ปลดล็อกที่ ส.ป.ก.-จ่ายชดเชยแลกเข้าใช้ประโยชน์
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ พ.ศ. …ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อ 3 เดือนที่แล้วคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยออกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 31/2560 โดยคำสั่งดังกล่าวได้อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานผู้ผลิตปิโตรเลียม เหมืองแร่ ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ดำเนินกิจการต่อไปได้ หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งห้ามใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทำอย่างอื่นนอกจากการเกษตร โดยให้ออกกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จใน 90 วันหลังจากมีคำสั่ง คสช. เพื่อปรับกฎกติกาให้อยู่ในกฎหมายปกติ
สาระสำคัญของกฎกระทรวง คือ ในการขอใช้ที่ดินทำปิโตรเลียม ทำเหมืองแร่ ทำไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงาน ส.ป.ก.จังหวัดท้องที่ที่ประสงค์จะขอใช้ประโยชน์ที่ดิน ในการขอใช้ประโยชน์ที่ดินถ้ามีการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของเกษตรกรที่เป็นผู้ได้รับสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก.จะต้องมีการชดเชยหรือเยียวยาตามกฎกระทรวง ซึ่งจะออกระเบียบตามมาภายหลัง
หรือในกรณีที่ดินที่มีขนาดเกิน 500 ไร่ หรือมีระยะเวลาการขอใช้ที่ดินเกิน 30 ปี หรือที่ดินตามคำขอเป็นที่หน่วยงานของรัฐเข้าไปพัฒนาปรับปรุงเพื่อจะดำเนินการให้เป็นแปลงเกษตรกรรม มีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปที่ดินสำหรับสถาบันเกษตรกรไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ เมื่อมีผู้มาขอใช้ที่ดินคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะอนุญาตด้วยตนเองไม่ได้ ต้องเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเสียก่อน และต้องมีคำยินยอมจากเกษตรกรที่ได้รับสิทธิในการดำเนินการต่อที่ดินนั้น หรือเขียนการสละสิทธิเป็นลายลักษณ์อักษรของเกษตรกรรายนั้น และจะต้องเป็นที่ดินที่ไม่มีศักยภาพในการทำการเกษตรอีกด้วย
นอกจากนี้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดบทเฉพาะกาลไว้สำหรับบุคคลที่ได้รับความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน อยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้มีหน้าที่ยื่นคำขอเข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินต่อ ส.ป.ก.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ