สอท.พา SME-ยานยนต์พบ “ตู่” วืดซอฟต์โลน 5 แสนล้าน-ขอรถเก่าแลกใหม่
ส.อ.ท.ลุยพบนายกฯ วอนแก้ปัญหาซอฟต์โลน 5 แสนล้าน เยียวยาเอสเอ็มอีเข้าไม่ถึง ชงนายกฯนั่งหัวโต๊ะ กรอ.นัดแรก ภายใน 1-2 เดือนนี้ ขณะที่กลุ่มยานยนต์ชงซื้อรถใหม่ ใช้เป็นส่วนลดภาษีบุคคล
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ตัวแทนสมาชิก ส.อ.ท.ทั้งจากกลุ่มโลจิสติกส์ SMI ซึ่ง
เป็นตัวแทนกลุ่มเอสเอ็มอี ตัวแทนคลัสเตอร์ยานยนต์ และตัวแทนคณะกรรมการบริหารสถานการณ์โควิด-19ภาคอุตสาหกรรม ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อประสานขอให้รัฐบาลเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง และเข้าไม่ถึงเงินจากมาตรการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน 5 แสนล้าน ซึ่งเป็นมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
ขณะเดียวกัน ได้ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการรับเงินสนับสนุนจากกองทุนนวัตกรรม ซึ่งประเด็นนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทางปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลังรับไปดำเนินการต่อ ขณะที่กลุ่มคลัสเตอร์ยานยนต์เสนอขอให้รัฐบาลเลื่อนการประกาศบังคับใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสารมลพิษจากรถยนต์ขนาดเล็ก ระดับยูโร 5 และยูโร 6 เพื่อควบคุมปริมาณสารมลพิษที่จะปล่อยออกมาสู่อากาศเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากที่จะบังคับใช้ในปี 2564 ออกไป ตามข้อเสนอเดิมที่เคยขอไว้ก่อนหน้านี้
“การหารือครั้งนี้ภาครัฐและเอกชนเห็นพ้องกันถึงการปรับการทำงานร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ หรือ new normal ทั้งยังจะประสานการทำงานร่วมกันมากขึ้น ตามที่ ส.อ.ท.ให้มีการจัดประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.
โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้” นายสุพันธุ์กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มได้เสนอมาตรการเพื่อขอความช่วยเหลือไปยังภาครัฐใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การขอให้ช่วยสนับสนุนส่งเสริมผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ภายใน 31 ธ.ค. 2563 โดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายการซื้อรถยนต์คันใหม่มาใช้ในการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีนิติบุคคล โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
2.แนวคิดการนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ โดยกำหนดให้นำรถเก่าที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี และยังสามารถใช้งานได้มาแลก เพื่อลดหย่อนในการซื้อรถยนต์ใหม่ ที่เป็นกลุ่มรถยน์พลังงานทางเลือก อย่างรถไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถอีวี เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมรถพลังงานสะอาดเหล่านี้ และยังช่วยลดค่าไอเสีย PM 2.5 และ
3.การเสนอให้เลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานยูโร 5 ซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2564 และมาตรฐานยูโร 6 ที่จะใช้ในปี 2565 ออกไป เป็นการเริ่มบังคับใช้ในปี 2567 พร้อมกับการบังคับใช้ของมาตรฐานน้ำมัน เนื่องจากการพัฒนาและปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนอีกมหาศาล ที่สำคัญการพัฒนามาตรฐานรถยนต์และมาตรฐานนํ้ามันควรจะไปควบคู่กัน