‘เงาะโรงเรียน GI’ จ.สุราษฎร์ฯ สหกรณ์ปั้นตลาดกระจายผลผลิต
“เงาะโรงเรียนนาสาร” สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงเป็นหนึ่งในผลไม้สร้างชื่อของพื้นที่
แม้ฤดูกาลผลิตปี 2569 ผลผลิตจากสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด กว่า 500 ตัน จะไม่ได้เข้าสู่ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) ประจำจังหวัด เพราะมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าจากห้างค้าปลีกและผู้ประกอบการส่งออกจนเกือบทั้งหมด

ทว่าสหกรณ์กลับทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงสินค้าเกษตรจากเครือข่ายสหกรณ์ทั่วไทย เข้าสู่ตลาดสุราษฎร์ธานี และนำสินค้าของภาคใต้กระจายออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ
เงาะโรงเรียนนาสารขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านนาสาร อ.บ้านนาเดิม และ อ.เวียงสระ โดยจุดเด่นอยู่ที่ลักษณะและรสชาติของเงาะที่เกิดจากสภาพพื้นที่และภูมิประเทศเฉพาะถิ่น
สำหรับปี 2569 สหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด รับซื้อเงาะจากสมาชิกประมาณ 820 ราย พื้นที่ปลูกรวมกว่า 558 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 500 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 100 ตัน กว่า 50% ของสวนสมาชิกได้รับมาตรฐาน GAP ขณะที่ผลผลิตส่วนใหญ่ถูกจับจองจากตลาดแล้ว ทั้งลูกค้าประจำ ห้างค้าปลีก และผู้ประกอบการส่งออก
500 ตันจองหมด ไม่ผ่าน CDC
นางสาวฐิติพร เทพเลื่อน ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือศูนย์ CDC ของ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการดำเนินงานของศูนย์ โดยระบุว่า สหกรณ์มีทีมขายระดับมือโปรในการช่วยกระจายสินค้า ทั้งเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน ส่วนราชการภาครัฐและบริษัทเอกชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสินค้าจะมาจากทุกภาคทั่วประเทศในเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน
อย่างภาคอีสาน มีข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฯ ของสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย สับปะรดภูแล จากเชียงราย ข้าวสังข์หยด จากพัทลุง หรือหอมแดง ศรีสะเกษ เป็นสินค้าในเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั้งหมด ส่วนเงาะโรงเรียนนาสาร ไม่มีซื้อขายผ่านศูนย์ ทางสหกรณ์นาสารเองก็มีผลผลิตไม่พอขาย จึงไม่ได้มาผ่านทางศูนย์ CDC
คุมเข้มคุณภาพก่อนส่งตลาด

ด้าน นายจิระเดช วิทยาพันธ์ประชา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด กล่าวว่า เงาะโรงเรียนนาสาร ผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์นั้นไม่ได้ซื้อ-ขายผ่านศูนย์ CDC เนื่องจากผลผลิตไม่พอขาย มีลูกค้าสั่งจองหมดตั้งแต่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ ห้างท็อปส์ บิ๊กซี แล้วยังมีผู้ประกอบการส่งออกด้วย
แม้เงาะนาสารจะไม่มีผลผลิตส่งจำหน่ายผ่านศูนย์ CDC แต่สหกรณ์เราก็ยังรับสินค้าสหกรณ์จากศูนย์ CDC มาจำหน่ายที่ร้านค้าสหกรณ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฯ หอมแดงศรีสะเกษ ข้าวสังข์หยดพัทลุงและอีกหลายสินค้าที่สหกรณ์รับจากศูนย์มาขาย
ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสารยังกล่าวถึงขั้นตอนการรวบรวมผลผลิตเงาะของสหกรณ์ จากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค โดยเริ่มจากสมาชิกนำเงาะมาส่งที่จุดรวบรวมผลผลิตของสหกรณ์ หลังชั่งน้ำหนักและจ่ายเงินเรียบร้อย จากนั้นจะนำผลผลิตมาใส่ตะกร้าแช่น้ำไว้ 5-10 นาที เพื่อทำให้ขนสดตลอดเวลา แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำมาเป่าพัดลมให้แห้ง แล้วคัดแยกเกรดคุณภาพใส่ถุงชั่งน้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม แล้วบรรจุใส่กล่อง กล่องละขนาด 3 และ 5 กิโลกรัม เพื่อนำส่งลูกค้าที่มารอรับต่อไป
ปกติจะคัดลูกที่ได้มาตรฐานประมาณ 30 ลูกต่อกิโลฯ ใส่ถุงแล้วบรรจุในกล่องขนาด 3 และ 5 กิโลฯ รองด้วยใบตองเพื่อเก็บความชื้นความสดของเงาะก่อนถึงผู้บริโภค ส่วนที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะส่งให้โรงงานแปรรูปที่ จ.ชุมพร
ชาวสวนรับ 28 บาท/กก.
นายสมชาย เวชวิทยาขลัง เจ้าของสวนเงาะโรงเรียนทนายสมชาย ใน ต.ลำพูน อ.บ้านนาสาร และสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ 20 ไร่ ปลูกผลไม้หลายชนิด มีเงาะ ทุเรียน ลองกอง และมังคุด แต่ที่เน้นก็คือเงาะโรงเรียน ซึ่งปลูกมาแล้ว 40 กว่าปี และไม่เคยคิดจะโค่นทิ้งเพื่อปลูกไม้ผลชนิดอื่น โดยรสชาติเป็นพันธุ์เงาะนาสารพันธุ์ดั้งเดิม หวานหอมกรอบอร่อย เปลือกบาง ซึ่งเป็นผลมาจากพื้นที่ดินบ้านนาสารจะแตกต่างจากพื้นที่อื่น โดยชั้นดินข้างล่างจะมีแร่ยิปซัม จะทำให้รสชาติของผลไม้ดีกว่าท้องที่อื่น ปีนี้ราคาหน้าสวนอยู่ที่ 28 บาท ถือว่ายังดีสำหรับชาวสวน
เชื่อมสินค้าข้ามภูมิภาค

ด้าน นายประเสริฐศักดิ์ ณ นคร สหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า มีส่วนสำคัญในการรวมคนที่มีอาชีพทางด้านการเกษตรเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ และเป็นแหล่งให้ความรู้นวัตกรรมเทคโนโลยีแก่พี่น้องเกษตรกร อีกทั้งยังช่วยยกระดับสินค้าเกษตรและแหล่งเงินทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรนำไปประกอบอาชีพ ทำให้มีรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในชุมชน
สำหรับสุราษฎร์ธานีมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือศูนย์ CDC เป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสหกรณ์ด้วยกัน ช่วยกระจายสินค้าสหกรณ์ในพื้นที่ไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ และนำสินค้าจากภูมิภาคอื่นมาจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ มีทั้งมะพร้าว กุ้ง และผลไม้ ขณะที่สินค้าจากพื้นที่อื่น เช่น ข้าวหอมมะลิจากภาคอีสาน ก็ถูกนำกลับเข้ามาจำหน่ายในภาคใต้ เกิดเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างเครือข่าย
“สินค้าจากสุราษฎร์ฯ ไปทุกภูมิภาคผ่านศูนย์ CDC มีมะพร้าว กุ้ง ผลไม้ เงาะ ทุเรียน มังคุด และอาหารทะเล ผลไม้บางชนิดก็ส่งออก อย่างเงาะนาสารก็ส่งออกไปมาเลเซียและสิงคโปร์”
การเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ด้วยการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน ผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ หรือศูนย์ CDC ถือเป็นก้าวสำคัญที่สามารถช่วยยกระดับราคาสินค้าไปสู่รายได้ที่มั่นคง ยั่งยืนของสมาชิก