“แมค” มอบ “บ้านพักพิง” เยียวยาญาติผู้ป่วยเด็ก รพ.จุฬาฯ-
ด้วยข้อจำกัดทางด้านการเข้าถึงรักษาพยาบาล ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่เมืองใหญ่ และต่างจังหวัด จึงทำให้มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องเดินทางไกล เพื่อมารักษายังโรงพยาบาลใหญ่ที่พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ และบุคลากร
เพราะสิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะญาติที่ต้องติดตามผู้ป่วย และไม่มีสิทธิใด ๆ รองรับ และยิ่งเมื่อต้องรักษาคนไข้ที่ใช้ระยะเวลานาน ๆ จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉพาะด้านอาหารและที่พัก
มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ โกลบอล สหรัฐอเมริกา มองเห็นความจำเป็นในเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะทำให้ญาติของผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานด้านจิตใจ พวกเขายังขาดสถานพักพิงที่เหมาะสม เพราะเจตนารมณ์ของมูลนิธินับแต่ต้นต้องการให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยเด็กมาตั้งแต่ปี 2517 ผ่านการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะบ้านพักพิง ที่ปัจจุบันส่งมอบไปแล้ว 365 หลัง ใน 43 ประเทศทั่วโลก ทั้งประเภทบ้านพักพิงที่อยู่ในโรงพยาบาล และบ้านพักพิงเดี่ยวที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ
สำหรับประเทศไทย มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ส่งมอบบ้านพักพิงไปแล้วทั้งหมด 3 แห่ง โดยบ้านพักพิงหลังล่าสุดคือ บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
“เฮสเตอร์ ชิว” รองประธานกรรมการมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย (RMHC Thailand) กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมูลนิธิก่อตั้งเมื่อปี 2544 มีกิจกรรม 3 โครงการหลักเช่นเดียวกับโกลบอลคือ
หนึ่ง ห้องสันทนาการเด็ก
สอง หน่วยบริการเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์
สาม บ้านพักพิงสำหรับผู้ป่วยเด็ก
“บ้านพักพิงแห่งแรกอยู่ที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติมหาราชราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) มีพื้นที่ 480 ตร.ม. รองรับครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้ 27 เตียง เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 ผ่านมา เราให้บริการที่พักพิงแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 6,900 คน ส่วนบ้านพักแห่งที่ 2 คือ บ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี มีพื้นที่ 597 ตร.ม. รองรับครอบครัวเด็กได้ทั้งหมด 36 เตียง เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ผ่านมา ปัจจุบันให้บริการครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 2,100 คน”

“สำหรับบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์แห่งที่ 3 ตั้งอยู่บนตึก สก.ชั้น 12 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีพื้นที่ 617 ตร.ม. รองรับครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้ทั้งหมด 41 เตียง ประกอบด้วย ห้องนอนเดี่ยว 3 ห้อง ห้องนอนรวมหญิง 20 เตียง ห้องนอนรวมชาย 15 เตียง ห้องพักผ่อน, ห้องสันทนาการ, ห้องครัว และห้องซักล้าง ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 10 ล้านบาท เริ่มเปิดให้บริการไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมผ่านมา เรามีเป้าหมายให้ที่พักแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไม่ต่ำกว่า 15,000 เตียง/ปี ส่วนบ้านพักพิงหลังที่ 4 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2561 ณ โรงพยาบาลศิริราช”
“เฮสเตอร์ ชิว” กล่าวต่อว่า ส่วนกิจกรรมหลักอื่น ๆ ที่ทางมูลนิธิดำเนินการไปพร้อม ๆ กันคือ การสร้าง หรือปรับปรุงห้องสันทนาการเด็ก เพื่อให้เด็กที่เจ็บป่วย หรือด้อยโอกาสในสถานดูแลเด็ก ได้ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อผ่อนคลายระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล ปัจจุบันมีห้องดังกล่าวในโรงพยาบาลของรัฐ และสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า จำนวน 28 ห้อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

“ปีนี้เราสร้างห้องสันทนาการเด็กใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ รพ.มหาวิทยาลัยบูรพา, รพ.พุทธชินราช (พิษณุโลก) และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ทั้งยังมีการปรับปรุงอีก 3 แห่ง ได้แก่ รพ.นพรัตนราชธานี, รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต รวมถึงการเข้าไปช่วยย้ายตำแหน่งพื้นที่เดิม เพื่อหาพื้นที่ใหม่ภายในโรงพยาบาลอีก 4 แห่ง ได้แก่ รพ.พระนครศรีอยุธยา, รพ.ราชพิพัฒน์, รพ.รามาธิบดี และมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย”
สำหรับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นับว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทำให้มีความต้องการด้านที่พักสำหรับญาติจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่ในโรงพยาบาลไม่ได้จัดสรรเพื่อรองรับญาติ จึงทำให้บ่อยครั้งต้องนอนในสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลเองก็เห็นความสำคัญ และต้องการช่วยเหลือญาติผู้ป่วย ซึ่งมีความยากลำบากไม่ต่างจากผู้ป่วย
จึงมอบพื้นที่บริเวณชั้น 12 ของตึก สก.เพื่อปรับปรุงเป็นบ้านพักพิงชั่วคราวแก่ญาติผู้ป่วยเด็ก และมีบุคลากรของโรงพยาบาลเป็นคณะกรรมการบ้านพักพิง เพื่อคัดกรองผู้เข้าพักอีกทางหนึ่งด้วย
“ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า ด้วยจำนวนของผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาจากหลากหลายจังหวัด ทำให้พื้นที่สำหรับรองรับญาติไม่เพียงพอ ดังจะเห็นได้จากการที่ญาติต้องนอนในบริเวณที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ซอกตึก, ตามทางเดิน หรือนอนในรถของตนเอง ซึ่งหากจะให้เช่าที่พักก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ญาติบางรายไม่สามารถทำได้ เพราะภาพรวมผู้ป่วยที่เข้ามารักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯจะต้องนอนพักรักษาตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 8 วัน/คน
“จำนวนผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,400 คน/วัน โรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 300 เตียง เฉพาะแผนกกุมารเวชศาสตร์ และตึกสิริกิติ์สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 193 เตียง ซึ่งผู้ป่วยเด็กเป็นผู้ป่วยที่จะต้องมีผู้ติดตามเพื่อดูแล โดยปกติแล้วจะอนุญาตให้เฝ้าเพียง 1 คน (คุณแม่) แต่ในความเป็นจริงอาจมีคุณพ่อมาด้วย บางรายเป็นคุณตาคุณยาย จึงทำให้มีปัญหาเรื่องที่พักพิงที่เหมาะสมแก่ญาติ”
ส่วนเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าพัก เป็นหน้าที่ของแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา โดยมีเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผู้ป่วยที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี ที่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลมากกว่า 100 กิโลเมตร จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ หรือหากมีผู้เข้าพักจำนวนมาก ก็จะพิจารณาจากความจำเป็นสูงสุดก่อน เช่น ระดับขั้นความเจ็บป่วย, ฐานะทางครอบครัว, ระยะเวลาพักรักษาตัว เป็นต้น เพราะเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย, ครอบครัวผู้ป่วย และความปลอดภัยของบุคลากรของโรงพยาบาลด้วย”
ถึงจะทำให้บ้านพักพิงตอบสนองทุกภาคส่วนอย่างมีสุขภาวะที่ดี