เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
Business การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเร่งเพิ่มไฟลต์บินตรง หวั่นปัญหายุโรปทุบท่องเที่ยว
ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
Biz Movement ชมสินธุ์ นิลา และลา กริตต้า เครือออนิกซ์ฯ คว้ารางวัล TOP25 Restaurants Thailand Awards 2026
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
คาราบาว–ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
Biz Movement คาราบาว–ตะวันแดง คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติต่อเนื่อง ตอกย้ำคุณภาพระดับโลก
สมาคมแบงก์ แนะปลดล็อกเกณฑ์ M&A ปั้นธุรกิจไทยเป็น “National Champion”
Finance สมาคมแบงก์ แนะปลดล็อกเกณฑ์ M&A ปั้นธุรกิจไทยเป็น “National Champion”
‘ทรัมป์’ ยินดีเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม-เซอร์ไพรส์ผลแพ้ยับเยิน
World ‘ทรัมป์’ ยินดีเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม-เซอร์ไพรส์ผลแพ้ยับเยิน
ทองโลกดีดแรงทะลุ 4,000 เหรียญ หลัง ‘ทรัมป์’ แพ้เลือกตั้ง 2 สภารวด
Finance ทองโลกดีดแรงทะลุ 4,000 เหรียญ หลัง ‘ทรัมป์’ แพ้เลือกตั้ง 2 สภารวด
กกร. ห่วงเศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึง K-Shape ชัดขึ้น แม้อัพ GDP ปี’69 โต 2.6%
Economic กกร. ห่วงเศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึง K-Shape ชัดขึ้น แม้อัพ GDP ปี’69 โต 2.6%
‘เอกนัฏ’ รับข้อเสนอขนส่ง 10 ข้อ จ่อถกปรับโครงสร้างน้ำมันสัปดาห์หน้า
Economic ‘เอกนัฏ’ รับข้อเสนอขนส่ง 10 ข้อ จ่อถกปรับโครงสร้างน้ำมันสัปดาห์หน้า
ดูทั้งหมด

เงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตา “ผลประชุมเฟด-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ”

13 ก.ย. 2563 | 08:28น.
เงินบาท

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่หุ้นไทยปรับตัวลงท่ามกลางหลากหลายปัจจัยลบ จับตาสัปดาห์หน้า ผลประชุมเฟด (15-16 ก.ย.) การเมืองในประเทศ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททรงตัวในกรอบแคบ แม้ขยับแข็งค่าเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับสัญญาณซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และทิศทางแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินยูโร หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังไม่ผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม ประกอบกับมีปัจจัยลบจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ดีกรอบการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามสถานการณ์โควิด-19 และปัจจัยทางการเมืองในประเทศ

ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.34 เทียบกับระดับ 31.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (3 ก.ย.)

ตารางค่าเงินบาท

 

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.20-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (15-16 ก.ย) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (16-17 ก.ย.) และธนาคารกลางอังกฤษ (17 ก.ย.) ปัจจัยทางการเมืองในประเทศ สถานการณ์โควิด-19 ในไทยและต่างประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตจากเฟดนิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนก.ย. ยอดค้าปลีก ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนส.ค. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน และผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพีของญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,279.96 จุด ลดลง 2.44% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 44,802.06 ล้านบาท ลดลง 8.87% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.85% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 307.15 จุด

ตลาดหุ้นไทย

หุ้นไทยร่วงลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ตามแรงเทขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยลบต่างๆ อาทิ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน รายงานข่าวเกี่ยวกับการระงับทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของผู้ผลิตยารายใหญ่ ความเสี่ยงเกี่ยวกับการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปโดยไร้ข้อตกลง (no-deal Brexit) รวมถึงสถานการณ์การเมืองและสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ ขณะที่ หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงหนักในสัปดาห์นี้ ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้างและพลังงาน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,250 และ 1,240 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,285 และ 1,300 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (15-16 ก.ย.) ประเด็นการเมืองในประเทศ การพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มเติม สถานการณ์โควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มต้นสร้างบ้าน รวมถึงดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเดือนส.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ของยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท