเนินการตามข้อกำหนดของสัญญาฯ โดยให้ ดศ. พิจารณาโดยด่วน และ 4) เห็นควรให้ ดศ. มีหนังสือหารือ สคก. อีกชั้นหนึ่งเมื่อได้ข้อสรุปการดำเนินการตามข้อกำหนดของสัญญาฯ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

มติที่ประชุมรับทราบกรณีขัดข้องทางเทคนิคของดาวเทียมไทยคม 5 ทั้งนี้ ดศ. ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงาน 2 คณะ คือ 1) คณะทำงานพิจารณาข้อกฎหมายในการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานกรณีดาวเทียมไทยคม 5 2) คณะทำงานตรวจสอบทางเทคนิคกรณีการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563

2. วาระเพื่อพิจารณา การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทำนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวังและ บริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ (Space Situational Awareness and Space Traffic Management) ที่ประชุมได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทำนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวัง และบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ โดยมีรองปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการศูนย์กิจการอวกาศ กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม เป็นกรรมการและเลขานุการ และมีผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการทางอวกาศกองทัพอากาศ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1) จัดทำนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวัง และบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศของประเทศ ครอบคลุมทุกมิติ รวมทั้ง กฎ ระเบียบ งบประมาณ บุคลากรและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) จัดทำข้อเสนอแนะในการกำหนดหน่วยงานเพื่อดำเนินการติดตาม เฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศได้อย่างต่อเนื่องและติดตามผลการดำเนินงานเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ 3) แต่งตั้งคณะทำงานหรือชุดปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนภารกิจตามอำนาจหน้าที่และ 4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติมอบหมาย
มติที่ประชุม เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อจัดทำนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไทยคม