บูมเรือนจำเขาระกำ จ.ตราด “ต้นแบบ” เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
“ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ” อ.เมือง จ.ตราด อยู่ห่างจากตัวเมืองตราด 13-14 กิโลเมตร ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและคณะศึกษาดูงาน ปี 2561 ได้รับพระราชทานรางวัลชนะเลิศเรือนจำดีเด่นด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แหล่งเรียนรู้ ศก.พอเพียง
นายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผบ.เรือนจำ จ.ตราด กล่าวว่า เมื่อ 2-3 ปีได้เริ่มพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมเชื่อมโยงกับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ปรับภูมิทัศน์ จัดทำแลนด์มาร์กให้สวยงามเพิ่มจุดเช็กอิน บริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม พร้อมรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน โดยปี 2562 มีผู้มาศึกษาดูงานและท่องเที่ยวเกือบ 60,000 คน สร้างรายได้ให้ 4 ล้านบาทเศษ และต้นปี 2563 มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี หากไม่เผชิญกับสถานการณ์โควิด-19
นายอนุวัช สุจินพร้อม หัวหน้าเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จ.ตราด เล่าว่า ศูนย์เรือนจำชั่วคราวเขาระกำมีพื้นที่เกือบ 2,000 ไร่ พัฒนาไปเพียง 1,000 ไร่เศษ เริ่มจากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ “โครงการกำลังใจ” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพื่อให้ผู้ต้องขังชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษได้ฝึกการประกอบอาชีพก่อนออกไปสู่สังคม
ปัจจุบันมีผู้ต้องขังชั้นดี 185 คน แต่ละคนฝึกอาชีพตามความสนใจ ปลูกพืชผักแบบเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักกางมุ้ง ทำปุ๋ยอินทรีย์ น้ำส้มควันไม้ เลี้ยงผึ้งชันโรงเลี้ยงหมูหลุม เป็ด ไก่ ช่างปูนปั้น ช่างอิฐ ช่างปั้นบ้านดิน ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับและขยายพันธุ์ไม้ ทำนาข้าว รวมถึงทำธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม มีการฝึกอาชีพแบบครอบครัว “โครงการ 1 ไร่ 1 แสน” ให้ผู้ต้องขังที่สมัครใจ 120 คนรวมกันกลุ่มละ 5 คน แบ่งพื้นที่ให้ 1 ไร่ ฝึกทำอาชีพจริง เช่น การเลี้ยงปลา เลี้ยงหมูหลุม ปลูกผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่

ผลผลิตส่งไปจำหน่ายตามสถานที่ต่าง ๆ และวางขายในศูนย์เรือนจำชั่วคราว ผู้ต้องขังมีรายได้จากส่วนแบ่ง 50% ระยะหลังพัฒนาการเลี้ยงแพะ แกะ กระต่าย กระบือ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม พักผ่อน การออกแบบภูมิทัศน์ให้ผู้ต้องขังที่มีความสามารถด้านการจัดตกแต่งสวนช่วยกันสร้าง จนกระทั่งเป็นแลนด์มาร์กของศูนย์หลายแห่ง เช่น สวนด้วยพระบารมี ร.10 ฝายชะลอน้ำ 19 ชั้นตามศาสตร์พระราชา แลนด์สเคปที่มีรูปปั้น “สุนัขหลังอาน” เอกลักษณ์ของจังหวัดตราด พื้นสนามปลูกถั่วบราซิลเขียวขจี ตอนเช้าดอกสีเหลืองบานอร่ามตา และล่าสุดสวนผีเสื้อ รังนกกลายเป็นจุดเช็กอิน เซลฟี และไฮไลต์ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม “Inspie Coffee” ที่มาของรายได้หลักของศูนย์ปีละกว่า 4 ล้านบาท
“ฐานเรียนรู้มากกว่า 10 ฐาน การศึกษาดูงานต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมงเศษ วันหนึ่งรับคณะใหญ่ได้ไม่เกิน 4 คณะ แบบวันเดย์ทริป ศูนย์มีรถราง 10 ที่นั่ง บริการรับนักท่องเที่ยวจากตัวเมืองตราด ต้องติดต่อมาก่อน ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่เดินทางมาเอง เดินชมฐานเรียนรู้ที่สนใจ แวะให้อาหารแพะแกะ กระต่าย จากนั้นเดินเที่ยวถ่ายรูปเช็กอินตามจุดต่าง ๆ ทานอาหาร กาแฟที่ร้าน Insprire Coffee และซื้อหาผักและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของศูนย์ที่ร้านจำหน่ายได้”
Inspire ทำยอด 5 แสน/เดือน
ร้าน “Inspire Coffee” ไฮไลต์ของศูนย์ที่ห้ามพลาด ใช้ผู้ต้องขังร่วม 40 คนเป็นเชฟ บริกร ช่วงเสาร์-อาทิตย์มีดนตรีโฟล์กผู้ต้องขังมาสร้างความเพลิดเพลิน ร้านตั้งอยู่บนเนินสูง ออกแบบให้นักท่องเที่ยวได้นั่งมองทิวทัศน์สุดสายตา เลือกเก็บภาพสวยงามประทับใจแบบพาโนรามา ทานอาหาร เครื่องดื่มฝีมือเชฟ เมนูเด็ดคือก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง (สูตรพื้นบ้านเมืองตราด) ชามละ 39 บาท สเต๊กโคขุนเนื้อโพนยางคำ 200/250 บาท สเต๊กปลาแซลมอน 170 บาท และเครื่องดื่ม กาแฟแบรนด์ดังรสชาติต่าง ๆ ตามรสนิยม และที่พลาดไม่ได้คือน้ำบลูเบอรี่ที่ศูนย์เก็บผลหม่อนสด ๆ จากแปลงมาปั่นใหม่ทุกวัน ราคาขวดละ 30 บาท อร่อยแล้วซื้อกลับบ้านได้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์สบู่โปรตีนเส้นใยไหม
นายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผบ.เรือนจำ จ.ตราด กล่าวว่า โดยเฉพาะน้ำบลูเบอรี่จากลูกหม่อนที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ได้รับการส่งเสริมจากกรมหม่อนไหม มีการเก็บผลสดวันต่อวัน มาทำน้ำหม่อนอินทรีย์ขายดีมาก เดือนหนึ่งศูนย์เรามีนักท่องเที่ยวประมาณ 20,000 คน สร้างรายได้ 400,000-500,000 บาท/เดือน และมีรายได้จากยอดการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เช่น น้ำผึ้งชันโรง ขวดละ 1,500 บาท ปุ๋ยหมูหลุมกิโลกรัมละ 120-150 บาท ปุ๋ยมูลไส้เดือนถุงละ 50 บาท ปลากัดตัวละ 30 บาท และผักกางมุ้งที่มีจำหน่ายหมุนเวียนทุกวัน ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
เช่น ไม้กวาดจากขวดพลาสติก แทบไม่พอขาย บางอย่างใช้เป็นวัตถุดิบในร้านอาหารช่วยลดต้นทุน ในปี 2562 ศูนย์มีรายได้ 4,111,620 บาท จากร้าน Insprire Coffee จำนวน 3,167,300 บาท จากผลผลิตทางการเกษตร 919,202 บาท รายได้นี้ 50% แบ่งเป็นรายได้ผู้ต้องขัง 50% เป็นเงินลงทุนหมุนเวียนและพัฒนาศูนย์ ไม่ต้องใช้งบประมาณภาครัฐมาหลายปี จึงเป็นต้นแบบให้กับเรือนจำที่อื่น ๆ
“ปี 2563 เราปิดโควิดช่วงเมษายน-พฤษภาคม และปิดเดือนกรกฎาคมอีก 12 วัน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ลดลงมาก แต่คาดว่าต่อไปนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะศูนย์ทำประชาสัมพันธ์และโพสต์ในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ภาคเอกชนมาช่วยสนับสนุน และทางศูนย์เองมีการพัฒนาพื้นที่ เหมาะกับการท่องเที่ยวยุคนิวนอร์มอล มีการเว้นระยะห่าง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 1,400 คน ร้านอาหารไม่เกิน 40 คน
ข้อมูลหลังโควิด-19 ร้าน Inspire Coffee เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2563 มีรายได้ 671,666 บาท ก่อนปิดโควิด-19 เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีรายได้ 446,406 บาท และปี 2563 มีรายได้จากผลิตภัณฑ์แปรรูปหม่อนที่เพิ่งเปิดจำหน่าย เดือนมกราคม-กรกฎาคมมีรายได้ 157,135 บาท ปี 2564จะมีการสร้างที่พักให้บริการเพิ่มขึ้น คาดว่านักท่องเที่ยวจะประทับใจบรรยากาศที่นี่ เพราะสภาพภูมิประเทศโดยรอบโอบล้อมด้วยภูเขาและติดกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทำให้อากาศยามค่ำคืนและเช้าตรู่เย็นสบาย” ผบ.เรือนจำตราดกล่าว
หากสนใจท่องเที่ยวยุคหลังโควิด-19 แบบนิวนอร์มอล one day trip แบบหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้าที่คุณอนุวัช โทร. 09-9325-9322 หรือสอบถาม โทร. 039-510-350